
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธยืนยันการออกพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ สามารถดำเนินการได้เพื่อประโยชน์สูงสุดของวัด แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมมหาเถรสมาคม ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ปรากฏมีการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อเอกชนรายหนึ่งรายใด
นายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา หรือพศ. ระบุว่าได้รับหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยให้ร่วมประชุม พิจารณาแนวทางยกร่างพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์วัดธรรมมิกาวรวิหาร แต่ยังไม่ทราบว่ามีการยกร่างไว้เเล้วหรือไม่ ทั้งนี้ตาม พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ที่ธรณีสงฆ์จะออกเป็นพระราชกฤษฏีการหรือพระราชบัญญัติได้ก็เฉพาะเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ และต้องผ่านมติมหาเถรสมาคมก่อน จึงจะออกเป็นพระราชกฤษฎีกา และพรบ. รวมทั้งต้องจ่ายค่าผาติกรรม
ส่วนในกรณีของเอกชนหากจะมีการใช้ประโยชน์ในที่ธรณีสงฆ์อาจจะทำได้ในกรณีแลกเปลี่ยนซึ่งสุดท้ายแล้ววัดจะต้องได้ประโยชน์จากที่ดินที่เอกชนได้รับ
สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาเรื่องการตราพระราชบัญญัติ ต้องพิจารณาความจำเป็นทั้งสองฝ่าย พิจารณาส่วนได้ส่วนเสีย ความคุ้มค่าที่จะเกิดขึ้นกับวัด และถึงแม้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จะกำหนดว่าวัดที่จะครอบครองที่วัดเกิน 50 ไร่ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย เสียก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า วัดจะครอบครองที่ดินเกินจำนวนไม่ได้
ที่สำคัญการจะใช้ประโยชน์ในที่วัดหรือที่ธรณีสงฆ์ นอกจากการแลกเปลี่ยน อีกแนวทางหนึ่งที่ทำได้ก็คือการทำสัญญาเช่า แต่นั่นก็ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ หรือออกโฉนดในที่ดิน ให้เอกชนได้
นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ตั้งข้อสังเกตผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ว่า แนวทางการเยียวยาแม้จะเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ต้องตรวจสอบละเอียดว่าใครที่ควรจะได้รับการเยียวยา แต่การร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว จะเท่ากับเป็นการทำเรื่องที่ผิดให้ถูกหรือไม่
นายธนกฤต ยังระบุว่าการร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เริ่มต้นโดยกระทรวงมหาดไทยที่เสนอความเห็นให้ตราพระราชบัญญัติโอนที่ธรณีสงฆ์ของวัดธรรมิการามวรวิหาร ก่อนจะมีการตั้งคณะกรรมการยกร่างฯ และตั้งคณะทำงานดำเนินการจัดทำร่างฯ ซึ่งหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบจัดทำคือกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานพระพุทธฯ รวมทั้งผู้แทนส่วนราชการอื่นที่เข้าร่วมพิจารณาและจัดทำร่างด้วย