
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
เมื่อเวลา 04.50 น. วันที่ 21 ก.ย. ร.ต.อ.พีระพงศ์ ท่าโทม รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันมีบาดเจ็บ พื้นที่ ต.อุ้มเหม้า อ.ธาตุพนม บนถนนทางหลวงหมายเลข 212 สายธาตุพนม-มุกดาหาร รุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพ 1669 ร.พ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม กู้ชีพ อบต.อุ้มเหม้า
ที่เกิดเหตุบริเวณช่วงขึ้นเนินและลงเนิน บ้านโนนงาม ต.อุ้มเหม้า ฝั่งขาออกตัวอำเภอ พบรถกระบะนิสสัน ตอนเดียว สีแดง ทะเบียน บก 8751 นครพนม ตกริมไหล่ทาง กระจังหน้ารถด้านขวาและประตูข้างคนขับพังยับ พบร่างนายไมตรี บางศิริ อายุ 65 ปี ชาว บ.หนองย่างชิ้น อ.เรณูนคร จ.นครพนม คนขับรถคันดังกล่าว และนางใบอ่อน บางศิริ วัย 64 ปี ภรรยาคนนั่งเบาะข้างได้รับบาดเจ็บสาหัส ติดอยู่ในซากรถ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม จึงเร่งนำอุปกรณ์ตัดถ่างมางัดร่างผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ออกจากซากรถนานกว่า 1 ชั่วโมง แต่นายไมตรี คนขับได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียเลือดมาก กระทั่งทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนนางใบอ่อน ภรรยาที่นั่งเบาข้างคนขับ อาการสาหัส ล่าสุดปลอดภัยแล้ว
ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน นข 1523 มุกดาหาร ตกริมไหล่ทาง สภาพพลิกคว่ำตะแคงข้าง มี น.ส.พิมสุดา โพธิราช อายุ 28 ปี เป็นคนขับ บาดเจ็บเล็กน้อย และนางสมปอง โพธิราช อายุ 49 ปี ทั้งคู่เป็นชาว ต.นาหนาด อ.ธาตุพนม นั่งเบาะข้างได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำตัวส่งรักษาที่ ร.พ.สมเด็จพระยุพราช
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะนิสสันสีแดงตอนเดียว ที่มีนายไมตรี และภรรยานั่งมาด้วย ขับออกจากบ้านใน อ.เรณูนคร มุ่งหน้าทางไปมุกดาหารเพื่อจะไปงานศพที่ บ.แดนสวรรค์ ก่อนถึงจุดหมายอีก 3 ก.ม. ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุกำลังจะขึ้นเนิน พบรถกระบะอีซูซุ ที่มี น.ส.พิมสุดา ขับลงเนินจะกลับบ้านที่ ต.นาหนาด มาด้วยความเร็วสูง จะไปกรีดยาง ก่อนประสานงานกันอย่างจัง เป็นเหตุให้รถเสียหลักตกไหล่ทาง มีผู้บาดเจ็บรวม 3 รายและเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนพยาน เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดอย่างละเอียดอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน ซึ่งอยู่ระหว่างนำดินมาถมปรับเกรดขยายช่องจราจรเป็นถนน 4 เลน คาดว่าบริเวณริมไหล่ทางถนนเป็นคลื่น ประกอบกับจุดเกิดเหตุมืดมาก ไม่มีไฟส่องสว่าง ซึ่งมักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง จนชาวบ้านตั้งฉายาให้ถนน 100 ศพ จึงฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นทางดังกล่าว ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงค่ำคืน
ภาพ/ข่าว ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครพนม