
SHORT CUT
‘กระทรวงพลังงาน’ ยืนยันดูแลดีเซลหลังต้นทุนพุ่งต่อเนื่อง วางแผนใช้กองทุนน้ำมันฯ ดูแลราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร เผยกองทุนน้ำมันบวกแล้วพันล้านบาท
ราคาน้ำมันโลกยังแกว่งแรงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งแต่ตะวันออกกลางไปจนถึงเวทีมหาอำนาจ ทุกการขยับของราคาน้ำมันดิบ สะเทือนตรงถึงค่าครองชีพคนไทยโดยไม่ต้องอ้อมค้อม คำถามคือ…ประเทศไทยรับมืออย่างไร ในวันที่ต้นทุนพลังงานไม่เป็นใจ คำตอบล่าสุดมาจากฝั่งกระทรวงพลังงาน ที่ออกมาย้ำชัดว่า ‘ดีเซลต้องไม่กระทบชีวิตประจำวัน’
โดย ‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า กระทรวงฯ ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด หลังความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสหรัฐ–อิหร่าน ดันต้นทุนน้ำมันปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้ราคาดีเซลอ้างอิงจะพุ่งขึ้นจากต้นปี 2569 แต่รัฐบาลยังใช้ ‘กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง’ เข้ามาเป็นกันชน เพื่อดูแลราคาขายปลีกในประเทศ
รมว.พลังงาน ระบุว่า แม้ต้นทุนน้ำมันในตลาดโลกจะปรับสูงขึ้น โดยราคาดีเซลอ้างอิงขยับจากระดับประมาณ 77 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ราว 87-88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่กระทรวงพลังงานได้นำกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาดูแล เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกในประเทศปรับขึ้นตามต้นทุน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ซึ่งมีผลต่อค่าครองชีพประชาชนในวงกว้าง
ทั้งนี้ ได้ปรับลดอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ สำหรับดีเซลลงแล้ว 2 บาทต่อลิตร เหลือเพียง 20 สตางค์ต่อลิตร เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกให้อยู่ราว 30 บาทต่อลิตร ควบคู่กับการดูแลราคาน้ำมันในกลุ่มเบนซิน และการบริหารสภาพคล่องของกองทุนอย่างรอบคอบ ส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกลับมาเป็นบวกตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2569
“กองทุนน้ำมันฯ ทำหน้าที่เป็นกันชนดูแลเสถียรภาพราคา เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก ขณะเดียวกันยังคงตรึงราคาก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือนไว้ที่ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม จนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน” นายอรรถพล กล่าว
รมว.พลังงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในช่วงเดือนตุลาคม 2568 กระทรวงฯ ได้ทยอยปรับลดราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงทั้งภาระค่าครองชีพของประชาชน และการดำเนินธุรกิจของผู้ค้าน้ำมัน ภายใต้สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ล่าสุด ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีเงินสุทธิเป็นบวกราว 1,000 ล้านบาท จากเดิมในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ที่เคยติดลบกว่า 14,700 ล้านบาท สะท้อนการไหลเข้าของเงินกองทุนที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายงานจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ระบุว่า ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กองทุนมีสินทรัพย์รวมกว่า 62,000 ล้านบาท และหนี้สินรวมกว่า 33,000 ล้านบาท ทำให้ฐานะสุทธิกลับมาเป็นบวกเล็กน้อย หลังจากก่อนหน้านี้เคยติดลบสะสมอย่างหนักจากการเข้าอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลและก๊าซหุงต้มในช่วงวิกฤตราคาพลังงานโลกจากสงครามยูเครน–รัสเซีย
ขณะเดียวกัน บัญชีน้ำมันของกองทุนมีสถานะเป็นบวกกว่า 39,000 ล้านบาท จากการจัดเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันหลายประเภท ขณะที่บัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ยังคงติดลบกว่า 38,000 ล้านบาท เนื่องจากยังมีการชดเชยราคาให้กับผู้ใช้ก๊าซหุงต้มอย่างต่อเนื่อง
รมว.พลังงาน ยังระบุว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ระหว่างการทบทวนแผนรับมือภาวะวิกฤตด้านพลังงานฉบับใหม่ในช่วงปี 2568–2572 เพื่อกำหนดกรอบการช่วยเหลือประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต โดยจะพิจารณาอย่างรอบคอบว่าระดับใดจึงจะเข้าข่ายเป็นภาวะวิกฤตที่จำเป็นต้องเข้าแทรกแซงราคา
สำหรับทิศทางราคาน้ำมันโลกล่าสุด ยังคงเคลื่อนไหวผันผวน โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลง หลังมีสัญญาณบวกจากการเจรจาทางการทูต ซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น
กบน. ตรึงราคาน้ำมันดีเซล-เบนซิน แม้ตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น บรรเทาภาระปชช.
ก.พลังงาน ลดราคาน้ำมัน 'ดีเซล-เบนซิน' 50 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้