
SHORT CUT
เปิดมุมมองผู้บริหารไทยในการเข้าร่วมประชุม World Economic Forum เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ และสร้างเครือข่ายพันธมิตรในระดับโลก
ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกในช่วงต้นปี 2569 โดยเฉพาะการที่สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระเบียบโลกเดิม การประชุม World Economic Forum (WEF) 2026 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 19 – 23 มกราคม 2569 จึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญภายใต้แนวคิด “A Spirit of Dialog” เพื่อให้ผู้นำและนักธุรกิจทั่วโลกกลับมาเจรจากันอีกครั้ง
ในปีนี้ “ทีมไทยแลนด์” ซึ่งนำโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางมาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ โดยตัวแทนจากประเทศไทย จะเข้าร่วมบรรยายในเวทีสำคัญ เช่น New Pathways for ASEAN Growth and Productivity และ What’s Ahead for the Global Economy
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักธุรกิจชาวไทยที่เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
คมสันต์ แซ่ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Flash Express เปิดเผยว่า มาครั้งนี้ให้ความสนใจกับประเด็น Social Commerce และบทบาท AI จาก Meta เป็นหลัก เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยีในภูมิภาค โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการศึกษาทิศทางนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเชิญชวนนักธุรกิจไทยให้ก้าวออกมาเรียนรู้เพื่อเปิดรับวิสัยทัศน์ใน "โลกใบใหม่" และเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีระดับสากล
รัฐพล ภักดีภูมิ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เปิดเผยว่า มาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ในนามของตัวเอง และมีความสนใจนำ AI มายกระดับซัพพลายเชน และนวัตกรรมขนส่งแห่งอนาคต โดยตั้งเป้าใช้เวลา 4-5 วันในงานประชุมนี้ในการศึกษาทิศทางเศรษฐกิจ และวิสัยทัศน์ของผู้นำระดับโลก เพื่อนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้กับระบบขนส่งและธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้อง
อรุณเทพ แสงวารีทิพย์ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Emetworks กล่าวว่า เดินทางมาเข้าร่วมงานประชุมนี้เป็นปีที่ 2โดยตั้งใจเจรจาพันธมิตรเทคโนโลยี AI และ Healthcare เพื่อยกระดับสตาร์ตอัปไทยและสร้างความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ด้าน Healthtech หรือ Healthcare ระดับโลกในด้านวิวัฒนาการสุขภาพ และระบบ Mobility โดยเน้นย้ำถึงกลยุทธ์การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าหลายเดือนเพื่อคว้าโอกาสการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลาในงานระดับโลก
พาชัย จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Thai Vegetable Oil กล่าวว่า ทางบริษัทน้ำมันพืชไทย หรือ TVO เดินทางมาเข้าร่วมงานประชุมครั้งนี้เป็นปีแรกเพื่อเปิดมุมมองในระดับนานาชาติ มุ่งอัปเดตเทรนด์ผู้นำและหาโอกาสธุรกิจใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทิศทางแนวคิดของเหล่าผู้นำทั่วโลก เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวโน้ม และแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในระดับสากล
ประเด็นที่สนใจเป็นพิเศษคือ ESG และความยั่งยืน พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลกเพื่อนำเทคโนโลยี และแนวทาง Sustainability มาประยุกต์ใช้สร้างความยั่งยืนให้แก่บริษัท และโลก พร้อมมุ่งเน้นการสร้างเน็ตเวิร์ก หรือการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการยกระดับองค์กร และสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว
ศุภชัย ปาจริยานนท์ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ RISE กล่าวว่า เดินทางมาเข้าร่วมงานที่ดาวอสเป็นปีที่ 3 โดยธีมในปีนี้คือ "Spirit of Dialogue" หรือเปลี่ยนการสนทนาสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการผลักดันประเทศไทยให้เป็น "แล็บ" สำหรับการทดลองนวัตกรรม และเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อดึงดูดเงินทุน และทรัพยากรบุคคลเข้ามาเชื่อมโยงกับโอกาสในประเทศ พร้อมสร้างความร่วมมือด้าน AI และนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในเวทีโลก
ท่ามกลางการรวมตัวของผู้นำระดับโลก และนักธุรกิจชั้นนำ นายศุภชัย ย้ำกลยุทธ์ "ทีมไทยแลนด์" ต้องเชิงรุก โดยไม่รอให้ต่างชาติเป็นฝ่ายเลือก แต่พร้อมเดินหน้าเข้าหาพันธมิตรทางเศรษฐกิจเพื่อประกาศความพร้อมของประเทศในการเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ที่ยั่งยืน ทั้งในด้านสังคม และเศรษฐกิจ โดยมุ่งหวังให้เกิดการจับมือร่วมกันระหว่างเทคโนโลยี และเม็ดเงินลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
วรวรรณ ตัณฑชน Managing Director ของ Shining Gold Jewelry กล่าวว่า Shining Gold ตั้งใจเกาะติดถ้อยแถลง "ทรัมป์" ชี้ชะตาทิศทางราคาทองคำที่จะกล่าวในวันที่สามของงานประชุม และเข้าร่วมงานในครั้งนี้เพื่อรับฟังแนวคิดจากผู้นำทั่วโลก และนำประสบการณ์ใหม่มาช่วยขับเคลื่อนองค์กร โดยให้ความสำคัญกับการรับทราบข้อมูลข่าวสารก่อนใครเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้หนึ่งก้าวก่อนหน้าคนอื่น โดยเฉพาะการจับตาความเคลื่อนไหวของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีอิทธิพลสูงต่อการกำหนดทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดหูเปิดตา และนำองค์ความรู้กลับมาสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ