
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ข้าพระบาท ทาสประชาชน
โดย...ประพันธุ์ คูณมี
บทเรียนของคนโกง จากคดีจำนำข้าวถึงที่ดินอัลไพน์
เมื่อ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา คงไม่มีข่าวใดอยู่ในกระแสความสนใจของประชาชนมากไปกว่าข่าว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ในคดีที่เธอตกเป็นจำเลย ข้อหาที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโคางการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายนับแสนล้านบาท และข่าวที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาคดีระบายข้าวตามสัญญาแบบรัฐต่อรัฐ(G to G) หรือที่บางท่านบอกว่าเป็น “คดีจีทูเจี๊ยะ” ที่มี นายภูมิ สาระผล และ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวกรวม 28 คน เป็นจำเล
ในคดีทุจริตจำนำข้าวที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย เธอได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยแต่งตั้งทนายความสู้คดีจนเสร็จสิ้นการไต่สวนพยานศาล ทั้งได้แถลงปิดคดีด้วยวาจาและเป็นหนังสือ แต่เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษา เธอก็เลือกหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ยอมทิ้งเงินประกัน 30 ล้านบาท ทำให้ศาลยังไม่สามารถอ่านคำพิพากษาคดีนี้ได้ เนื่องจากมีจำเลยเพียงคนเดียว ศาลจึงต้องออกหมายจับและปรับนายประกัน 30 ล้านบาทดังกล่าว โดยเลื่อนการนัดฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 27 กันยายน 2560หากไม่มาและไม่ได้ตัวจำเลยมาศาล ศาลก็จะอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ ซึ่งเราท่านทั้งหลายก็จะได้ทราบผลคดีในวันนั้นว่า ศาลจะมีคำพิพากษาอย่างไร ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายคดีนี้ จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญทางคดีทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ควรแก่การศึกษาและติดตามอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ประชาชนทั้งหลายก็ได้ฟังและทราบผลคำพิพากษาคดีทุจริตระบายข้าวแบบ G to G แล้วโดยทั่วกัน นายภูมิ สาระผล อดีต รมช พาณิชย์ จำคุก 36 ปี นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ อดีต รมว พาณิชย์ จำคุก 42ปี นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำคุก 40 ปี นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร (เสี่ยเปี๋ยง) นักธุรกิจพ่อค้าข้าว จำคุก 48 ปี ข้าราชการและนักธุรกิจคนอื่นๆ ต้องโทษจำคุกกันถ้วนหน้าคนละหลายสิบปีลดหลั่นกันไป ตามพฤติการณ์ความร้ายแรงแห่งการกระทำความผิด
ที่สำคัญอันจะเป็นบรรทัดฐานทางคดีอันเกี่ยวกับการทุจริตที่ทำให้รัฐเสียหายก็คือ ศาลยังได้พิพากษาให้ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และกรรมการบริษัท คือ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร และนายนิมลหรือโจ ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่กระทรวงการคลังเป็นเงิน 16,912,128,273.66บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งนับแต่วันที่รับมอบข้าวอีกด้วย ส่วนจำเลยอื่นก็ชดใช้ค่าเสียหายตามส่วน โดยรัฐไม่ต้องไปฟ้องเป็นคดีแพ่งอีกให้เสียเวลา ถือเป็นตัวอย่างและแนวทางดำเนินคดีของหน่วยงานรัฐต่อไป ที่จะได้ยึดถือเป็นแนวทาง
ผลจากคำพิพากษาดังกล่าว นับเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สำคัญของการโกงชาติบ้านเมือง ซึ่งไม่เคยมีการทุจริตใดที่นักการเมือง ข้าราชการและนักธุรกิจร่วมมือกันโกงชาติและก่อความเสียหายแก่แผ่นดิน ทำลายระบบเศรษฐกิจโดยเฉพาะตลาดการค้าข้าวไทย ทำร้ายประชาชนชาวนาผู้ปลูกข้าวเลี้ยงคนไทยและคนทั้งโลก ได้มากมายถึงเพียงนี้
นี่ก็เป็นเพียงคดีแรก ซึ่งยังจะมีคดีลักษณะเดียวกันนี้ รอการพิจารณาพิพากษาอีกอย่างน้อยหนึ่งหรือสองคดี อันเกิดจากกลุ่มจำเลยเดียวกันนี้อีกด้วย เมื่อรวมผลคดีที่กำลังจะตามมา กับผลคดีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลยด้วยแล้ว เรียกได้ว่านี่คือ "คดีอภิมหาโคตรโกงจำนำข้าว" ที่มีหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด เท่าที่ ปปช.ตรวจจับได้
ดังนั้นที่ได้ยินใครต่อใครเรียกรัฐบาลโคตรโกง เราท่านทั้งหลายก็ได้พบเห็นในยุคที่นักการเมืองมาจากการเลือกตั้ง พวกที่อ้างว่ามาโดยระบอบประชาธิปไตยนี่แหละเป็นผู้กระทำให้เห็นทั้งสิ้น
จากคดีทุจริตจำนำข้าว 29 สิงหาคมนี้ ก็จะมีคำพิพากษาอีกคดีหนึ่งที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา แต่เป็นคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลใหม่ที่ตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ คดีที่จะพิพากษาคือคดีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่มี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตกเป็นจำเลย ในข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรืละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม ป.อาญา ม.157
คดีนี้ก็ถือว่าเป็นมหากาพย์ของการโกงเอาที่ดินวัดที่คุณยายเนื่อม ชำนาญชาติศักดา บริจาคที่ดิน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื้อที่ 730ไร่ 1งาน 51 ตรว.แก่วัดธรรมิการามวรวิหารโดยพินัยกรรม ต่อมาเมื่อ 22 พฤษภาคม 2514 นางเนื่อมถึงแก่กรรม ที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นของวัดผู้รับมรดกตามพินัยกรรม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวิาจฉัยในข้อกฎหมายว่า ที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ ตาม ม.33(2)(13) แห่ง พรบ.คณะสงฆ์ 2505 การโอนที่ธรณีสงฆ์ต้องกระทำโดย พรบ.ตาม ม.34(14) แห่ง พรบ.คณะสงฆ์ ม.84 แห่งประมวลกฎกมายที่ดินที่ใช้อ้างการโอน ไม่ใช่บทบัญญัติยกเว้นการได้มาดังกล่าว
สรุปคือต้องโอนที่ดินให้วัดจะโอนให้บุคคลอื่นไม่ได้ ด้วยเหตุนี้กรมที่ดินจึงมีคำสั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและโฉนดที่ดินทั้งหลายที่บริษัทเอกชนซื้อได้ไปและนำไปจัดสรรขายแก่บุคคลอื่น เมื่อถูกกรมที่ดินเพิกถอน บรรดาเจ้าของสนามกอล์ฟ และบุคคลที่ซื้อที่ดินจากการจัดสรรขายในโครงการที่ดินอัลไพน์ ร้องอุทธรณ์มาที่มหาดไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ฐานะประธานพิจารณาอุทธรณ์ กลับมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของกรมที่ดิน ที่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกฤษฎีกา
นี่แหละคือเหตุที่นายยงยุทธ ต้องติดบ่วงกรรม ซึ่งสังคมต่างรู้ว่านายยงยุทธ ทำไปเพื่อใคร ถ้านายยงยุทธ ไม่หลบหนี ทั้งหมดคืออุทธาหรณ์และบทเรียนอันยิ่งใหญ่ของคนโกง และข้าราชการทั้งหลายที่ยอมตนรับใช้นักการเมือง เป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ให้ได้พึงสังวรณ์ ต่อไปนี้อย่าคิดโกง
คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน/หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ฉบับ 3292 ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-2ก.ย.2560