
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ฐานโซไซตี
โดย...พริกกะเหรี่ยง
แลนด์มาร์กแห่งใหม่ พลิกโฉมกรุงเทพฯ
ทุนเจ้าสัวยังวิ่งสู้ฟัดแข่งกันผุดโครงการเมกะโปรเจ็กต์ “มิกซ์ยูส” กันสนั่นกรุง ล่าสุดค่ายอสังหาบิ๊กเนม ศุภาลัยของ “ประทีป ตั้งมติธรรม” คว้าที่ดิน สถานทูตออสเตรเลีย ถนนสาทร ติดถนนสวนพลู 7 ไร่ 3 งานเศษ ด้วยสนนราคาตารางวาละ 1.45 ล้านบาท ไปครอง และเตรียมปั้น “แลนด์มาร์กแห่งใหม่” มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท
ทั้งอาคารสำนักงาน คอนโด ให้เช่าเพรียบพร้อม และยังเหลือที่ดินแปลงงามสถานทูตอังกฤษ ตรงเพลินจิต วงในระบุว่า “กลุ่มเซ็นทรัล”ประมูลได้แล้ว แต่ติดเงื่อนไขบางประการทำให้ยังไม่สามารถเซ็นสัญญาได้ ซึ่งหากเปิดตัวเมื่อไร นับนิ้วไม่ถูกว่ากรุงเทพฯ จะมีอีกกี่“แลนด์มาร์ก” ใหม่
ถ้าจะทบทวนความทรงจำ ย้อนไปหัวมุมพระราม 4 สวนลุมไนท์บาซาร์เก่า“เจ้าสัวเจริญ”เพิ่งเปิดตัว“วันแบงค็อก” มูลค่าแสนล้าน ไปแล้ว ขยับไปคลองเตย ก็ยังเป็นของเจ้าสัวไทยเบฟ ที่เตรียมทุบศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สร้างใหม่ปลายปีหน้า บิ๊กบึ้มกว่าเก่า ใกล้ๆ กันนั้นก็เป็นที่เจ้าสัวอีกเช่นกันที่จะผุดโรงแรม แหล่งรวมด้านธุรกิจบริการ ฮอสพิทาลิตี้ เต็มรูปแบบ อาจมีโรงพยาบาลด้วย ฯลฯ ยังไม่รวมที่ดินของการท่าเรือแถวคลองเตยอีกหลายร้อยไร่ที่จ่อเปิดให้เอกชนเข้าไปพัฒนา
วกกลับมาเชื่อมถนนสาทรกับสีลมก็จะเจอกับอีก 2 โครงการมิกซ์ยูสของเจ้าสัวเซ็นทรัลกับดุสิตธานี 3.6 หมื่นล้าน หัวมุมถนนสีลม ถัดไปก็เป็นอาคาร“สีบุญเรือง”ที่เปิดตัวเมกะโปรเจ็กต์อีกกว่าหมื่นล้านไปแล้วเช่นกัน เมื่อโครงการเหล่านี้ทยอยเปิดคงจะพลิกโฉมกรุงเทพฯ เทียบชั้นเมืองหลวงโลก
ควันหลงจากการสละเก้าอี้ ซีอีโอนกแอร์ของ “พาที สารสิน” ครั้งนี้ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีในการประชุมบอร์ดนกแอร์วันก่อน (14ก.ย.)หลังชักเย่อกันมาพักใหญ่โยงกับการขาดทุนสะสมบักโกรกร่วม 4 พันล้าน ดังจากข่าวเปิดศึกทะเลาะกับนักบิน เจอค่าซ่อมเครื่องบินแพงลิบ สะท้อนการบริหารจัดการที่ล้มเหลว ลามมาถึงการเพิ่มทุน
ซึ่งบินไทยไม่เพิ่มทุนรอบแรก ก็หึ่งว่าเพราะต่อรองเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร “บีบ” พาทีพ้นเก้าอี้และอ้างว่าแผนธุรกิจไม่ชัด แต่ครั้งนี้เปลี่ยนหัวมาเป็น “ปิยะ ยอดมณี” ลูกหม้อการบินไทย แผนเทิร์นอะราวด์ ก็คนบินไทยเข้ามาทำร่วมกับฝ่ายบริหารนกแอร์และยังมีฝรั่งค่าตัวแพงเข้ามาเสริมทัพ คราวนี้บินไทยจะมีข้ออ้างอะไรมาเป็นเหตุถ้าไม่เพิ่มทุนรอบนี้
ค่อยเป็นไทยแลนด์ 4.0 หน่อยช้าดีกว่าไม่ทำ คสช.งัดม.44 มายกเลิกเขียนใบ ตม.6 เข้า-ออกนอกประเทศหลังจากประเทศเพื่อนบ้านเขายกเลิกกันมานาน ส่วนไทย ห่วงเรื่องความมั่นคงทั้งที่เดี๋ยวนี้ทุกอย่างออนไลน์หมดแล้วส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังต้องกรอก“ตม.6”
แต่เป็นเวอร์ชันใหม่จะว่าไปแล้วเมื่อเลิกตม.6ทำให้คนไทยไม่ต้องยุ่งยากกรอกข้อมูลให้เสียเวลาสิ้นเปลืองกระดาษ แต่จะแก้ปัญหาคอขวดที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินได้หรือไม่? เรื่องนี้ต้องดูกันต่อไป เพราะนอกจากจะเพิ่มอัตรากำลังอีก 300 รายและเรื่องของ ตม.6 น่าจะเป็นปัญหาปลายเหตุ ปัญหาหลักอยู่ที่การบริหารจัดการมากกว่า รอดูพีกซีซันนี้ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวออกมาโวยวายคิวยาวเป็นหางว่าวก็แสดงว่าช่วยได้
ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการป้องกันไม่ให้แอร์ไลน์ยกมาเป็นประเด็นฟ้องร้องในภายหลังได้ คสช. จึงกันเหนียว ยกเอา ม.44 มาเป็นเกราะป้องกันตัวให้ กพท.ที่ห้ามสายการบิน 12สายที่ยังไม่ได้ใบอนุญาตการบินใหม่(AOC)บินเส้นทางบินระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ถึงมกราคม 2561 และระหว่างนี้ทั้ง 12แอร์ไลน์ อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งถ้าหากผ่านก็ไม่มีปัญหาบินรูตอินเตอร์ได้
ถามว่ากระทบผู้โดยสารไหม? ไม่เพราะสายการบินหลักได้ AOC ใหม่หมดแล้ว ที่เหลือเป็นสายการบินเช่าเหมาลำ ซึ่งยังบินในประเทศได้มีมาตรฐานทางการบิน แต่ช่วงนี้หากมีลูกค้าจะบินเช่าเหมาลำ คงต้องโอนไปใช้บริการของแอร์ไลน์ที่ได้ AOC ไปพลางก่อนส่วนการที่ ICAO จะบินมาตรวจสอบมาตรฐานช่วงวันที่ 20-27 กันยายนนี้ ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีในการได้ปลดล็อกธงแดงและแอร์ไลน์ไทยจะได้เปิดรูต บินเข้าอเมริกาได้เสียที
ผลพวงจากงาน “พาต้าทราเวิล มาร์ท”ที่มาเก๊า“ยุทธศักดิ์ สุภสร”ผู้ว่าการททท.ประกาศจะเป็นเจ้าภาพประชุมพาต้าในปี2562 ต่อจากเกาะลังกาวีประเทศมาเลเซียโดยจะเสนอเกาะสมุยหรือไม่ก็ภูเก็ต เป็นสถานที่จัดงาน ส่วนงานทีทีเอ็มปีหน้า จองจัดที่พัทยาเพื่อหวังรับลูกกับ“อีอีซี”ของรัฐบาลและโชว์ศักยภาพประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาค
“วิชิต ประกอบโกศล” นายกสมาคมแอตต้า แจ้งจัดงาน เทรด มีท ฟอร์ อาเซียน มาร์เก็ต เชิญบายเออร์ 100 รายจากต่างประเทศ ที่ทำตลาดอาเซียนและโอเชียเนียเข้าร่วม เจรจากับผู้ประกอบการไทย และธุรกิจนำเที่ยวแบบ “บีทูบี” บ่ายวันที่ 23 กันยายนนี้ ที่ห้องมีตติ้งรูม 1-2 โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park คอนเฟิร์มกันตั้งแต่เนิ่นๆ
ธุรกิจรุ่งเรืองรั้งไม่อยู่ “พิมล ศรีวิกรม์” แถลงข่าวใหญ่ บริษัทอุตสาหกรรมพรมไทย จำกัด (มหาชน) ที่พร้อมเดินหน้าสานต่อธุรกิจพรมเพื่อการพาณิชย์ขึ้นสู่แท่นอันดับ 1 ของโลก วันพุธที่ 20 กันยายน ที่ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เวลา 13.30-16.00 น.
คอลัมน์ : ฐานโซไซตี/ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3298 ระหว่างวันที่ 21-23 ก.ย.2560