svasdssvasds

ศาลสูงสหรัฐสกัดกำแพงภาษี 'ทรัมป์' สวนกลับทันควัน งัดภาษีทั่วโลก 10% ชุดใหม่

ศาลสูงสหรัฐสกัดกำแพงภาษี 'ทรัมป์' สวนกลับทันควัน งัดภาษีทั่วโลก 10% ชุดใหม่

ทรัมป์ประกาศใช้อัตราภาษีศุลกากรทั่วโลกใหม่เป็น 10% หลังแสดงความโกรธแค้นต่อผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐที่ตัดสินให้การเก็บภาษีแบบตอบโต้ของเขาโมฆะ เพราะขัดกับกฎหมาย

SHORT CUT

  • ศาลสูงตัดสินให้ภาษีศุลกากรตอบโต้ที่ทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมาย IEEPA ขัดกฎหมาย ทำให้ภาษีหลายรายการถูกยกเลิกทันที
  • ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้า มีผล 150 วัน พร้อมโจมตีคำตัดสินของศาลอย่างรุนแรง
  • บางประเทศรวมถึงจีนอาจเผชิญภาษีลดลงระยะสั้น แต่ภาษีตามกฎหมายอื่นยังคงบังคับใช้ และสหรัฐย้ำรายได้จากภาษีนำเข้าไม่ลดลง

ทรัมป์ประกาศใช้อัตราภาษีศุลกากรทั่วโลกใหม่เป็น 10% หลังแสดงความโกรธแค้นต่อผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐที่ตัดสินให้การเก็บภาษีแบบตอบโต้ของเขาโมฆะ เพราะขัดกับกฎหมาย

สถานการณ์การค้าของสหรัฐอเมริกาสั่นสะเทือนอีกครั้ง หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และจุดชนวนให้ผู้นำสหรัฐตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีศุลกากรชุดใหม่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

จุดเริ่มต้นแรงกระเพื่อม: ศาลสูงตีตกภาษีตอบโต้

เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลฎีกาสหรัฐมีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่า การที่รัฐบาลทรัมป์ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภาวะฉุกเฉิน (IEEPA) เพื่อเรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบ “ตอบโต้” จากประเทศคู่ค้าทั่วโลกนั้น ขัดต่อกฎหมาย

คำตัดสินดังกล่าวทำให้ภาษีจำนวนมากที่รัฐบาลทรัมป์ใช้เป็นเครื่องมือกดดันทางการค้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นโมฆะในทันที รวมถึงภาษีที่เชื่อมโยงกับประเด็นการลักลอบค้ายาเสพติดและความไม่เป็นธรรมทางการค้า

ศาลระบุชัดว่า IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรในวงกว้างเช่นนั้น นับเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งสำคัญของผู้นำสหรัฐ ซึ่งใช้ภาษีเป็นหัวใจหลักของนโยบาย “America First”

ไม่รอช้า: ทรัมป์โต้ศาล ประกาศภาษีทั่วโลกชุดใหม่

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังคำตัดสิน ทรัมป์ออกแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว แสดงความไม่พอใจต่อศาลสูงอย่างเปิดเผย พร้อมประกาศว่าจะลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับใหม่ เรียกเก็บภาษีศุลกากร “ทั่วโลก” ในอัตรา 10%

ภาษีชุดใหม่นี้อาศัยอำนาจตาม มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งเปิดทางให้ประธานาธิบดีใช้มาตรการภาษีชั่วคราวได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

ทรัมป์ ระบุว่า คำตัดสินของศาลเป็นเรื่อง “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” และกล่าวโจมตีผู้พิพากษาบางรายว่าขาดความกล้าหาญในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ แม้แต่ผู้พิพากษาที่เขาเคยเสนอชื่อเข้าสู่ตำแหน่ง ก็ไม่รอดพ้นจากคำวิจารณ์

โครงสร้างภาษีใหม่: ลดบางประเทศ แต่ไม่ลดแรงกดดัน

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ภาษี 10% ทั่วโลกจะเข้ามาแทนที่ภาษีที่ถูกศาลตีตก ซึ่งอาจทำให้บางประเทศที่เคยถูกเก็บภาษีในอัตราสูงกว่าเดิม ต้องเผชิญภาระลดลงชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ภาษีที่ตั้งอยู่บนกฎหมายการค้าอื่น เช่น มาตรา 232 (ความมั่นคงแห่งชาติ) และมาตรา 301 (การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม) จะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ และรัฐบาลยังสามารถเปิดการสอบสวนใหม่เพื่อนำไปสู่การขึ้นภาษีเพิ่มเติมได้

จีน-คู่ค้ารายใหญ่จับตาใกล้ชิด

จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำตัดสินของศาล เนื่องจากภาษี IEEPA ที่เคยถูกเรียกเก็บรวม 20% จะถูกยกเลิก และแทนที่ด้วยภาษีทั่วโลก 10% ส่งผลให้อัตราภาษีรวมที่จีนเผชิญลดลงมาอยู่ราว 35%

แม้เชิงโครงสร้างจะดูเหมือนจีนได้ประโยชน์ แต่รัฐบาลทรัมป์ย้ำชัดว่า นี่เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว และสหรัฐยังมี “เครื่องมือทางกฎหมายอีกหลายทาง” ที่พร้อมนำมาใช้

รายได้รัฐไม่สะดุด แม้แพ้คดี

ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐยืนยันว่า การปรับเปลี่ยนฐานกฎหมายในการเก็บภาษีจะไม่กระทบรายได้ของรัฐอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่ารายได้จากภาษีนำเข้าในปี 2569 จะยังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนภาพความตึงเครียดระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายตุลาการของสหรัฐอย่างชัดเจน พร้อมตอกย้ำว่า “กำแพงภาษี” ยังคงเป็นอาวุธหลักที่ทรัมป์เลือกใช้ แม้ต้องเผชิญแรงต้านจากศาลและฝ่ายนิติบัญญัติก็ตาม

related