svasdssvasds

จดหมายของ ‘ปาร์ค บอม’ กับบาดแผลจากปมในอดีต ที่กลายเป็นบทเรียนสุขภาพจิตของ K-Pop

จดหมายของ ‘ปาร์ค บอม’ กับบาดแผลจากปมในอดีต ที่กลายเป็นบทเรียนสุขภาพจิตของ K-Pop

เจาะปมจดหมาย ‘ปาร์ค บอม’ แฉปมแพะรับบาปคดียาเสพติดแทนเพื่อนร่วมวง? ย้อนรอยไทม์ไลน์ 16 ปีแห่งความเจ็บปวด สู่บทเรียนราคาแพงเรื่องสุขภาพจิตของวงการ K-Pop

SHORT CUT

  • ปาร์ค บอม โพสต์จดหมายกล่าวหาว่าตนถูกใช้เป็น 'แพะรับบาป' ในคดียาเสพติดเมื่อปี 2010 เพื่อปกปิดความผิดให้ซานดาร่า ปาร์ค ก่อนจะลบโพสต์ในภายหลัง
  • เหตุการณ์นี้ทำให้คดีนำเข้ายา Adderall เพื่อรักษาโรคสมาธิสั้น (ADD) ของเธอกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ซึ่งเป็นบาดแผลที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพและสภาพจิตใจของเธอมาอย่างยาวนาน
  • กรณีของปาร์ค บอม ได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่กระตุ้นให้สังคมและอุตสาหกรรม K-Pop หันมาให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิตของศิลปินมากขึ้น

เจาะปมจดหมาย ‘ปาร์ค บอม’ แฉปมแพะรับบาปคดียาเสพติดแทนเพื่อนร่วมวง? ย้อนรอยไทม์ไลน์ 16 ปีแห่งความเจ็บปวด สู่บทเรียนราคาแพงเรื่องสุขภาพจิตของวงการ K-Pop

กลายเป็นประเด็นที่กำลังเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เมื่อ ปาร์ค บอม (Park Bom) สมาชิก สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปในตำนานอย่าง 2NE1 ได้โพสต์ภาพจดหมายที่เขียนด้วยลายมือลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว ก่อนจะถูกลบออกไปในภายหลัง โดยเนื้อหาหลักระบุว่า เธอถูกทำให้เป็น 'แพะรับบาป' ในคดียาเสพติดเพื่อปกปิดความผิดให้เพื่อนร่วมวงอย่าง ซานดาร่า ปาร์ค (Sandara Park)

 

 

ในจดหมายดังกล่าว เธอได้ระบุถึงอาการป่วยโรคสมาธิสั้น (ADD) ของเธอว่า ตอนนี้เธอสบายดี และพยายามใช้ชีวิตให้ดีขึ้น และยืนยันว่าไม่เคยใช้ยาเสพติดผิดกฎหมาย พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงกระบวนการทางกฎหมายในอดีตเกี่ยวกับยา Adderall ที่เธอเคยนำเข้าจากสหรัฐฯ ในปี 2010 และอ้างว่า ในช่วงเวลานั้น เกาหลีใต้ยังไม่มี กฎหมายเกี่ยวกับยาดังกล่าวโดยชัดเจน และกฎหมายถูกกำหนดขึ้นภายหลังจากกรณีของเธอ

 

จดหมายของ ‘ปาร์ค บอม’ กับบาดแผลจากปมในอดีต ที่กลายเป็นบทเรียนสุขภาพจิตของ K-Pop

 

นอกจากนี้ เธอยังกล่าวถึง ยางฮยอนซอก, TEDDY และสมาชิก 2NE1 อย่าง CL (อีแชริน) ว่าอย่ารายงานว่าเธอใช้สารเสพติดเกินปริมาณ เพราะเธอยืนยันว่าไม่เคยใช้ในทางที่ผิด

ย้อนไทม์ไลน์คดี และบาดแผลของ 'ปาร์ค บอม'

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในปี 2010 รายงานจากสำนักงานอัยการกรุงโซล ระบุว่า 'ปาร์ค บอม' ถูกตรวจสอบกรณีนำเข้ายา Adderall จากสหรัฐฯ ซึ่งมีส่วนผสมของแอมเฟตามีน โดยได้มีการใช้ชื่อญาติเป็นผู้รับพัสดุ ถึงแม้ทางปาร์ค บอม จะออกมายืนยันว่าเธอใช้เพื่อรักษาโรคสมาธิสั้น (ADD) อย่างไรศาลก็ได้สั่งระงับการฟ้องร้องหลังจากที่ยื่นเอกสารทางการแพทย์และใบสั่งยาเพื่อแสดงให้เห็นว่ายาเหล่านั้นถูกสั่งจ่ายเพื่อการรักษา

 

ในปี 2014 ข่าวของปาร์คบอมก็ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง แม้ยางฮยอนซอก จะออกมาแถลงว่า ปาร์คบอม ใช้เพื่อเป็นการรักษาอาการป่วยทางจิตจากเหตุการณ์สะเทือนใจในวัยเด็ก แต่จากกระแสสังคมและเสียงวิพากวิจารณ์ส่งผลให้เธอจำเป็นต้องพักงาน

 

ในปี 2018  ปาร์ค บอม ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ PD Notebook ว่า เธอป่วยเป็นโรค ADD จริง และยาที่เธอนำเข้ามาคือยารักษาโรค ไม่ใช่สารเสพติด เธอยังบอกอีกว่า ตัวเองไม่ใช่คนติดยา แต่ยาคือสิ่งที่ทำให้ตนเองต้องใช้เพื่อให้มีชีวิตรอด

 

และในปี 2025  สำนักข่าว Chosun รายงานว่า ปาร์ค บอม โพสต์ภาพเอกสารที่อ้างว่าเป็นคำฟ้องร้องในโซเชียลมีเดียส่วนตัว เรื่องที่ YG Entertainment ไม่จ่ายส่วนแบ่งรายได้เป็นจำนวนเงินมหาศาล ถึงแม้จะถูกลบออกภายหลัง หลังโพสต์ดังกล่าว D-Nation Entertainment ต้นสังกัดปัจจุบันของปาร์ค บอม ก็ได้ออกแถลงการณ์ว่าไม่เป็นความจริง และระบุว่าศิลปินมีอารมณ์ภาวะที่ไม่คง

จนเมื่อล่าสุด (3 มีนาคม 2026) The Korea Herald รายงานว่าปาร์ค บอมโพสต์จดหมายลายมือ ที่ตอนนี้ลบไปแล้ว ระบุว่า "ซานดาร่า ปาร์ค ถูกจับเรื่องยาเสพติด และเพื่อปกปิดเรื่องนั้น พวกเขาจึงเปลี่ยนยาของฉันให้กลายเป็นข่าวฉาวแทน" พร้อมเตือน CL และ Teddy อย่าบิดเบือนข้อมูล

 

ในขณะเดียวกัน รายงานจากสำนักข่าว Xports News ระบุว่า ซานดารา ปาร์ค ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่า "ไม่มีมูลความจริง” และซานดาร่ายังกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของปาร์ค บอม ในขณะนี้

 

ด้านต้นสังกัดของปาร์ค บอม อย่าง D-Nation Entertainment ได้ชี้แจงผ่านสื่อ OSEN ว่า ข้อความในจดหมายนั้นไม่ได้ผ่านการคัดกรองจากค่าย และเป็นผลมาจาก สภาวะทางอารมณ์ที่ไม่คงที่และจำเป็นต้องได้รับการรักษาและพักผ่อน Bandwagon Asia รายงานว่า ข้อกล่าวหาในจดหมายฉลับล่าสุดของเธอ ได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่มีมูลความจริง

 

จดหมายของ ‘ปาร์ค บอม’ กับบาดแผลจากปมในอดีต ที่กลายเป็นบทเรียนสุขภาพจิตของ K-Pop

 

ท่ามกลางกระแสที่ร้อนแรง เหล่า Blackjack (ชื่อแฟนคลับ 2NE1) กลับมองว่าสถานการณ์นี้อาจเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือที่ชัดเจนและน่ากังวลที่สุด รวมถึงแสดงความกังวลต่อสภาพจิตใจของศิลปิน ที่กำลังเผชิญกับความเจ็บปวด

 

บทเรียนถึงอุตสาหกรรม K-Pop เมื่อสุขภาพจิตไม่ใช่เพียงคำสวยหรู


อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ไม่ได้จบลงแค่เรื่องส่วนตัว แต่กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่อุตสาหกรรม K-Pop ต้องหันกลับมาทบทวนอย่างจริงจัง ชาวเน็ตจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงระบบการจัดการศิลปินในอดีตที่อาจเน้นแต่ภาพลักษณ์และความสำเร็จ แต่กลับมองข้ามสิ่งที่ศิลปินคนหนึ่งต้องแบกรับมาตลอดจากระบบอุตสาหกรรมที่มองข้ามสุขภาพจิต จากกรณีนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้หลายคนหันกลับมามองและให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพจิต และโอบกอดความเป็นมนุษย์ให้มากกว่าภาพลักษณ์ที่สวยงาม เพื่อเปลี่ยนความเจ็บปวดในอดีตให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ศิลปินทุกคนจะได้รับความรักและการดูแลที่แท้จริง

 

ที่มา Xports News / The Korea Herald / Chosun

related