นายกฯเปิดจุดคัดกรองรพ.สนาม ชี้ ยอดผู้ป่วยที่หายมากกว่าผู้ติดเชื้อ

11 ส.ค. 2564 เวลา 3:56 น.

นายกรัฐมนตรี เปิดจุดคัดกรองเชิงรุก รพ.สนามร่วมกับเอกชน เผยการตั้งรพ.พยาบาลสนามแบบครบวงจรไม่ใช่เรื่องง่าย ชี้ยอดผู้รักษาหายของวันนี้ใกล้เคียงหรือมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ คาดว่า ประสิทธิภาพในการทำงานเริ่มจะดีขึ้น แต่ยังวางใจไม่ได้

11 ส.ค.64 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดจุดคัดกรองผู้ป่วย โควิด -19 แบบเชิงรุก และโรงพยาบาลสนาม แบบN2N ครบวงจร ภายใต้โครงการ "ลมหายใจเดียวกัน" ของ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน ผ่านระบบ) Video Conference 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนยินดีที่ได้เป็นประธานเปิดหน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจรแบบ N2N ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกันของบริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทในกลุ่ม ที่ได้มีการประสานงานความร่วมมือกันกับกระทรวงสาธารณสุขและพันธมิตรทางการแพทย์ ซึ่งรัฐบาลได้เร่งดำเนินการทุกมาตรการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ในประเทศไทย โดยมีการทำงานและมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในการตรวจเชิงรุกให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อตรวจคัดกรองเชิงรกในการค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชนให้รวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ การเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ การเปิดช่องทางการเข้าถึงการรักษาและกำหนดแนวทางการรักษาผู้ป่วยถึงที่บ้าน และการดูแลผู้ป่วยในชุมชนรวมทั้งการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามต่างๆ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นพร้อมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยอาการรุนแรงให้ได้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณในความร่วมมือกับภาคเอกชนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในด้านต่างๆ ซึ่งตนต้องขอขอบคุณ กลุ่มบริษัทปตท. ที่ได้สนับสนุนงบประมาณ และนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมในการคิดค้นอุปกรณ์และวัสดุเพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และสามารถจะนำมาใช้เพื่อช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการจัดตั้งโครงการลมหายใจเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วย

โดยนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า วันนี้พยายามจะทำวิกฤตเหล่านั้นให้เป็นโอกาส ให้ความสำคัญทั้งเรื่องของความปลอดภัยของประชาชน เศรษฐกิจ และสุขภาพ จะต้องเดินไปด้วยกัน เรามีลมหายใจเดียวกัน เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน เพราะฉะนั้นช่วงเวลาเวลาวิกฤตินี้ เราจะเห็นถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เจ้าหน้าที่ ภาคเอกชน ธุรกิจต่างๆก็เข้ามาระดมสรรพกำลัง เพื่อช่วยเหลือรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลได้มีการทำงานในเรื่องนี้เป็นแผนงานมาโดยตลอด มีทั้งแผนงานหลักแผนงานรอง และแผนเผชิญเหตุตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เริ่มต้นจากการใช้ระบบด้านสาธารณสุขปกติ เมื่อสถานการณ์มีการแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้น ก็ได้มีการประกาศการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อบูรณาการและใช้ทรัพยากรบุคลากรที่มีอยู่ทั้งพลเรือนตำรวจทหารเข้ามาดูแล ในส่วนของการรักษาพยาบาลในวันนี้ ในระยะแรกๆก็ไม่มีปัญหามากนัก แต่ในระยะต่อไปเนื่องจากการแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น รัฐบาลก็จำเป็นจะต้องมีการปรับแผนในการดูแลประชาชน ให้ทันต่อสถานการณ์ทั้งการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อแบ่งเบาภาระการเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลหลัก ซึ่งมีปัญหาในเรื่องเตียง วันนี้รัฐบาลปรับตามสถานการณ์ พัฒนาโรงพยาบาลสีเขียวให้เป็นโรงพยาบาลสนามสีเหลืองและ พัฒนาสู่โรงพยาบาลสนามสีแดง เพื่อให้มีขีดความสามารถมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่เห็นในวันนี้ ประกอบกับเรื่องการฉีดวัคซีน ซึ่งทยอยดำเนินการตามวัคซีนที่ได้รับมา 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังระบุอีกว่า ขณะเดียวกันสิ่งที่น่ายินดี คือวันนี้ยอดผู้รักษาหายใกล้เคียงหรือมากกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการทำงานเริ่มจะดีขึ้น แต่ก็ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นการทำโรงพยาบาลสนามครบวงจรแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเกี่ยวข้องกับหลายอย่าง ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจความเสียสละของบุคลากรทุกคน ที่ร่วมมือกันในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามครบวงจร และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแบบอย่างให้กับพื้นที่อื่นๆในอนาคต สิ่งสำคัญที่สุดคือภาคเอกชนภาคธุรกิจอื่นๆซึ่งพร้อมที่จะช่วยเหลือรัฐบาลและประชาชนก็น่าจะนำแบบอย่างเหล่านี้ไปช่วยการพัฒนาไปยังพื้นที่อื่นต่อไป ตนคิดว่าน้ำใจมีให้กันเสมอมา น่าจะสามารถทำได้ เพราะเรามีลมหายใจเดียวกันคือการช่วยเหลือประชาชน

อย่างไรก็ตามการพัฒนาการดำเนินการในเรื่องนี้คงไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่โควิคยังไม่หมดจากโลกใบนี้หรือจากประเทศไทยแต่จะอยู่กับ โควิด ได้อย่างไรในอนาคตอันใกล้ หมายความว่าภายหลังโรคโควิดได้สิ้นสุดไปแล้ว ซึ่งคาดการณ์ว่าจะยังคงใช้เวลาอีกนานพอสมควร ทุกประเทศก็เดือดร้อนเหมือนกันการรวมพลังเช่นนี้ไม่ว่าเรื่องใดๆก็ตามจะทำให้ประเทศไทยนั้นอยู่รอด ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีศักดิ์ศรี และการเป็นการพัฒนาประเทศไทยไปสู่โลกยุค New Normal ซึ่งจะมีการเจริญเติบโตในทุกสาขาอาชีพ ทุกกลุ่มเศรษฐกิจทุกกลุ่มประชาชนการพัฒนาคุณภาพชีวิตการศึกษา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง ให้เร็วที่สุดแม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด เข้ามาก็ตาม เพื่อให้เกิดความพร้อมที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ประเทศไทยยุคใหม่ต่อไป ขอขอบคุณทุกคนขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละ

ทั้งนี้จากโครงการลมหายใจเดียวกัน โดยหากพบผู้ป่วยในการคัดกรองผ่านAntigen Rapid Test Kit โดยวางระบบดิจิตอลเพื่อลงทะเบียน โดยจะมีการคัดกรองผู้ป่วยหาก อยู่ในกลุ่ม Home isolation จะมีบริการรถผู้ป่วยจัดส่งบริการถึงที่พัก มีระบบติดตามโดย Application ซึ่งจะส่งมอบกล่อง กล่องพลังใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ประกอบด้วยยาอุปกรณ์และของใช้ที่จำเป็น พร้อมกับจัดระบบไรเดอร์ ส่งอาหาร 3 มื้อ ตลอด 14 วัน หากไม่สะดวกพักอาศัย จะส่งไปยังโรงพยาบาลสนามครบวงจรโครงการลมหายใจเดียวกัน สำหรับโรงพยาบาลสนาม /โรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยสีเขียว เปิดให้บริการในรูปแบบของ Hospital กระจายไปในหลายโรงแรมจำนวน 1,000 เตียง/ โรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยสีเหลือง  มีเตียงผู้ป่วย 300 เตียงมีระบบ Oxygen Rect Tube มายังเตียงผู้ป่วยทุกเตียง / และโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยสีแดง บนพื้นที่ 4 ไร่จำนวน 120 เตียงให้บริการผู้ป่วยอาการหนัก โดยปรับพื้นที่โล่งของโรงพยาบาลปิยะเวท เป็นสถานที่ก่อสร้าง จัดตั้งห้องรักษาความดันลบแยกรายผู้ป่วย ห้องละ 1 เตียง ติดตั้งถังออกซิเจนเหลวจำนวน 10,000 ลิตร พร้อมให้บริการห้องฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง  นอกจากนี้ยังมีการประดิษฐ์ อุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อสนับสนุน อย่าง หุ่นยนต์ Cara เพื่อช่วยส่งอาหารให้กับผู้ป่วย หุ่นยนต์ escalator UV Robot เครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV หมวกอัดอากาศความดันบวก PARC 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ