
SHORT CUT
ภาพสะท้อนที่น่ากังวลของโมเดลธุรกิจค่ายเพลง มองผ่านวิกฤตของ 'THE BOYZ' จุดเริ่มต้นของโดมิโน่เอฟเฟกต์ครั้งใหญ่เมื่อปัญหาความไม่โปร่งใสทางการเงิน กลายเป็นปัญหาวนลูปของวงการ K-Pop
กลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการ K-Pop เมื่อ สำนักข่าวเกาหลีใต้ OSEN รายงานว่า ทนายความของตัวแทนของ 9 สมาชิกวง THE BOYZ จากสำนักงานกฎหมาย Yulchon ได้ออกแถลงการณ์ขอยกเลิกสัญญาพิเศษกับต้นสังกัด 'ONE HUNDRED' โดยระบุชัดเจนว่าสาเหตุหลักมาจาก ‘ปัญหาความไม่โปร่งใสทางการเงิน’ ในขณะที่ ‘นิว (New)’ เป็นสมาชิกเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ร่วมยื่นเอกสารยกเลิกสัญญาและยังคงสถานะกับทางค่ายต่อไป
ข้อมูลจากแถลงการณ์ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2025 เป็นต้นมา สมาชิกไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งรายได้ สำนักข่าว The Fact รายงานว่าในช่วงการทำกิจกรรมหรือทัวร์คอนเสิร์ต สมาชิกวงต้องเป็นผู้สำรองจ่ายค่าจ้างการทำงานให้กับสตาฟและทีมงานหน้างานเอง เนื่องจากค่ายค้างชำระค่าจ้างจนทีมงานปฏิเสธที่จะทำงานต่อ และยังมีรายงานอีกว่า สมาชิก THE BOYZ ต้องสำรองจ่ายเงินทั้งหมดเองเพื่อให้กิจกรรมของวงได้ดำเนินต่อ
ประเด็นที่น่าสนใจในเชิงธุรกิจคือการที่ศิลปินร้องขอ 'ความโปร่งใส' ในการเข้าถึงบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตามรายงานจากสำนักข่าว The Fact ระบุว่าค่ายเพลงกลับเพิกเฉยและปฏิเสธคำร้องขอมาโดยตลอด
ในโลกธุรกิจบันเทิงเกาหลีบัญชีรายได้ เปรียบเสมือนกล่องดำที่ศิลปินเข้าถึงได้ยาก ค่ายเพลงมักอ้างค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าการตลาดระดับโลก หรือค่าผลิตคอนเทนต์สูงลิ่วมาหักลบจนศิลปินแทบไม่เหลือส่วนแบ่ง แต่สำหรับวงระดับแถวหน้าอย่าง THE BOYZ ที่มียอดขายอัลบั้มถล่มทลาย การที่ไม่มีเงินเข้าบัญชีมานานหลายเดือน จึงกลายเป็นชนวนการยื่นยุติสัญญากับค่ายในที่สุด
ในขณะเดียวกัน สำนักข่าว The Fact รายงานว่าประธาน ‘ชากาวอน’ อาจกำลังเผชิญสภาวะขาดสภาพคล่องอย่างหนัก ประเด็นที่ช็อกที่สุดคือข้อกล่าวหาที่ว่า มีการดึง 'เงินมัดจำค่าหอพัก' ของสมาชิก THE BOYZ ออกไปใช้หมุนเวียนในบริษัท
นอกจากนี้ ทนายความฝั่งศิลปินยังระบุว่า ค่ายเพิ่งได้รับเงินลงทุนล่วงหน้ามูลค่าหลายหมื่นล้านวอน แต่เงินก้อนนั้นกลับไม่ถูกนำมาจ่ายเป็นส่วนแบ่งให้ศิลปินเลยแม้แต่น้อย
ทางต้นสังกัดได้ออกแถลงการณ์โต้กลับอย่างดุเดือดผ่าน MK Sports ว่า 'ไม่ยอมรับการยกเลิกสัญญา' โดยอ้างว่าได้จ่ายเงินโบนัสการเซ็นสัญญาก้อนมหาศาลให้กับสมาชิกไปแล้ว
ส่วนประเด็นข่าวลือเรื่องขโมยเงินมัดจำหอพักนั้น ค่ายชี้แจงว่า "ไร้มูลความจริงและมีเจตนาร้าย" พร้อมประกาศเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีกับสำนักข่าว The Fact ที่เป็นต้นตออย่างเด็ดขาด และย้ำว่าค่ายยังจัดเตรียมรถรับส่งและผู้จัดการไว้ให้ตามปกติ แต่เป็นฝั่งสมาชิกเองที่ปฏิเสธการสนับสนุน
กรณีของ THE BOYZ ไม่ใช่ปรากฎการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น แต่กลับเป็นสิ่งที่ตอกย้ำปัญหาเรื้อรังโมเดลธุรกิจของวงการ K-Pop ที่เกิดขึ้นกับศิลปินมาแล้วหลายวง
กรณีวง OMEGA X ที่เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2022 เคสของ OMEGA X กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เมื่อสมาชิกถูกต้นสังกัดทอดทิ้งขณะทัวร์คอนเสิร์ตในต่างประเทศ จนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายและสวัสดิภาพด้วยตัวเอง เคสนี้จบลงที่ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ศิลปินระงับสัญญาได้ เพราะค่ายไม่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนตามสัญญาได้อีกต่อไป
อีกหนึ่งกรณีที่เป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนคอยติดตามกับการต่อสู้ของ เฉิน, แบคฮยอน และซิ่วหมิน กับยักษ์ใหญ่อย่าง SM Entertainment สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาปัญหาเรื่องการเงินไม่ได้เกิดเฉพาะกับค่ายเล็ก แต่เป็นปัญหาโครงสร้างที่ศิลปินระดับโลกก็เข้าไม่ถึงข้อมูลรายรับ-รายจ่ายที่แท้จริงของตัวเอง
นักวิเคราะห์จาก Korea Economic Daily ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันค่ายเพลงรุ่นใหม่มักใช้โมเดล ‘ใช้เงินทำงาน’ ด้วยการกว้านซื้อค่ายเล็กและศิลปินดังเข้าพอร์ตเพื่อสร้างมูลค่าบริษัทในตลาดหุ้น (IPO) แต่กลับละเลยระบบการตรวจสอบภายในที่โปร่งใส เมื่อสภาพคล่องติดขัด โดมิโน่จึงล้มลงจากบริษัทแม่สู่บริษัทลูก และสุดท้ายคือศิลปินที่ต้องเป็นผู้รับกรรมด้วยการถูกระงับส่วนแบ่งรายได้และต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเองเพื่อรักษาชื่อเสียงของวงเอาไว้
สิ่งที่หลายคนกำลังจับตาคือภายใต้เครือ ONE HUNDRED Big Planet Made (BPM) โดย สำนักข่าว News1 เคยตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาที่เริ่มก่อตัวเมื่อ 'แทมิน' ศิลปินเดี่ยวประกาศยุติสัญญากับต้นสังกัดเนื่องจากปัญหาการจัดการและการจ่ายเงินภายในค่าย
ในขณะเดียวกัน VIVIZ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก อึนฮา ซินบี และออมจี พร้อมด้วยนักร้องอย่าง อีมูจิน และ BE’O ได้ส่งหนังสือแจ้งยกเลิกสัญญาเอ็กซ์คลูซีฟไปยัง Big Planet Made Entertainment โดยให้เหตุผลว่าบริษัทมีการละเมิดข้อกำหนดในสัญญา แต่ทางต้นสังกัดได้ออกแถลงการณ์ตอบกลับรายงานดังกล่าวว่า “ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปสุดท้าย บริษัทกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ศิลปินสามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปได้ตามปกติ”
ตามรายงานจาก SBS News สมาชิก THE BOYZ ยังยืนยันสปิริตที่จะจัดคอนเสิร์ตใหญ่ในเดือนเมษายนนี้เพื่อขอบคุณ 'เดอะบี' (The B) ท่ามกลางความหวังและความรักที่เข้มแข็งที่เหล่าแฟนคลับพากันส่งกำลังใจให้กับศิลปินที่พวกเขารักให้ก้าวผ่านมรสุมและแรงกดดันมหาศาลนี้ให้ผ่านพ้นไปได้