เงินเดือนหมื่นสี่ ภาษีจ่ายครบ แล้วสวัสดิการไปไหน? 'ยกมือขึ้น' เพลงที่ชวนเราตั้งคำถามถึงโครงสร้างรัฐ

เงินเดือนหมื่นสี่ ภาษีจ่ายครบ แล้วสวัสดิการไปไหน? 'ยกมือขึ้น' เพลงที่ชวนเราตั้งคำถามถึงโครงสร้างรัฐ

ตื่นมาสูดฝุ่น เสี่ยงตายบนทางม้าลาย จ่ายภาษีแต่ไร้สวัสดิการ ชวนถอดรหัสเพลง 'ยกมือขึ้น' (NAY ft. TangBadVoice) จดหมายเหตุบันทึกปัญหาเมืองและทวงถามสิทธิประชาชน

SHORT CUT

  • เพลง "ยกมือขึ้น" โดย "เน PERSES" เป็นผลงานที่ศิลปินไอดอลใช้เสียงของตนเองเพื่อตั้งคำถามต่อปัญหาโครงสร้างสังคมและการทำงานของรัฐ
  • เนื้อเพลงสะท้อนความรู้สึกของคนวัยทำงานที่จ่ายภาษีแต่กลับไม่ได้รับรัฐสวัสดิการที่เหมาะสม และตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ
  • บทเพลงได้รวบรวมปัญหาที่ประชาชนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การเมือง ไปจนถึงคุณภาพชีวิตคนเมืองที่ย่ำแย่

ตื่นมาสูดฝุ่น เสี่ยงตายบนทางม้าลาย จ่ายภาษีแต่ไร้สวัสดิการ ชวนถอดรหัสเพลง 'ยกมือขึ้น' (NAY ft. TangBadVoice) จดหมายเหตุบันทึกปัญหาเมืองและทวงถามสิทธิประชาชน

ตื่นเช้ามาสูดฝุ่นพิษ เดินหลบมอเตอร์ไซค์บนฟุตปาธ เสี่ยงตายบนทางม้าลาย ไปจนถึงการรับเงินเดือนหมื่นสี่แต่ต้องจ่ายภาษีเพื่อแลกกับสวัสดิการที่มองไม่เห็น ในขณะที่เพลง 'ยกมือขึ้น' ของ 'เน–ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์' (NAY) สมาชิกวง PERSES ที่ขอพาตัวเองออกจากภาพจำของศิลปินไอดอล มาสู่พื้นที่อิสระในโปรเจกต์ ‘UNCENSORED SOLO PROJECT’ 

เงินเดือนหมื่นสี่ ภาษีจ่ายครบ แล้วสวัสดิการไปไหน? 'ยกมือขึ้น' เพลงที่ชวนเราตั้งคำถามถึงโครงสร้างรัฐ

สิ่งที่น่าสนใจของ ‘ยกมือขึ้น’ ในเวอร์ชันนี้ จึงไม่ใช่แค่ความสามารถด้านดนตรี แต่คือการได้เห็นศิลปินไอดอลคนหนึ่งกล้าที่จะใช้เสียงของตัวเอง พูดถึงเรื่องที่เขาสนใจในฐานะประชาชน ทั้งการตั้งคำถามและเรียกร้องสิทธิพื้นฐาน และเมื่อเราลองกางเนื้อเพลงที่เนและ TangBadVoice สลับกันแรปออกมา จะพบว่าภายใต้ความกวนและตลกร้าย บทเพลงนี้คือจดหมายเหตุที่บันทึกปัญหาโครงสร้างสังคมไทยเอาไว้อย่างครบถ้วน

อำนาจรัฐ’ และทวงถาม ‘รัฐสวัสดิการ’

"อยากมีรัฐธรรมนูญใหม่... (ไม่เอาอำนาจสว. อยากเลือก สสร.)  

"นโยบายมีแต่ลมปาก ตอนนี้ชีวิตโคตรลำบาก เลยยกมือขึ้น"

"เรียนจบปริญญาตรี เงินเดือนแค่หมื่นสี่... ภาษีก็พึ่งจ่ายไป ไม่มี(รัฐ)สวัสดิการใช้"

 

เนื้อหาที่สะท้อนถึงความอึดอัดของประชาชนที่ตั้งคำถามถึงรัฐสวัสดิการ และความโปร่งใสในการทำงานของรัฐบาล การตั้งคำถามถึงอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และข้อเรียกร้องที่ต้องการสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เป็นการขีดเส้นใต้ว่า ตราบใดที่กฎหมายสูงสุดของประเทศยังไม่ยึดโยงกับประชาชน นโยบายหาเสียงของนักการเมืองก็จะเป็นเพียง 'ลมปาก' ที่ไม่สามารถนำมาบังคับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง

 

ความย้อนแย้งของระบบเศรษฐกิจ

เมื่อโครงสร้างที่เป็นพื้นฐานมีปัญหา ผลกระทบก็ย่อมตกลงมาระบบเศรษฐกิจระดับล่าง เนื้อเพลงได้ฉายภาพความเหลื่อมล้ำผ่านชีวิตของกลุ่มคนวัยทำงาน

"เรียนจบปริญญาตรี เงินเดือนแค่หมื่นสี่ภาษีก็พึ่งจ่ายไป ไม่มี(รัฐ)สวัสดิการใช้ จ่ายเบี้ยประกันสังคม งบประมาณโคตรจะงง ขอให้ยกมือขึ้น"

เมื่อความล้มเหลวของสัญญาประชาคม ระหว่างรัฐกับประชาชน เด็กจบใหม่และมนุษย์เงินเดือนต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้าย เมื่อใบปริญญาไม่สามารถการันตีรายได้ที่เพียงพอต่อค่าครองชีพ ในขณะเดียวกันที่กลุ่มคนเหล่านี้ทำหน้าที่พลเมืองในการจ่าย ภาษีและถูกหักเงินประกันสังคมทุกเดือน สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความคลุมเครือในการจัดสรรงบประมาณ เนื้อเพลงจึงชวนเราตั้งคำถามในท่อนนี้จึงเป็นการสะท้อนความรู้สึกที่เหมือนถูกเอาเปรียบ จากระบบที่เรียกร้องหน้าที่จากประชาชน แต่กลับละเลยการสร้างรัฐสวัสดิการที่พึ่งพาได้

คุณภาพชีวิตคนเมืองที่อาจต้องให้พึ่งพาดวง

อีกหนึ่งมิติที่เพลงนี้ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนได้อย่างยอดเยี่ยม คือการตีแผ่ชีวิตประจำวันที่เปรียบเสมือน 'เกมเอาตัวรอด' ของคนเมือง

"เลิกงาน ฝนตกรถติด... หน้าบ้านน้ำท่วมถึงเข่า"

"เดินเล่นบนฟุตปาธเหมือนยุโรป แต่โดนมอไซค์โฉบ... ข้ามทางม้าลายตามโจทย์ รถไม่หยุดแถมโกรธ"

"ออกไปวิ่งส่งเสริมสุขภาพ เจอแต่ 2.5 แม่งยกมือขึ้น"

เนื้อเพลงที่รวบรวมความล้มเหลวในการจัดการเมืองไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่วิกฤตจราจร น้ำท่วมซ้ำซาก ความไร้ระเบียบของทางเท้า ไปจนถึงวิกฤตฝุ่น PM 2.5 สิ่งที่ซ่อนอยู่คือการผลักภาระของรัฐ ที่ปล่อยให้ความปลอดภัยขั้นพื้นฐานกลายเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องระแวดระวังเอาเอง การมีชีวิตรอดในเมืองใหญ่อย่างปลอดภัยจึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องพึ่งพาดวง มากกว่าจะพึ่งพาระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ

เงินเดือนหมื่นสี่ ภาษีจ่ายครบ แล้วสวัสดิการไปไหน? 'ยกมือขึ้น' เพลงที่ชวนเราตั้งคำถามถึงโครงสร้างรัฐ

วิกฤตสุขภาพจิต และทางรอดของคนวัยทำงาน

เมื่อสภาพแวดล้อมบีบคั้น ผลกระทบย่อมฝังลึกถึงสภาวะจิตใจ เนื้อเพลงในช่วงท้ายได้เจาะลึกเข้าไปในความเปราะบางของมนุษย์ออฟฟิศ

"ปวดหลัง ตึงคอ บ่าไหล่ ทำงานแทบสิ้นใจ... ทำงาน แทบเป็นแทบตาย เอไอแย่งงานไป"

"ไม่อยากทำงานแล้วจ้า อยากไปแต่ยิมปีนผา"

"กินข้าวพี่เน้นประหยัดงบ แต่คอนเสิร์ตอะดูครบ มายกมือขึ้น"

วัฒนธรรมการทำงานที่บีบคั้นและความหวาดระแวงต่อความไม่มั่นคงในสายอาชีพ เช่น การถูก AI แย่งงาน)ทำให้คนวัยทำงานตกอยู่ในภาวะหมดไฟ สิ่งที่ตามมาคือพฤติกรรมการปรับตัวที่ยอมจำกัดค่าใช้จ่ายพื้นฐานอย่างค่าอาหาร เพื่อนำเงินไปซื้อความสุขระยะสั้นผ่านคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมฮีลใจ สิ่งนี้ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่มันคือกลไกการรับมือ เพื่อเยียวยาจิตใจในวันที่ประเทศไม่สามารถมอบความมั่นคงระยะยาวให้พวกเขาได้

 

ยกมือขึ้น กำลังจะบอกอะไรเรา?

ท้ายที่สุดแล้ว เพลง 'ยกมือขึ้น' ไม่ใช่แค่เพียงชวนคนฟังโยกหัวไปตามจังหวะ แต่มันกำลังชวนเราตั้งคำถาม การแสดงตัวตนในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่มีสิทธิทวงถามสิทธิขั้นพื้นฐานของคนเองในฐานะประชาชนที่เสียภาษี พร้อมทิ้งคำถามตัวโตๆ ไว้ในสังคมให้เราได้คิดต่อว่า หากเพลงนี้เป็นเพียงเพลงที่ฟังจบแล้วผ่านไป หรือถึงเวลาหรือยังที่เราจะยกมือขึ้นมาทวงถามสิทธิของเรา

related