
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ระบุ แผนงานบรรเทาอุทกภัยแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 9 แผนงาน เน้นเพิ่มเส้นทางระบายน้ำในแต่ละจุดให้ไหลได้สะดวกยิ่งขึ้น ภายใต้งบประมาณ 2 แสนล้านบาท
[caption id="attachment_97726" align="aligncenter" width="645"]
นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยกับสปริงนิวส์ ถึงหลักการของ 9 แผนงานบรรเทาอุทกภัยแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวานนี้ ว่า แผนงานทั้งหมด มีหลักการคือตัดยอดของแม่น้ำเจ้าพระยา และทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาไหลได้สะดวกขึ้น ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าใช้งบประมาณ กว่า 2 แสนล้านบาทและระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี แต่จะไม่เสนอพร้อมกันทั้ง 9 แผนงาน โดยทั้ง 9 แผนงานประกอบด้วย
1. ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยา ตะวันออก
2.1 คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก โดย เพิ่มการระบายน้ำอีก 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเดิม 130 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมเป็น 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
2.2 คลองระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย
3. คลองระบายน้ำควบคู่ถนนวงแหวนรอบที่ 3
4. ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยา ตะวันตก
5. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
6. การบริหารจัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ
7. คลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ซึ่งจะต้องขุดคลองยาว 22 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มการระบายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา จากเดิม 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะต้องเวนคืนที่ดิน
8. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน ขยายแม่น้ำท่าจีนให้ไหลคล่องขึ้น จากเดิมระบายน้ำ 70 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 270 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
9. พื้นที่รับน้ำนอง
สำหรับจุดที่เป็นโครงการเร่งด่วนและจะเน้นเป็นพิเศษ คือบริเวณคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งปัจจุบันเป็นคอขวดเนื่องจากมีกำลังรับน้ำ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ถ้าย้อนขึ้นไปดูปริมาณน้ำที่ไหลจากจังหวัดชัยนาท พบว่ามีปริมาณน้ำมากถึง 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้เมื่อมาถึงจุดบางบาล-บางไทร มีโอกาสเกิดน้ำล้นตลิ่งทุกปี จึงมีการเสนอว่าต้องมีเส้นทางน้ำอีกเส้น เพื่อให้การระบายน้ำคล่องขึ้น นอกจากนี้ยังเน้นการระบายน้ำในแม่น้ำท่าจีน ที่ช่วงปลายแม่น้ำ จะระบายน้ำได้น้อยกว่า เช่นกัน
เบื้องต้น คลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ได้มีการศึกษารายละเอียดและผลกระทบแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นทุ่งนา มีบ้านเรือนประชาชนบางส่วนที่อาจจะต้องเวนคืน แต่จะให้กระทบกับชาวบ้านน้อยที่สุด ส่วนงบประมาณที่วางไว้คาดว่าไม่เกิน 10,000 ล้านบาท
ส่วนอีกพื้นที่หนึ่งที่ต้องการเน้นคือ คลองระบายน้ำควบคู่ถนนวงแหวนรอบที่ 3 เพราะเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมจำนวนมาก ซึ่งภาครัฐต้องการสร้างความมั่นใจด้านการลงทุน ในพื้นที่
ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าจะมีการเสนอแผนงานภาพรวม การบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีหรือครม. เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงของทางน้ำทั้งสองจุด และรายละเอียดของโครงการแก้ปัญหาน้ำทั้งประเทศ แต่ยังไม่ได้เสนองบประมาณ