
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
สืบเนื่องจากกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ลอบก่อเหตุระเบิด ในพื้นที่ หมู่ 1 ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด ชป.ร้อย.ทพ.4412 ฉก.ทพ.44 ขณะทำการ ลว.เส้นทางด้วยรถยนต์กระบะของทางราชการ ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายรายนั้น 1. ส.อ.ธีรวุฒิ ปานแก้ว (หน.ชุด) ได้รับบาดเจ็บ ส่งรพ.สายบุรี 2. อส.ทพ.จักรกฤษ จี๋เอ้ย (พลขับ) ได้รับบาดเจ็บ ส่งรพ.สายบุรี 3. อส.ทพ.ธันยา เอื้องฟ้าไพรวัล ได้รับบาดเจ็บ ส่งรพ.สายบุรี 4. อส.ทพ.สุวิทย์ บุญชู (เสียชีวิต) 5. อส.ทพ.ณัฎฐพล รังสิมันตุชาติ (เสียชีวิต) 6. อส.ทพ.ปฐมพร คงสัย (เสียชีวิต) 7. อส.ทพ.พิทักคมสิต ศักดิ์วิเศษสม (เสียชีวิต) 8. อส.ทพ.เอกชัย คำแคว่น 9. อส.ทพ.ประหยัด อินทร์แก้ว
ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก "อัศวินแห่งเทือกเขาบูโด knights of southern border" ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า...เจ้าหน้าที่ตำรวจeodชุดx-ray ของตำรวจปัตตานีเข้าตรวจสอบเหตุลอบวางระเบิดทหารที่สายบุรี พบวงจรระเบิดทำงานด้วยระบบวิทยุสื่อสาร
ก่อนหน้านั้นในเพจเฟซบุ๊ก “พลังใจถึงชายแดนใต้” ได้โพสต์ข้อความข้อมูลจากคำบอกเล่าเหตุการณ์เหตุลอบระเบิดที่อ.กาบัง จ.ยะลา มีใจความสำคัญว่า “มือกู้ระเบิดเปิดใจ นาทีบึ้มซ้ำยะลา จี้รัฐดูแลสวัสดิการ-อุปกรณ์-ขวัญกำลังใจ ผ่านมาสัปดาห์เต็ม ที่ จ.ส.ต.อภิทักษ์ ปราบกรี เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี จ.ยะลา หรือที่รู้จักกันในชื่อ ชุดปฏิบัติการศรชัย นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ด้วยอาการปอดช้ำ แน่นหน้าอก และปวดหู จากเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ หมู่ 5 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา
ขณะที่ระเบิดลูกนั้น ปลิดชีวิตเพื่อนร่วมงาน ไปพร้อมกันถึง 2 คน คือ จ.ส.อ.อนุรุต จันทวงศ์ หรือ ครูยักษ์ เจ้าหน้าที่อีโอดีชุดวินิจ จากศูนย์ข้อมูลวัตถุระเบิด ภาค 9 (ศชต.เดิม) และ ส.ต.ธเนตร พุทโธ เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 47 (ฉก.ทพ.47) และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก...”
“.....จ.ส.ต.อภิทักษ์ บอกด้วยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนกำลังพล เนื่องจากคนที่มีประสบการณ์ได้รับคำสั่งให้โยกย้าย จากการยุบกองบัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) และตั้งกองกำกับการเก็บกู้ระเบิด ตำรวจภูธรภาค 9 (ภ.9) โดยตัดกำลังของตำรวจภูธรจังหวัดยะลา จาก 40-50 คน เหลือ 15-17 คน หรือการออกปฏิบัติการด้วยการใช้รถยนต์ชุดละ 5-6 คัน เหลือ 3 คัน ซึ่งคนที่ถูกย้ายไป ยังไม่สามารถออกปฏิบัติงานได้ เพราะไม่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ พร้อมเรียกร้องให้ย้ายเจ้าหน้าที่ชุดเดิมกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง เนื่องจากเป็นทีมที่มีศักยภาพ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสิ้นเดือนนี้ หลังจากการจัดกำลังพลแล้วเสร็จ
“ตา หู การสังเกตมันก็ลดลงตามจำนวนคน พื้นที่แถวนี้มันก็เสี่ยงถูกลอบยิง เราไปกัน 8 คน ผู้ก่อเหตุ 20 คน ก็เรียบร้อย ตอนนี้ชุดของผมเหลือคนทำงาน 8 คน โดนระเบิดต้องเข้าโรงพยาบาล 7 คน ก็หมดแล้ว ตอนยุบไม่ได้ถามความเห็นเลย จู่ ๆ มีคำสั่งตอนเช้าออกมา ตัดชื่อเรียงตามลำดับเลข 1-10 ย้ายไปกองกำกับการอีโอดี ส่วน 11-20 ให้คงกำลังไว้ที่เดิม เราไม่รู้ตัวกันมาก่อน งงเป็นไก่ตาแตก จากที่เคยเป็นครอบครัวใหญ่ พอหายไปมันก็ใจหาย สิ้นเดือนนี้หวังให้คนที่ย้ายไปได้กลับมาช่วย เป็นครอบครัวใหญ่เหมือนเดิม อีโอดีทำงานคนเดียวไม่ได้”
นอกจากนี้จ.ส.ต.อภิทักษ์ ยังเรียกร้องให้มีการสอบถามเรื่องยุทโธปกรณ์อย่างน้อย 3-4 เดือนต่อครั้ง เช่น รถตัดสัญญาณวิทยุ รีโมท โทรศัพท์ บางคันใช้งานมาแล้ว 5-6 ปี แต่โดนระเบิดบ่อยครั้ง เมื่อเปิดใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาจมีประสิทธิภาพในการใช้งานมันไม่เต็ม 100 %”
“อุปกรณ์มีการใช้งานทุกวันก็เสื่อมสภาพ ขาดการซ่อมบำรุง เช่น รถตัดสัญญาณก็โดนระเบิดอยู่เรื่อย ตัวรถไม่มีปัญหา แต่ไม่ค่อยมั่นใจในระบบ เพราะไม่ได้ใช้เฉพาะกู้ระเบิด แต่ใช้ทั้งตรวจพื้นที่ เหตุยิงกันเสียชีวิต ไฟไหม้ ไปทุกเหตุการณ์ก็ต้องเปิดเครื่องตัดสัญญาณทุกที” อยากให้เลื่อนยศคนที่ยังอยู่ เพราะตายไปก็ไม่ได้ใช้??”
ในช่วงท้าย จ.ส.ต.อภิทักษ์ ระบุความเห็นว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ระเบียบ และเลื่อนชั้นยศเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาเป็นปี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจเมื่อกลับมาทำงานอีกครั้ง เช่น หากอยู่ในชั้นประทวนก็ให้ขึ้นเป็นสัญญาบัตร และกรณีผู้ที่บาดเจ็บสาหัส นอนติดเตียง ให้มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ไม่ใช่ได้รับเงินเพียงก้อนเดียว เนื่องจากไม่สามารถทำงานได้และครอบครัวต้องดูแล รวมทั้งเพิ่มเงินค่าตำแหน่งพิเศษให้เจ้าหน้าที่อีโอดี ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเงินเท่ากันทั่วประเทศ เช่น จากที่ได้รับ 7,000 บาท เพิ่มเป็น 10,000 บาท
“อยากให้เลื่อนยศคนที่ยังอยู่ด้วย เพราะถึงตายไปก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี ประชาชนน่าจะเห็นด้วยกับเงินภาษีตรงนี้ มันก็ไม่ได้เพิ่มเยอะ พอเจอเหตุและรอดก็น่าจะได้รับขวัญกำลังใจ อยากให้เห็นใจเราหน่อย เห็นคนที่เหยียบดิน เขี่ยระเบิด ผมมองหลายเคสแล้ว บางคนหูดับ นิ้วขาดก็กลับมาทำงาน บางทีอาจได้รับการปูนบำเหน็จชั้นยศแต่มันก็ล่าช้ามาก”
“อีกส่วนหนึ่งคือผู้ที่บาดเจ็บสาหัส นอนติดเตียง เป็นเจ้าชายนิทรา น่าสงสารมาก พอหายเงียบสัก 2-3 เดือนก็ไม่ได้รับความสนใจ ตั้งแต่ปี 2547 มีจำนวนเยอะมาก พอไม่ได้ทำงานก็จะเหลือแต่เงินเดือน เบี้ยเสี่ยงภัยเบี้ยปฏิบัติหน้าที่ก็ถูกตัดหมด มันก็ลำบาก กระทบกับครอบครัว ลูก เมีย ยิ่งพลทหารยิ่งหนักเลย มาทำแล้วปลดประจำการ ไม่ได้เงินเดือน เหลือแต่ครอบครัวที่ลำบาก น่าหดหู่ โดนทิ้ง จ.ส.ต.อภิทักษ์ ทิ้งท้าย ”
ขอบคุณ : FB “พลังใจถึงชายแดนใต้”, จ่าเจมส์ EOD, สถานีโทรทัศน์ Tha ipbs, อัศวินแห่งเทือกเขาบูโด knights of southern border