รู้จัก ‘OBH Combi Sachet’ เพลงไวรัลสุดฮิต แต่ความจริงคือโฆษณายาแก้ไอ!

รู้จัก ‘OBH Combi Sachet’ เพลงไวรัลสุดฮิต แต่ความจริงคือโฆษณายาแก้ไอ!

"OBH Combi sachet... Uhuk! Uhuk... Uhuk!" รู้หรือไม่เบื้องหลังเพลงทำนองสุดเท่ที่กำลังเป็นไวรัลใน TikTok ในตอนนี้ ความจริงแล้วคือเพลงโฆษณายาแก้ไอของประเทศอินโดนีเซีย

SHORT CUT

  • เพลงไวรัล "OBH Combi Sachet" ที่โด่งดังใน TikTok แท้จริงแล้วคือเพลงโฆษณายาแก้ไอยี่ห้อหนึ่งจากประเทศอินโดนีเซีย
  • สาเหตุที่เพลงกลายเป็นกระแสมาจากทำนองที่ติดหูและเสียงไอ "Uhuk! Uhuk!" ซึ่งถูกนำไปใช้ประกอบคลิปวิดีโอแปลงโฉม โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ทราบความหมายของเนื้อเพลง
  • ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าสมองของมนุษย์มักประมวลผลและตอบสนองต่อจังหวะดนตรีได้รวดเร็วกว่าความหมายของภาษา โดยเฉพาะเมื่อเป็นเพลงในภาษาต่างประเทศ

"OBH Combi sachet... Uhuk! Uhuk... Uhuk!" รู้หรือไม่เบื้องหลังเพลงทำนองสุดเท่ที่กำลังเป็นไวรัลใน TikTok ในตอนนี้ ความจริงแล้วคือเพลงโฆษณายาแก้ไอของประเทศอินโดนีเซีย

ช่วงนี้ใครไถฟีด TikTok ก็น่าจะเห็นคอนเทนต์ทรานซิชันที่เปลี่ยนลุคแบบสับๆ จากชุดนอนหน้าสด พอถึงจังหวะบีทดร็อปก็สะบัดหน้าหนึ่งที พริบตาเดียวกลายเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ โพสท่าจิกกล้องแตกประหนึ่งกำลังถ่ายแคมเปญบิวตี้ระดับโลก พร้อมกับแผ่นเสียงประกอบที่มีท่อนร้องติดหูว่า "OBH Combi sachet... Uhuk! Uhuk... Uhuk!"

แต่รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังของคลิปแฟชั่นสุดปังกับแผ่นเสียงนี้ แท้จริงแล้วมันแทบจะสวนทางกันคนละขั้ว เพราะเพลงดนตรีเท่ๆ ไวบ์อินเตอร์ที่เราได้ยิน แท้จริงแล้วมันคือ 'เพลงโฆษณายาแก้ไอของประเทศอินโดนีเซีย'

สิ่งที่ทำให้เพลงนี้กลายเป็นไวรัล นอกจากทำนองเพลงที่สมูทแล้ว ก็คือท่อน "Uhuk! Uhuk!" ซึ่งเป็นเสียงไอที่ทำออกมาได้เท่และลื่นหู แต่ถ้าเราลองมากางเนื้อเพลงภาษาอินโดนีเซียแล้วแปลไทยดูแบบบรรทัดต่อบรรทัด จะพบว่ามันไม่ได้มีความคูลซ่อนอยู่เลย แต่มันคือการ 'ฮาร์ดเซลล์' ขายยาน้ำแก้ไอแบรนด์ OBH Combi แบบซอง (Sachet) กันโต้งๆ เนื้อเพลงมีใจความประมาณว่า

"OBH Combi แบบซอง แพ็กเกจจิ้งแบบใหม่ จัดการได้ไวทันใจกว่าเดิม... หากมีอาการไอแบบมีเสมหะ ก็สามารถดื่มตรงนั้นได้ทันที ไม่ต้องยุ่งยากอะไรมากมาย แค่ฉีกซองแล้วก็ดูดดื่มได้เลย (ซดเลย!)"

เพลงมันเท่ ก็ขอโพสท่าเก๋ๆ หน่อย

เมื่อดนตรีมันเท่เกินกว่าจะเป็นแค่โฆษณายา ครีเอเตอร์จึงหยิบมาขยี้ด้วยการแต่งตัวให้สวย หล่อ และดูแพงที่สุด ตัดต่อภาพให้เนียนเป๊ะรับกับจังหวะเสียงไอ ประหนึ่งว่าเป็นบีทดร็อปของเพลงฮิปฮอป เมื่อรวมเข้ากับอัลกอริทึมที่มักจะดันคลิปวิดีโอที่มีการสลับฉากเร็วๆ ภาพสวยๆ แผ่นเสียงที่มีเสียงไอแค่ก นี้ จึงแปรสภาพเป็นเครื่องมือทำคลิปทรานซิชันที่สมบูรณ์แบบ และกลายเป็นมีมไวรัลไปทั่วโลก

 

ทำไมเราถึงอินกับดนตรี มากกว่าความหมาย?

คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมเราถึงยอมเต้น โพสท่าเท่ๆ ให้กับเพลงที่ร้องว่า "ฉีกซองยาแก้ไอแล้วซดเลย" ในทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา พฤติกรรมนี้มีคำอธิบายที่ชัดเจนมาก

 

สมองเราประมวลผล 'ดนตรี' ไวกว่า 'ภาษา' นักประสาทวิทยาพบว่า สมองของเราประมวลผลเสียงดนตรีและภาษาในส่วนที่ต่างกัน สมองซีกขวาจะตอบสนองต่อ 'ทำนองและจังหวะ' อย่างรวดเร็ว

ในขณะที่สมองซีกซ้ายจะต้องใช้เวลามากกว่าในการ 'ถอดรหัสความหมาย' ของคำ นั่นแปลว่า ทันทีที่บีทเพลง OBH Combi ดังขึ้น สมองส่วนอารมณ์ของเราก็โดนความเท่ตกไปเรียบร้อยแล้ว 

 

ในทางจิตวิทยาดนตรี มีคำว่า 'Groove' หรือความลื่นไหลของจังหวะที่ทำให้คนฟังอยากขยับตัวตาม เมื่อเราได้ยินบีทที่มี Groove ชัดเจน สมองส่วน Motor Cortex (ส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว) จะถูกกระตุ้นโดยตรง ทำให้เรารู้สึกอยากโยกหัวหรือทำท่าสับๆ โดยอัตโนมัติ จังหวะดนตรีจึงมีอำนาจเหนือความหมายของเนื้อเพลง

 

เมื่อเราฟังเพลงในภาษาที่ไม่คุ้นเคย สมองของเราจะเลิกพยายามแปลความหมาย และเปลี่ยนโหมดไปรับรู้เสียงร้องนั้นในฐานะเครื่องดนตรีอีกชิ้นหนึ่งทันที

 

ไทยและเทศก็มีเพลงฮิตติดหูเหมือนกันนะ!

การหยิบเพลงโฆษณามาทำเป็นคอนเทนต์ หรือการที่แบรนด์ทำเพลงโฆษณาให้กลายเป็น Pop Culture ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนไทยหรือครีเอเตอร์ทั่วโลก เพราะเราต่างก็เคยโตมากับ 'Jingle' หรือเพลงแคมเปญที่ถูกนำมาขยี้จนกลายเป็นไวรัลมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น

อยากไปโลตัส  ท่อนร้องฮุคติดหูง่ายๆ ซ้ำๆ ว่า "อยากไปโลตัส อยากไปโลตัส...ไปทำไม ไปทำไม" ที่ฟังจนหลอนหู กลับถูกครีเอเตอร์ชาวไทยจับมาทำคลิปลิปซิงค์ หรือใส่จังหวะกวนๆ จนกลายเป็นแผ่นเสียงไวรัลที่คนเอาไปเล่นตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง

AIS 1-2-Call (Entertain Max x ขงจื๊อ) ตำนานการรีมิกซ์โฆษณาแพ็กเกจมือถือ ให้กลายเป็นเพลงแดนซ์จังหวะสนุกสนานสไตล์สายย่อ ที่ตื๊ดจนดีเจต้องเอาไปเปิดตามปาร์ตี้ กลายเป็นมีมที่วัยรุ่นร้องกันได้เป๊ะๆ

Maybelline 'Make It Happen' : หนึ่งในแคมเปญระดับตำนานที่โด่งดังและติดหูคนไทยมากที่สุด คือการฉีกกฎโฆษณาเครื่องสำอาง โดยดึง ญาญ่า อุรัสยา มาฟีเจอริ่งกับ DABOYWAY ทำเป็นเพลงฮิปฮอปสุดเท่ โปรดักชันปังจนสายแฟชั่นหยิบมาทำคลิปเดินสับ ลิปซิงก์จิกกล้องแตกระดับตัวมารดากันทั่วโซเชียล ที่ใครหยิบมาเล่นก็ประหนึ่งพี่สาว Maybelline เข้าสิง

GAP x KATSEYE ขยับมาที่ฝั่งอินเตอร์ แบรนด์เสื้อผ้าอย่าง GAP ก็เพิ่งสร้างไวรัลด้วยการจับเกิร์ลกรุ๊ปมาแรงอย่าง KATSEYE มาทำแคมเปญเพลงที่มีกลิ่นอาย Y2K จนเกิดเป็น Dance Challenge บน TikTok ที่วัยรุ่นทั่วโลกแห่ทำตามกันเพียบ

Pepsi Gladiator (Britney Spears, Beyoncé, P!nk): หากพูดถึงจุดสูงสุดของการเอาเพลงโฆษณามาทำเป็นป๊อปคัลเจอร์ คงหนีไม่พ้นตำนานโฆษณาเป๊ปซี่ที่จับ 3 ตัวแม่แห่งยุคมาร้องเพลง "We Will Rock You" ซึ่งสร้างอิมแพกต์มหาศาลจนกลายเป็นภาพจำระดับโลก ที่ก้าวข้ามความเป็นแค่ 'โฆษณาน้ำอัดลม' ไปตลอดกาล

OBH Combi Sachet ได้มอบบทเรียนที่น่าสนใจมากกว่าแค่เรื่องของไวรัลขำขันชั่วข้ามคืน แต่มันสะท้อนภาพกว้างของ ‘ป๊อปคัลเจอร์’ บนโลกอินเทอร์เน็ตยุคปัจจุบัน ที่ถูกหล่อหลอมด้วยอารมณ์ขัน

เมื่อเพลงโฆษณาชิ้นหนึ่งถูกปล่อยลงบนโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้งานนี่แหละคือคนกุมอำนาจว่าจะเอามันไปเล่นต่อในทิศทางไหน ยิ่งพอมีกำแพงภาษามาคั่น คนก็ยิ่งไม่สนใจบริบทดั้งเดิม

 

related