
SHORT CUT
ส่องกลยุทธ์ Star Hunter จากผู้สร้างตำนาน 'Love Sick' ที่จะพาซีรี่ส์วาย-ยูริไทยไปโกอินเเตอร์ พร้อมเปิดสูตรลับการเลือกบทและปั้น ‘เคมี’ ที่จริงใจที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าความหลากหลายคือพลังที่ไร้พรมแดน!
ในยุคที่กระแสของซีรี่ส์วาย และยูริของไทยพุ่งทะยานไปไกลเกินขอบเขตของเอเชีย ชื่อของ ‘Star Hunter Entertainment’ ก็กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่น่าจับตามองในฐานะผู้บุกเบิกและผู้กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมบันเทิง โดยเฉพาะการขยับจากการเป็นผู้ผลิตซีรี่ส์วายยุคแรกๆ อย่าง ‘Love Sick’ สู่การเป็นฟันเฟืองหลักที่คอยผลักดันสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมทางเพศให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ผ่านวิสัยทัศน์ที่มองเห็นภาพกว้างของคำว่า Soft Power อย่างลึกซึ้ง
Star Hunter ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิต แต่ยังเป็นอีกหนี่งแรงขับเคลื่อนสังคม เพราะถือเป็นค่ายเจ้าแรกๆ ที่ทำซีรี่ส์วาย และรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศมาตลอดจนเกิด ‘สมรสเท่าเทียม’ ขึ้นในประเทศไทย และในปัจจุบัน 'คุณโอ๋ – ยชญ กรณ์หิรัญ' ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ได้ยกระดับมาเป็นอุปนายกสมาคม TBLC (Thai BL & GL Content Association) องค์กรอิสระที่ดูแลอุตสาหกรรมนี้โดยเฉพาะ ที่พร้อมเป็นกระบอกเสียงและใช้ศักยภาพที่มีในการซัพพอร์ต พร้อมยกระดับมาตรฐานซีรี่ส์วาย และยูริไทยให้เป็นที่ยอมรับในสากล
"เราเป็นเจ้าแรกที่รณรงค์และต่อสู้มาตลอด จนกระทั่งมีสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย เราเชื่อว่าเราคือพลังส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนสังคมนี้มาอย่างยาวนาน"
คุณโอ๋ – ยชญ กรณ์หิรัญ เล่าว่า เบื้องหลังความสำเร็จที่เหมือนดูเรียบง่าย แท้จริงแล้วถูกวางแผนมาอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการที่กินเวลานานกว่า 3-6 เดือนในการเตรียมตัวแต่ละโปรเจกต์ เพื่อพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ยุคที่ตลาดซีรี่ส์วายเริ่มล้นตลาด
ในยุคที่คอนเทนต์ ซีรี่ส์วายเริ่มกลายเป็น Red Ocean เต็มไปด้วยพล็อตซ้ำซาก Star Hunter เลือกที่จะไม่ยึดติดอยู่กับกรอบเดิมๆ คุณโอ๋เล่าว่า เราเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับความแปลกใหม่ของบทและพัฒนาบทใหม่ที่ตอบโจทย์นักแสดงเฉพาะตัว ถึงแม้ในการหยิบบทมาทำซีรี่ส์หนึ่งเรื่อง จะพิจารณาจากนิยายที่มีชื่อเสียงหรือมีฐานคนอ่านที่เยอะอยู่แล้ว เพื่อต่อยอดให้คุณภาพของบทและนักแสดง เพราะเขาเชื่อว่าบทที่มีคุณภาพและเป็นที่นิยมคือหัวใจสำคัญที่จะดึงดูดฐานคนอ่านให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง
“ในตอนนี้ที่มันเริ่มจะกลายเป็น Red Ocean การมองหาความแปลกใหม่ มันทำให้ฐานคนดูรู้สึกอยากชม”
ถึงแม้ว่าในตอนนี้ซีรี่ส์วายจะตกอยู่ในสภาวะการแข่งขันที่ดุเดือด แต่เขากลับมองว่า กระแสของ GL ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง และมีการวางแผนที่จะผลักดันซีรี่ส์ GL ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
“เราก็อยากจะผลักดันให้เขาได้เติบโต เพื่อให้ได้มีฐานแฟนคลับและได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เราก็คงไม่คิดว่าจะสร้างคู่ใหม่ทุกๆ ปี ถ้าคู่ไหนกระแสดีเราก็จะสร้างและผลักดันต่อไป”
เขาเล่าว่า การคัดเลือกเคมีนักแสดงไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว ต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่าการ ‘แคสติ้ง’ ที่ต้องมีทั้งผู้กำกับ คนเขียนบทเข้ามาช่วยกันดูว่าคาแรกเตอร์ของนักแสดงนั้นสมบทบาทหรือไม่ และค่ายก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักแสดงภายใต้องค์กรเดียวกัน เพราะเขามองว่า การที่เด็กๆ ได้ใช้เวลาด้วยกัน เรียนรู้ และเติบโตไปด้วยกัน จะทำให้เกิดสิ่งที่เราเรียกว่า ‘เคมีธรรมชาติ’ ขึ้นมาเองโดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปยัดเยียดให้เด็กรู้สึกอึดอัด
ไม่ใช่ว่าจับคนนั้น คนนี้มามาคู่กันเลยก็ไม่ใช่ เพราะสุดท้ายถ้าเคมีมันไม่ดี แฟนคลับยังไงก็ดูออก”
เขายังเล่าต่อว่า ในเรื่องของแฟนเซอร์วิส นอกเหนือจากความฟินในซีรี่ส์แล้ว ทางค่ายก็ไม่ได้มีการบังคับหรือกำหนดว่าจะต้องเซอร์วิสแบบไหน เขาเล่าว่า เด็กๆ ทุกคนรู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องวางตัวอย่างไรกับแฟนๆ ไม่ให้เกินขอบเขต เราให้ต่างคนต่างเรียนรู้เองว่าพวกเขาจะต้องดูแลพาร์ทเนอร์ของตัวเองยังไง เพราะสุดท้ายเคมีที่มันออกมาจากตัวเด็กๆ จริงๆ มันน่ารักกว่าการที่เราพยายามไปฝืนทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
ถึงแม้ในอนาคต ทางค่ายเองก็ต้องรับความเสี่ยงเรื่องของ คู่แตก หรือ การแยกคู่ เขาให้ความเห็นว่า ในเส้นทางของอาชีพนักแสดง แต่ละคนก็ต้องมีการเติบโต แต่สิ่งที่เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า การมีคู่จิ้นก็เป็นสิ่งที่ต้องดูแลด้วย และหากในอนาคตถ้าเด็กๆ อยากจะไปเติบโตในเส้นทางของนักแสดง ก็ยังเชื่อแฟนว่า แฟนคลับก็ต้องเข้าใจและตามซัพพอร์ตอย่างแน่นอน
ในอีก 5 ปีข้างหน้า ก็อยากจะยกระดับซีรี่ส์วาย-ยูริไทย ให้ไปได้ไกลมากกว่านี้ เพราะปัจจุบันซีรี่ส์วาย-ยูริของไทยก็ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกในตลาด และสามารถสร้างฐานแฟนคลับได้อย่างรวดเร็วตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เขายังให้ความเห็นอีกว่า หากภาครัฐและเอกชนสนับสนุนถูกทาง อุตสาหกรรมบันเทิงนี้จะขับเคลื่อนทั้งเม็ดเงิน วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ของประเทศได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ในตอนนี้เราจะครองตลาดเอเชียได้สำเร็จ และตอนนี้ซีรี่ส์วาย-ยูริไทย ก็กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในแถบละตินอเมริกาและยุโรป นี่อาจจะเป็นความหวังครั้งใหญ่ที่จะพิสูจน์ว่า Soft Power และความสามารถของเด็กไทยก็แข็งแกร่งไม่แพ้ใครในโลก