
SHORT CUT
โนว่า เฮลธ์ ผนึกกำลังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแพเทนท์ ดอค ประกาศความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรม มุ่งต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์และประโยชน์ต่อสังคม
บริษัท โนว่า เฮลธ์ จำกัด ในเครือบริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท แพเทนท์ ดอค จำกัด เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพให้ก้าวจากห้องแล็บสู่การใช้งานจริง ทั้งในเชิงธุรกิจและการสร้างประโยชน์ต่อสังคม
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการสร้างระบบนิเวศด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D Ecosystem) แบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนางานวิจัยพื้นฐาน การดูแลและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลงานวิจัย และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพไทยในระยะยาว
ในความร่วมมือนี้ โนว่า เฮลธ์ จะนำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาด เข้ามาสนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้จริง ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่เป็นแกนหลักด้านองค์ความรู้ งานวิจัย และบุคลากรทางวิชาการ ส่วนบริษัท แพเทนท์ ดอค จะเข้ามาช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือทั้งในเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในครั้งนี้ สะท้อนทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการวิจัยในระยะยาว พร้อมมุ่งสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย และเปิดทางให้เกิดผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและในระดับนานาชาติ
ทางด้าน ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์และการประกอบการ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า งานวิจัยและนวัตกรรมจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิจัยเชิงต้นน้ำอย่างมหาวิทยาลัย ซึ่งจำเป็นต้องมีพาร์ตเนอร์กลางน้ำและปลายน้ำเข้ามาช่วยต่อยอด ทั้งในเชิงเทคนิค การผลิต และการนำไปใช้จริง
ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร เพื่อให้ผลงานวิจัยไม่หยุดอยู่แค่ในห้องทดลอง แต่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงมือผู้บริโภคได้จริง
ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์และยาจากต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่าเกือบ 200,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งที่หลายรายการสามารถผลิตได้เองในประเทศ โดยเฉพาะนวัตกรรมใหม่ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
หากเราสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคนไทย โดยใช้ความรู้และศักยภาพของประเทศ จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า สร้างความมั่นคงทางระบบสุขภาพ และเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ส่วนทางด้าน นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และกรรมการ ของบริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือนี้คือการที่เรามาร่วมกันทำสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา ธุรกิจหลักที่เราดำเนินการอยู่แล้วคือการผลิตและจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นเมนบิสซิเนสของบริษัท ขณะเดียวกัน เราก็มีอีกส่วนหนึ่งที่กำลังเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง นั่นคือการพัฒนานวัตกรรมด้านเฮลธ์แคร์ที่สร้างโดยคนไทย
ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานที่ทำหน้าที่คัดสรรและดูแลงานวิจัย ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งมีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาอาจยังไม่ได้รับโอกาสในการนำไปพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อผลงานวิจัยเหล่านี้สามารถนำมาคอมเมอร์เชียลไลฟ์ได้ ก็จะช่วยสร้างอีโคซิสเต็มที่ดี และเปิดโอกาสให้บริษัทมีแหล่งรายได้ใหม่จากการพัฒนาสินค้านวัตกรรม ส่งมอบสู่ผู้บริโภคชาวไทยผ่านช่องทางที่บริษัทมีความถนัดและมีความแข็งแรงอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นการเติมกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือ NPD เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง