Spring News

"สรยุทธ" ตอบกลับชัด หลังหมอกล่าวหาปมนำ ยาฟาวิพิราเวียร์ มาแจกคน

22 ก.ค. 2564 เวลา 2:19 น. 5

สรยุทธ สุทัศนะจินดา ตอบกลับชัด ประเด็นคุณหมอออกมาโพสต์ฉะ ปมนำ ยาฟาวิพิราเวียร์ มาแจกคนไข้หนัก ย้ำ ไม่เคยแม้แต่จะคิด จะนำยามาแจกผู้ป่วย เพราะไม่ใช่หมอ พร้อมซัดกลับ "คุณหมอเป็นอะไรครับ ถึงได้กล่าวหาคนอื่นง่ายๆ แบบนั้น"

22 ก.ค.64 ประเด็นร้อนเมื่อ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดังได้ตอบกลับคุณหมอท่านหนึ่งโดยระบุว่า... คุณหมอ นงนลินี ครับ nongnalinee jaisin ผมไม่เคยประสานผู้บริหาร สปสช. กรมการแพทย์ เพื่ออยากเอา (ยาฟาวิพิราเวียร์) มาแจกคนไข้หนักเสียเอง นะครับ คุณหมอเป็นอะไรครับ ถึงได้กล่าวหาคนอื่นง่ายๆ แบบนั้น และย้ำว่า  ไม่เคยแม้แต่จะคิดว่า จะเอายามาแจกผู้ป่วยเสียเอง เพราะไม่ใช่หมอที่เคยพูดคุย (อย่างเปิดเผยผ่าน live) กับเลขาธิการ สปสช. ก็คือการถามถึงนโยบาย home isolationพื่อผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวกักตัวเองอยู่บ้าน โดยจะมีระบบดูแล และส่งของจำเป็นไปให้อย่างไร ก็เพียงถามว่าถ้าผู้ติดเชื้ออยากได้ยาต้านไวรัส “ฟาวิพิราเวียร์” จะมีหลักเกณฑ์อย่างไร คำตอบก็เป็นนโยบายของ สปสช. ว่าสามารถให้ได้อย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่วนตัว ตั้งแต่วันที่คุยกับ เลขาฯ สปสช.ในวันนั้น (ซึ่งไม่ใช่การกลับลำ อย่างที่คุณหมอมาขอบคุณในเวลาต่อมา) คือ ผู้ป่วยสีเขียวให้อยู่ home หรือ community isolation เพื่อจะสงวนเตียงใน รพ. และหมอพยาบาล ไว้ช่วย ผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง ไม่อย่างนั้น เราจะสูญเสียกันอีกมาก ถ้าผู้ป่วย 2 กลุ่มนี้ตกค้างตามบ้าน ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หลักฐานก็เป็นบันทึกที่อยู่ในเพจนี้ ส่วนกรมการแพทย์ ผมไม่เคยพูดคุย แม้กระทั่งวันที่พบอธิบดีกรมการแพทย์ ในวันพบสื่อก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้ ส่วนที่เคยโพสต์และพูดเรื่อง “ยาฟาวิพิราเวียร์” ไปรายการคือ “คิดเองว่า ถ้าตรวจ แอนติเจน เทสต์ แล้ว ผลเป็นบวกควรได้ “ยาฟาวิพิราเวียร์” ง่ายกว่านี้? ในภาวะ “ฉุกเฉิน” แล้ว กว่าจะต้องรอเข้าตรวจ RT-PCR กว่าจะได้ตรวจ กว่าจะยืนยันผล กว่าจะเข้าระบบ แล้วถึงจะได้รับการพิจารณาให้ยาฟาวิพิราเวียร์ มันจะช้าไป จากสีเขียว จนกลายเป็นสีเหลือง เป็นสีแดง ไปก่อนหรือเปล่า สายพันธ์เดลต้า อาการรุนแรงใน 3-5 วัน เร็วกว่า สายพันธุ์อัลฟา ที่ 7-10 วัน อยากขอความรู้จากแพทย์จริงๆ ”

หลักฐานก็อยู่ในเพจ และในคลิปรายการ ขอเอายา “ฟาวิพิราเวียร์” มาแจกเองตรงไหนครับ เพียงตั้งข้อสังเกตถึงระบบเมื่อให้ตรวจ ATK แล้วยังไงต่อ กว่าจะเข้าระบบได้ต้องผ่านอะไร และกว่าจะเข้าถึงยา “ฟาวิพิราเวียร์” มันจะช้าไปหรือไม่ กับความฉุกเฉินที่เป็นอยู่ ผมแค่ขอความรู้ ไม่เคยกดดันให้แจก และไม่เคยไปขอมาแจกเอง

คุณหมอบอกด้วยว่า “แต่ถึงอย่างไรขอบคุณคุณสรยุทธคุณได๋ ที่กลับลำ ไม่สร้างความลำบากใจให้แพทย์ที่อยู่ด่านหน้า ด้วยการดื้อดึงที่จะหายาfaviและสเตียรอยด์มาแจกเอง เห็นตัวอย่างประเทศที่ทอดทิ้งคนไข้แจกยากินเองแม้ในคนไข้หนักไหมคะ?ทั้งอังกฤษ ทั้งอินเดีย ทั้งอเมริกา เขามีสายพันธุ์เป็นของตัวเอง” นี่คุณหมอก็เอามาจากไหนอีก หนึ่งผมไม่ได้กลับลำ เพราะไม่ได้ทำมาแต่ต้น และ สอง “สเตียรอยด์” คุณหมอจินตนาการเอาเองจากไหน ทำข่าว รู้เรื่องการใช้สเตียรอยด์ในอินเดียดึว่าเกิดผลอะไร และในรายการ หรือในเพจ ก็ไม่เคยพูดถึงและไม่เคยคิด แต่คุณหมอบอกดื้อที่จะแจกสเตียรอยด์น่าผิดหวัง ทำไมเลือกจะกล่าวหาคนอื่นง่ายๆ แบบนี้ แต่ถ้าถามแจกออกซิเจนมั้ย สำหรับตน "แจกครับ"เพื่อจะประคับประคองอาการ หรืออย่างน้อยก็ไม่ให้ผู้ป่วยโควิดต้องทุกข์ทรมานจนเกินไป ระหว่างรอเวลา รอเตียง รอหมอคุณหมอบอกว่า “เพราะคนเหนื่อยไม่ต้องการแค่ยา ไม่ต้องการออกซิเจน ต้องการการประเมินดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องการยาลดการอักเสบที่ใช้ฉีดเอา มิได้กินเอา”

 

ถามคุณหมอว่า เมื่อเราไม่มีหมอมาประเมินดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะหมอไม่พอ (ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปต่อว่าใคร) เราต้องยอมจำนนให้ผู้ป่วยต้องทุกข์ทรมาน รอความตายไปอย่างนั้นใช่ไหม

ให้ออกซิเจนไม่ได้ หรือช่วยเหลือเฉพาะหน้าอะไรไม่ได้ ให้อะไรก็ไม่ได้ เพราะต้องให้หมอมาประเมินดูแลอย่างใกล้ชิดเท่านั้น อย่าผูกขาดการช่วยเหลือผู้ป่วยไว้แค่หมอเลย เชื่อว่า เหล่าจิตอาสา หรือ สื่ออย่างผม ไม่มีใครกล้าล้ำเส้นไปให้อะไรที่ไม่ได้ผ่านการปรึกษาหารือเบื้องต้นกับหมอหรอกครับ เพราะมันคือเรื่องของชีวิต ไม่มีใครเสี่ยงทำอะไรไปเอง เพียงแต่ไม่ใช่ปรึกษาคุณหมอนงนลินีเท่านั้น

คุณหมอบอกว่า “ทำไมคุณเป็นนักข่าวไม่ไปเจาะลึกว่าคนไข้ในรพ.สนามแต่ละวันรับคนไข้กลุ่มไหน รับมาแล้วต้องอยู่ถึง14วัน” ขอโทษนะข่าวนี้ไม่ต้องเจาะลึก ใครก็รู้ว่า รับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว นี่นโยบายกระทรวงสาธารณสุข แต่ที่พยายามทำโดยไม่ต้องเจาะข่าวด้วย คือ ผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง ยังอยู่ตามบ้าน นอนทนทุกข์ทรมาน รอความช่วยเหลืออยู่มากมาย ซึ่งดูเหมือนคุณหมอจะพยายามบอกผมว่า อย่ายุ่ง

คุณหมอบอกอีก“เราควรจะได้นักข่าวที่ช่วยรพ.สนามเต็มที่ เราควรจะได้นักข่าวที่เป็นกระบอกเสียงแทนและกดดันรพ.สนามให้รับคนไข้หนักมากกว่าคนไข้ครองเตียงเพื่อประกัน” คุณหมอย้อนไปดูในเพจ หรือคลิปรายการก็ได้ ผมไม่ได้ทำจริงๆหรือ

นี่ก็อีก“เราควรจะได้ดาราที่ช่วยกันบริจาคเพื่อรพ.หรือเพื่อปชช.ที่ตกงาน หรืออย่างน้อยแรงจิตอาสาก็ยังดี ในการช่วยดูแลคนไข้สีเขียวแบ่งเบาภาระสาสุข ดาราเป็นจิตอาสาความเป็นบุคคลสาธารณะทำให้คนฮึกเหิมอยากอาสามากขึ้น”

คุณหมอไปอยู่ไหนมา คุณหมอพร่ำพรรณา ประมาณว่า ไม่อยากให้เอาการเมืองมาเกี่ยว เป็นต้นว่า “อยากจะบอกว่าเราจะไม่มีวันมาถึงจุดนี้เลย ถ้าเราไม่อคติต่อกัน เอาเรื่องการเมืองนำ” อ่านแล้วรู้สึกว่า คุณหมอเองมุ่งมั่นกับการเมืองหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ ก็ขออภัยและดูเหมือนคุณหมอ จะมีปัญหากับน้ำตาของผมมาก ขออภัยครับที่น้ำตาของผมจะทำให้คุณหมอไม่สบายใจ ที่ผ่านมา หลายกรณีที่เกิดขึ้นกับเคสรอตรวจ รอเตียง รอเข้าระบบ จนหลายคนอาการหนัก จนหลายคนเสียชีวิต เพราะถูกปฏิเสธ สังเกตดูได้ว่า ไม่เคยต่อว่าหมอและบุคลากรทางการแพทย์แบบเจาะจง เล่าเรื่องราวแล้วก็ผ่านไป เพราะรู้ว่า ทุกคนทำงานหนัก และมันเป็นปัญหาที่ “ระบบ” ไม่ใช่ตัวบุคคลที่แบกภาระมามากเกินจะรับไหวแล้ว วันนี้ เสียใจที่ต้องเจาะจงถึงคุณหมอ นงนลินี เพื่อตอบคำถามของคุณหมอนงนลินีเอง เป็นกำลังใจให้ทำหน้าที่ “หมอ” 

 

ด้านก่อนหน้าที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา จะออกมาตอบกลับชัด คุณหมอท่านนี้ได้ออกโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า....เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? ต้องถามคุณสรยุทธกลับ ถามดาราคอลเอาท์ ถามหมอที่เอาแต่วิจารณ์ ถามทุกคนที่สร้างเฟคนิวส์มาตั้งแต่ต้น และถามนักการเมืองที่ใจดำคอยขัดขวางการทำงานทุกอย่าง ทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายค้าน เพิ่งมีโอกาสได้ไปอาสาที่กทม.เมื่อไม่นาน สิ่งที่เห็นคือคนไข้ส่วนใหญ่ที่เข้าถึงบริการคือกลุ่มสีเขียว กลุ่มคนในค่ายในแคมป์ของเจ้าของกิจการ ที่เข้าถึงบริการง่ายและหน่วยงานรับน้ำท่วมปาก ทำไมคุณเป็นนักข่าวไม่ไปเจาะลึกว่าคนไข้ในรพ.สนามแต่ละวันรับคนไข้กลุ่มไหน รับมาแล้วต้องอยู่ถึง14วัน ขณะที่คนติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน คุณเห็นแค่ปลายทางที่คนไข้หนัก คุณร้องไห้ คุณประสานผู้บริหารสปสช.กรมการแพทย์ที่อยากเอายามาแจกคนไข้หนักเสียเอง โชคดีบังเอิญได้รับรู้ควาพยายามอันนี้จึง พยายามโพสต์ พยายามโทเข้ากรมการแพทย์ เพื่อมิให้พวกคุณนำยานำออกซิเจนมาแจกเสียเอง เพราะอะไร? เพราะคนเหนื่อยไม่ต้องการแค่ยาไม่ต้องการออกซิเจน ต้องการการประเมินดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องการยาลดการอักเสบที่ใช้ฉีดเอามิได้กินเอา ถ้ารักษาคนไข้หนักกันเอาเองเราก็จะเหมือนอังกฤษ ที่ช่วงนึงคนตายเยอะมากเพราะแจกยาต้าน ไวรัสและสเตียรอยด์ ผลที่ตามมาคือได้พันธุ์ไวรัสเป็นของตัวเอง

ห้ามมิใช่ว่าเรื่องการเมือง เพราะไม่เคยได้ผลประโยชน์จากการบริหารบิ้กตู่สักบาท ไม่เคยถามว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร แต่อยากจะบอกว่าเราจะไม่มีวันมาถึงจุดนี้เลยถ้าเราไม่อคติต่อกัน เอาเรื่องการเมืองนำ เราควรจะได้นักข่าวที่ช่วยรพ.สนามเต็มที่ เราควรจะได้นักข่าวที่เป็นกระบอกเสียงแทน และกดดันรพ.สนามให้รับคนไข้หนักมากกว่าคนไข้ครองเตียงเพื่อประกัน เราควรจะได้ดาราที่ช่วยกันบริจาคเพื่อรพ.หรือเพื่อปชช.ที่ตกงาน หรืออย่างน้อยแรงจิตอาสาก็ยังดี ในการช่วยดูแลคนไข้สีเขียวแบ่งเบาภาระสาสุข ดาราเป็นจิตอาสาความเป็นบุคคลสาธารณะทำให้คนฮึกเหิมอยากอาสามากขึ้นความเป็นดาราความเป็นนักข่าวที่เป็นบุคคลสาธารณะคุณได้จากสังคมมากมายยามบ้านเมืองปกติ คุณควรรักปชช.มากกว่าการเมือง นาทีนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชีวิตปชช. มิใช่คอลเอาท์หรือใครจะอยู่จะไปหมอบางคนถูกยกย่องเป็นหมอแห่งประเทศเพราะด่ารัฐบาลได้สะใจ มากกว่าที่จะเสียสละทุ่มเทแบ่งเบาภาระคนหน้างาน ขนาดไปอยู่แค่7วันยังเปลี่ยนสีคนไข้ให้คนสนใจแล้วนำมาเป็นนโยบายได้ พวกคุณอยู่กทม.ตลอดทำมาหากินร่ำรวยมีเครดิตทางสังคม หากคุณทุ่มเททำงานร่วมกับแพทย์ด่านหน้า คุณจะเห็นเหมือนสิ่งที่ฉันเห็น

แต่ถึงอย่างไรขอบคุณคุณสรยุทธคุณได๋ที่กลับลำ ไม่สร้างความลำบากใจให้แพทย์ที่อยู่ด่านหน้าด้วยการดื้อดึงที่จะหายาfaviและสเตียรอยด์มาแจกเอง เห็นตัวอย่างประเทศที่ทอดทิ้งคนไข้แจกยากินเองแม้ในคนไข้หนักไหม? ทั้งอังกฤษ ทั้งอินเดีย ทั้งอเมริกา เขามีสายพันธุ์เป็นของตัวเอง สาธารณสุขเราเข้มแข็งเพราะเราหล่อหลอมมาจาก พระบรมราชชนกมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม ท่านรักษาคนไข้ที่แมคคอร์มิค ท่านเอากระโถนฉี่ ใต้เตียงให้คนไข้เมื่อคนไข้ร้องขอ ท่านทำเป็นตัวอย่างได้ท่านจึงสอนพวกเราให้รักคนไข้ได้อย่างศักดิ์สิทธิ์มายาวนานจำไว้ว่าเมตตาบารมีสำคัญที่สุด เมื่อเราทำอะไรด้วยความแค้น แรงแค้นจะเป็นบูมเมอแรงส์สะท้อนกลับมาที่เรา...มากกว่าใคร มองตรงไหนเห็นปัญหา ปัญญาต้องตามมา มิใช่ช่องทางจัดการรัฐบาลตามมา...นาทีนี้เราต้องช่วยกันเพื่อประเทศชาติของเรามิใช่เพื่อคุณประยุทธหรือคุณทักษิณค่ะ...อยากฝากข้อคิดเรื่องเล่าเช้านี้ไว้ ว่าจะไม่พูดเรื่องการเมืองอดไม่ได้เหมือนสิ่งเสพติดมีแต่หายนะ ขอโทษทุกคนที่เคยนำมาออกสื่อเล็กๆในพื้นที่ มิใช่การแฉ แต่คือการเตือนสติ จากพี่จากน้องจากคนนึงที่รักประเทศชาติไม่อยากให้พวกคุณหลงทาง...

"สรยุทธ" ตอบกลับชัด หลังหมอกล่าวหาปมนำ ยาฟาวิพิราเวียร์ มาแจกคน

"สรยุทธ" ตอบกลับชัด หลังหมอกล่าวหาปมนำ ยาฟาวิพิราเวียร์ มาแจกคน

"สรยุทธ" ตอบกลับชัด หลังหมอกล่าวหาปมนำ ยาฟาวิพิราเวียร์ มาแจกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด