svasdssvasds

ดุสิต เรสซิเดนเซส กับยอดขาย 95% บอกอะไรเราเกี่ยวกับทิศทางอสังหาฯ ระดับอัลตร้าลักชัวรี่

ดุสิต เรสซิเดนเซส กับยอดขาย 95% บอกอะไรเราเกี่ยวกับทิศทางอสังหาฯ ระดับอัลตร้าลักชัวรี่

โครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” (Dusit Central Park) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของที่พักอาศัย “เดอะ เรสซิเดนเซส” (The Residences) กลับสร้างตัวเลขที่น่าตกตะลึงด้วยยอดขายทะลุ 95% คิดเป็นมูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท

SHORT CUT

  • ยอดขาย 95% สะท้อนถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของกลุ่มคนไทยผู้มีรายได้สูง (HNWIs) ที่มองหาอสังหาริมทรัพย์เป็น "หลุมหลบภัย" (Safe Haven) เพื่อรักษาความมั่งคั่ง ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ
  • ทิศทางตลาดเปลี่ยนไปสู่การซื้อ "คุณภาพชีวิต" ผ่านโมเดล Branded Residence และโครงการ Mixed-Use Ecosystem ที่ผสานการอยู่อาศัย บริการระดับโรงแรม และพื้นที่สีเขียวเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
  • ตลาดระดับบนสุดมีความยืดหยุ่นต่อราคาน้อยมากสำหรับสินทรัพย์ที่มีเอกลักษณ์ (Rare Item) และให้ความสำคัญกับมาตรฐานใหม่ๆ เช่น "ความยั่งยืน" (Sustainability) ซึ่งกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ผู้ซื้อคาดหวัง

โครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” (Dusit Central Park) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของที่พักอาศัย “เดอะ เรสซิเดนเซส” (The Residences) กลับสร้างตัวเลขที่น่าตกตะลึงด้วยยอดขายทะลุ 95% คิดเป็นมูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท

ท่ามกลางกระแสลมวนของเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความเปราะบางและยากจะคาดเดา หลายคนอาจมองว่านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีนักสำหรับสินทรัพย์ฟุ่มเฟือย แต่ที่หัวมุมถนนสีลมตัดกับพระราม 4 ใจกลางกรุงเทพมหานคร เรื่องราวที่แตกต่างออกไปกำลังถูกจารึกขึ้น

โครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” (Dusit Central Park) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของที่พักอาศัย “เดอะ เรสซิเดนเซส” (The Residences) กลับสร้างตัวเลขที่น่าตกตะลึงด้วยยอดขายทะลุ 95% คิดเป็นมูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท ก่อนที่จะมีการโอนกรรมสิทธิ์จริงในช่วงปลายปีนี้

ตัวเลข 95% นี้ไม่ใช่แค่สถิติความสำเร็จของบริษัทผู้พัฒนา แต่มันคือ “บทสะท้อน” (Reflection) ที่สำคัญของโครงสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนสุด (Ultra-Luxury) ของไทย ที่กำลังส่งสัญญาณบ่งบอกเทรนด์ใหม่ 4 ประการที่น่าจับตามอง

1. ‘Safe Haven’ ในยามวิกฤต: เมื่อความมั่งคั่งในประเทศแข็งแกร่งกว่าที่คิด

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากข้อมูลชุดนี้ ไม่ใช่ราคาขายเฉลี่ยที่สูงถึง 400,000 บาทต่อตารางเมตร แต่คือสัดส่วนของผู้ซื้อ

ในอดีต อสังหาริมทรัพย์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่มักพึ่งพากำลังซื้อจากต่างชาติเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่กรณีของดุสิต เรสซิเดนเซส กลับพบว่า 75-80% ของลูกค้าคือ “คนไทย”

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่ม High Net Worth Individuals (HNWIs) ในประเทศไทยยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมาก และพวกเขามองหา “หลุมหลบภัย” (Safe Haven) ในการเก็บรักษาความมั่งคั่ง สินทรัพย์ที่มีคุณภาพระดับ Rare Item กลายเป็นสิ่งที่พวกเขาเลือกถือครองมากกว่าการเก็บเงินสด ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนของตลาดทุน

ละเอียด โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิมานสุริยา จำกัด

2. นิยามใหม่ของความหรูหรา: Branded Residence และ Ecosystem ของการใช้ชีวิต

หมดยุคที่ความหรูหราจะวัดกันแค่ขนาดห้องหรือวัสดุปูพื้น ความสำเร็จของดุสิตสะท้อนว่า ผู้ซื้อระดับบนยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับ “ความไร้กังวล”

โมเดล Branded Residence ภายใต้บริการ ‘Graciously Dusit Hospitality’ ตอบโจทย์เรื่องนี้อย่างตรงจุด การผสานโรงแรมระดับตำนาน อาคารสำนักงาน และศูนย์การค้า เข้ากับพื้นที่สีเขียวอย่าง “สวนดุสิตอรุณ” (Roof Park) ขนาด 7 ไร่ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Mixed-Use Ecosystem

นี่คือการรีเซ็ตย่านสีลม-พระราม 4 ให้กลายเป็น Super Core CBD ที่แท้จริง ลูกค้าระดับนี้ไม่ได้ซื้อแค่ “ที่อยู่” แต่ซื้อ “คุณภาพชีวิต” ที่มีงาน การพักผ่อน และธรรมชาติรวมอยู่ในที่เดียว ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มาแรงทั่วโลกหลังยุคโควิด-19

3. Sustainability: มาตรฐานใหม่ที่ขาดไม่ได้

การที่โครงการนี้เป็นเรสซิเดนซ์แห่งแรกในอาเซียนที่พัฒนาตามเกณฑ์ LEED Gold v4.1 บ่งบอกว่า “ความยั่งยืน” (Sustainability) ไม่ใช่แค่เรื่องการตลาด แต่เป็นข้อกำหนดพื้นฐาน (Prerequisite) ของสินทรัพย์ระดับอัลตร้าลักชัวรี่ไปแล้ว

กลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักในปัจจุบันมีความตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและ Well-being สูงมาก การที่อาคารสูง 299 เมตรแห่งนี้ใส่ใจเรื่องนี้ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยตัดสินใจซื้อ นอกเหนือไปจากความหรูหราทางกายภาพ

ดุสิต เรสซิเดนเซส กับยอดขาย 95% บอกอะไรเราเกี่ยวกับทิศทางอสังหาฯ ระดับอัลตร้าลักชัวรี่

4. ความยืดหยุ่นของราคา (Price Inelasticity) ในตลาดบนสุด

ข้อมูลระบุว่า ยูนิตระดับ Penthouse 7 ห้อง ถูกจับจองไปแล้วถึง 5 ห้อง และยูนิตขนาดใหญ่ที่สุด 900 ตารางเมตร ที่ทางบริษัท วิมานสุริยา เก็บไว้เป็น “ไพ่ตาย” ใบสุดท้าย คาดว่าจะทำราคาได้แตะระดับ 500,000 บาทต่อตารางเมตร

ปรากฏการณ์นี้ยืนยันทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่า ตลาดระดับบนสุดมีความยืดหยุ่นต่อราคาน้อยมาก (Price Inelastic) หากสินค้านั้นตอบโจทย์เรื่องความหายาก (Scarcity) และคุณค่าทางใจ (Legacy) ราคาที่สูงขึ้นแทบไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ

ก้าวต่อไป: บทพิสูจน์โมเดล ‘ภูเก็ต-พัทยา’

ความสำเร็จที่กรุงเทพฯ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อโมเดลนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า “เวิร์ก” ดุสิตธานีและเซ็นทรัลพัฒนาจึงไม่รอช้าที่จะขยายความสำเร็จนี้ไปยังหัวเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง ภูเก็ต และ พัทยา ภายในปี 2569

การขยายตัวนี้ไม่ใช่แค่การสร้างตึกใหม่ แต่คือการนำจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของการเป็น Global Destination ไปปักหมุดในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากทั่วโลก

 

ยอดขาย 95% ของดุสิต เรสซิเดนเซส ไม่ได้บอกเราแค่ว่า “โครงการนี้ขายดี” แต่มันกำลังตะโกนบอกเราว่า ในขณะที่เศรษฐกิจฐานรากอาจกำลังดิ้นรน ยอดพีระมิดของไทยยังคงแข็งแกร่ง และพร้อมจะจ่ายไม่อั้นให้กับสินทรัพย์ที่พวกเขามั่นใจว่าจะเป็น “มรดก” ที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุด

related