นานาชาติประณาม ‘ทรัมป์’ หลังกล่าวสุนทรพจน์ สร้างความเกลียดชัง กลางเวทียูเอ็น ขนาดคนใกล้ตัวยังต้องกุมขมับ

นานาชาติประณาม ‘ทรัมป์’ หลังกล่าวสุนทรพจน์ สร้างความเกลียดชัง กลางเวทียูเอ็น ขนาดคนใกล้ตัวยังต้องกุมขมับ

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

จากกรณี ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนกลางเวทีประชุมสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นว่า สหรัฐฯจะทำลายเกาหลีเหนือจนสิ้นซาก จนกว่าเกาหลีเหนือยอมถอยหลังจากความท้าทายทางนิวเคลียร์  โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่าคงไม่มีทางเลือกอื่นๆนอกเหนือจากทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก นอกจากนี้แล้วประธานาธิบดีสหรัฐฯยังเรียกร้องเหล่าประเทศสมาชิกของสหประชาชาติร่วมมือกันในการโดดเดี่ยวรัฐบาลคิม จองอึน จนกว่าเกาหลีเหนือจะยอมยุติพฤติกรรมที่กำลังดำเนินอยู่

 

นอกจากนั้นแล้วผู้นำสหรัฐฯ ยังออกโรง ด่าจีนที่ยังคงค้าขายกับเกาหลีเหนือ ยังได้วิจารณ์รัฐบาลเวเนซุเอลาว่าเป็นเผด็จการเหมือนฮิตเลอร์ มีการพูดถึงข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านสร้างความอับอายขายหน้า ให้แก่สหรัฐฯ นอกจากนั้นประณามประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ผู้นำซีเรีย ว่าเป็นอาชญากร และวิจารณ์รัฐบาลคิวบาว่าคอร์รัปชั่น พร้อมทั้งยืนยันจะยังไม่ยกเลิกมาตรการปิดล้อมการค้าจนกว่าอีกฝ่ายจะปรับปรุงตัว

สุนทรพจน์ของนายโดนัล ทรัมป์ ช้เวลา 42 นาที สร้างความฮือฮาและเรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนัก โดยทางด้านนายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่าเป็นการแถลงที่สะท้อน ความหยิ่งผยองและจองหอง ของผู้นำสหรัฐฯ ขณะที่ทางด้านนายฮอร์เก อาร์เรียซา รมว.กระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลา กล่าวว่าเป็นการสร้างวาทกรรมข่มขู่และคุกคาม ของผู้นำสหรัฐฯ ด้านกระทรวงการต่างประเทศคิวบาออกแถลงการณ์ว่า

สหรัฐฯไม่เคารพอธิปไตยของคิวบา เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณความต้องการของสหรัฐฯ ในการแทรกแซงกิจการภายในของคิวบาอีกครั้ง ส่วนนางมาร์กอต วอลล์สตรอม รมว.กระทรวงการต่างประเทศสวีเดน วิจารณ์ถ้อยแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผิดที่ ผิดเวลา และผิดกลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งมีเพียงทางด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่าสุนทรพจน์ของผู้นำสหรัฐฯ ช่วยปลุกจิตวิญญาณของความฮึกเหิมและความกล้าหาญ ส่วนขณะที่ทางด้าน นายจอห์น โบลตัน อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในทีมงานด้านต่างประเทศของนายโดนัล์ ทรัมป์ กล่าวว่าผู้นำสหรัฐฯ ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ 72 ปีของสหประชาชาติ ในการวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาถึงประเทศใดก็ตาม ที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม

นานาชาติประณาม ‘ทรัมป์’ หลังกล่าวสุนทรพจน์ สร้างความเกลียดชัง กลางเวทียูเอ็น ขนาดคนใกล้ตัวยังต้องกุมขมับ

ขณะเดียวกัน จังหวะที่ พล.อ.จอห์น เคลลีย์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว ยกมือขึ้นกุมขมับในช่วงที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถึงนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ว่าเป็นมนุษย์จรวด และข่มขู่จะบดขยี้ประเทศที่อยู่ทางเหนือของคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งสำนักข่าวเอพีสามารถจับภาพอิริยาบถนั้นไว้ได้พอดี ได้รับการส่งต่ออย่างรวดเร็วบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ด้วย

ขณะที่ล่าสุดทางด้านรัฐบาลคิวบาออกมาตำหนิประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าพูดจาไม่ให้เกียรติ รับไม่ได้ และก้าวก่าย หลังถูก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ด่ากลางเวทีสหประชาชาติว่าเป็นชาติที่ขี้โกงและบ่อนทำลาย

พร้อมย้ำชัดว่าคิวบาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปริศนาที่ทำให้นักการทูตอเมริกันในกรุงฮาวานาล้มป่วย

ความสัมพันธ์สหรัฐฯ – คิวบา ทรุดหนักลง หลังจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่าเกิดเหตุการณ์บางอย่าง ที่ทำให้บุคลากรประจำสถานทูตในกรุงฮาวานาล้มป่วยไปตามๆ กัน

อาการป่วยที่ว่านี้มีตั้งแต่สูญเสียการได้ยิน เรื่อยไปจนถึงบาดเจ็บทางสมองอย่างอ่อนๆ โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 21 ราย และมีเจ้าหน้าที่แคนาดาบางคนที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ทางการคิวบายืนยันว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้ และแม้สหรัฐฯ จะไม่ได้กล่าวหาคิวบาตรงๆ แต่รัฐมนตรีต่างประเทศ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ประกาศเมื่อวัน ว่าอาจถึงขั้นต้องปิดสถานทูต ในฮาวานาเพื่อตอบโต้

สหรัฐฯไม่เคารพอธิปไตยของคิวบา เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณความต้องการของสหรัฐฯ ในการแทรกแซงกิจการภายในของคิวบาอีกครั้ง ส่วนนางมาร์กอต วอลล์สตรอม รมว.กระทรวงการต่างประเทศสวีเดน วิจารณ์ถ้อยแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผิดที่ ผิดเวลา และผิดกลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งมีเพียงทางด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่าสุนทรพจน์ของผู้นำสหรัฐฯ ช่วยปลุกจิตวิญญาณของความฮึกเหิมและความกล้าหาญ ส่วนขณะที่ทางด้าน นายจอห์น โบลตัน อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในทีมงานด้านต่างประเทศของนายโดนัล์ ทรัมป์ กล่าวว่าผู้นำสหรัฐฯ ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ 72 ปีของสหประชาชาติ ในการวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาถึงประเทศใดก็ตาม ที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน จังหวะที่ พล.อ.จอห์น เคลลีย์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว ยกมือขึ้นกุมขมับในช่วงที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถึงนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ว่าเป็นมนุษย์จรวด และข่มขู่จะบดขยี้ประเทศที่อยู่ทางเหนือของคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งสำนักข่าวเอพีสามารถจับภาพอิริยาบถนั้นไว้ได้พอดี ได้รับการส่งต่ออย่างรวดเร็วบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ด้วย

ขณะที่ล่าสุดทางด้านรัฐบาลคิวบาออกมาตำหนิประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าพูดจาไม่ให้เกียรติ รับไม่ได้ และก้าวก่าย หลังถูก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ด่ากลางเวทีสหประชาชาติว่าเป็นชาติที่ขี้โกงและบ่อนทำลาย

 

 

 

 

พร้อมย้ำชัดว่าคิวบาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปริศนาที่ทำให้นักการทูตอเมริกันในกรุงฮาวานาล้มป่วย

ความสัมพันธ์สหรัฐฯ – คิวบา ทรุดหนักลง หลังจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่าเกิดเหตุการณ์บางอย่าง ที่ทำให้บุคลากรประจำสถานทูตในกรุงฮาวานาล้มป่วยไปตามๆ กัน

อาการป่วยที่ว่านี้มีตั้งแต่สูญเสียการได้ยิน เรื่อยไปจนถึงบาดเจ็บทางสมองอย่างอ่อนๆ โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 21 ราย และมีเจ้าหน้าที่แคนาดาบางคนที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ทางการคิวบายืนยันว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้ และแม้สหรัฐฯ จะไม่ได้กล่าวหาคิวบาตรงๆ แต่รัฐมนตรีต่างประเทศ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ประกาศเมื่อวัน ว่าอาจถึงขั้นต้องปิดสถานทูต ในฮาวานาเพื่อตอบโต้

 

related