
SHORT CUT
ขณะที่ทั่วโลกกำลังจับตากระบวนการสันติภาพระหว่างวหรัฐฯ และอิหร่าน ว่าจะบรรลุผลได้จริงหรือไม่ สงครามที่ดำเนินมานานกว่า 26 วัน ก็สร้างความเสียหายไปมากกว่าที่เราจะคาดคิด
ท่ามกลางการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีกันอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สงครามเปิดฉากในวันที่ 28 ก.พ. แม้ทั้งสองฝ่ายจะยืนยันว่าได้เล็งเป้าโจมตีเป้าหมายทางทหารหรือโครงสร้างด้านพลังงาน แต่ตลอด 26 วันที่ผ่านมา กลับมีภาพของอาคารบ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เหลือเพียงซากปรักหักพัง ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพไปอาศัยตามสถานีรถไฟใต้ดิน
นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และมรดกโลกของยูเนสโกรวมอย่างน้อยสิบแห่ง ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี เช่น พระราชวังโกเลสถานของอิหร่าน ไปจนถึงอาคารโบราณทรงคุณค่าของอิสราเอล ซึ่งยูเนสโกระบุว่าจะต้องมีการสอบสวนถึงสาเหตุการเล็งเป้าโจมตีสถานที่สำคัญเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ส่วนอีกหลายประเทศในภูมิภาคที่ตกเป็นเป้าโจมตีของทั้งอิสราเอลและอิหร่าน ก็ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงเช่นกัน
มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญอย่างน้อย 40 แห่ง ทั่วภูมิภาค ที่ได้รับความเสียหายระดับรุนแรงไปจนถึงรุนแรงมาก จากการโจมตีของอิหร่านเพื่อกดดันให้สหรัฐฯ ยอมยุติสงคราม ส่วนอิสราเอลและสหรัฐฯ เองก็โจมตีแหล่งพลังงานในอิหร่านเพื่อเป็นการตอบโต้
โดยการโจมตีที่สร้างความกังวลมากที่สุดคือการสร้างความเสียหายต่อแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งเซาท์พาร์สของอิหร่าน และโรงงานผลิตก๊าซราสลาฟฟานของกาตาร์ ซึ่งนับเป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก และอาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูความเสียหายอีกนานหลายปี
ขณะที่อิหร่านได้ใช้กำลังทางทหารปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนเกิดการหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมัน เทียบเท่ากับวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งใหญ่สองครั้งในทศวรรษ 1970 และวิกฤตการณ์ก๊าซในปี 2022 รวมกัน
ไม่ใช่แค่น้ำมันและก๊าซเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสินค้าสำคัญอื่นๆ อย่าง ปิโตรเคมี ปุ๋ย กำมะถัน และฮีเลียม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลก
ผลกระทบที่เลวร้ายที่สุด คือชีวิตของผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อการโจมตี ที่ตอนนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากทั้งภูมิภาค รวมกว่า 2,691 ราย โดยเฉพาะในอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ราว 1,500 ราย และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 18,551 คน
ขณะที่ยูนิเซฟ รายงานว่า มีเด็กอย่างน้อย 324 คน ที่ต้องสังเวยชีวิตในสงครามครั้งนี้ โดยเป็นเด็กในอิหร่าน 206 คน เด็กในเลบานอน 118 คน เด็กในอิสราเอล 4 คน และในคูเวตอีก 1 คน และหากนับรวมทั้งภูมิภาคจะพบว่ามีเด็กๆ ที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามอีกกว่า 2,100 คน
แม้การโจมตีตอบโต้ระหว่างกันจะยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทั่วโลกก็ลังจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ และอิหร่าน จะเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศเลื่อนการโจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านที่เคยข่มขู่ไว้ โดยอ้างถึงการหารือระหว่างตัวแทนสองประเทศที่กำลังเป็นไปได้ด้วยดี พร้อมเผยแผน 15 ข้อเพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งรวมถึงการการรื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านได้ปฏิเสธแผนการยุติสงครามของประธานาธิบดีทรัมป์ และให้คำมั่นว่าจะสู้ต่อไปจนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อเรียกร้องของตน ซึ่งรวมถึงการชดเชยค่าเสียหายจากสงครามและการยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซด้วย
ขณะที่มีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังส่งเจ้าหน้าที่ทหารราว 2,000 นาย เพื่อเข้าไปเสริมกำลังในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจนำไปสู่ปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่านที่สวนทางกับความต้องการในการยุติสงครามอย่างสิ้นเชิง