เปิด 10 อาหารไทยยอดฮิต โซเดียมสูง เสี่ยงทำไตพัง แนะวิธีกินยังไงให้ปลอดภัย

เปิด 10 อาหารไทยยอดฮิต โซเดียมสูง เสี่ยงทำไตพัง แนะวิธีกินยังไงให้ปลอดภัย

เปิด 10 เมนูอาหารไทยยอดนิยมที่มีโซเดียมสูงเกือบเต็มโควต้าต่อวันในมื้อเดียว สาเหตุสำคัญที่ทำให้ไตเสื่อมโดยไม่แสดงอาการ แนะวิธีกินอาหารไทยให้ปลอดภัยต่อไต

SHORT CUT

  • การบริโภคโซเดียมสูงเกินปริมาณที่แนะนำ (2,000 มิลลิกรัม/วัน) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไตทำงานหนักและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • เปิดเผย 10 เมนูอาหารไทยยอดนิยมที่มีโซเดียมสูง เช่น ส้มตำปลาร้า ต้มยำกุ้งน้ำข้น และสุกี้แห้ง ซึ่งบางเมนูมีปริมาณโซเดียมเกือบเท่าที่ควรบริโภคทั้งวัน
  • แนะวิธีลดความเสี่ยงต่อไตด้วยการกินอย่างมีชั้นเชิง เช่น ลดการซดน้ำแกง สั่งอาหารรสเค็มน้อยลง หลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุง และกินผักผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงควบคู่

เปิด 10 เมนูอาหารไทยยอดนิยมที่มีโซเดียมสูงเกือบเต็มโควต้าต่อวันในมื้อเดียว สาเหตุสำคัญที่ทำให้ไตเสื่อมโดยไม่แสดงอาการ แนะวิธีกินอาหารไทยให้ปลอดภัยต่อไต

การบริโภคโซเดียมสูงคือหนึ่งในตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น เพราะเมื่อร่างกายได้รับเกลือมากเกินไป จะทำให้เกิดภาวะคั่งน้ำ ความดันโลหิตสูง และเพิ่มแรงดันไปยังกระจุกเส้นเลือดฝอยในไตหรือ “ตาข่ายกรองไต” จนเกิดการสึกหรอและฉีกขาดในระยะยาว ส่งผลให้ไตค่อยๆ เสียประสิทธิภาพการทำงานทีละน้อยโดยแทบไม่แสดงอาการ

องค์การอนามัยโลก และกระทรวงสาธารณสุขไทยแนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือประมาณ 1 ช้อนชาเท่านั้น ขณะที่ข้อมูลสำรวจล่าสุดพบว่าคนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ยสูงถึง 3,650–3,850 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเกือบ 2 เท่าของค่าที่แนะนำ

ไตเป็นอวัยวะที่อดทนมาก แม้เสียหายไปแล้วกว่า 70% ผู้ป่วยจำนวนมากยังไม่รู้สึกผิดปกติ จนกระทั่งเข้าสู่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย หรือระยะที่ 5 ซึ่งไตจะหยุดทำงาน จำเป็นต้องฟอกไตหรือล้างไต ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ซีด บวม กระดูกเปราะ ภูมิคุ้มกันต่ำ และเสี่ยงเสียชีวิตได้

เปิด 10 อาหารไทยยอดฮิต โซเดียมสูง เสี่ยงทำไตพัง แนะวิธีกินยังไงให้ปลอดภัย

เปิด 10 อาหารไทยสุดฮิต โซเดียมสูง กินมากๆ เสี่ยงไตพัง

  1. ส้มตำปลาร้า/ส้มตำปู โซเดียมประมาณ 1,913 มิลลิกรัม
  2. ต้มยำกุ้งน้ำข้น โซเดียมประมาณ 1,726 มิลลิกรัม
  3. สุกี้แห้ง โซเดียมประมาณ 1,300–1,500 มิลลิกรัม
  4. แกงพะแนงหมู โซเดียมประมาณ 1,349 มิลลิกรัม
  5. แกงมัสมั่นไก่ โซเดียมประมาณ 1,303 มิลลิกรัม
  6. ผัดไทย โซเดียมประมาณ 1,138 มิลลิกรัม
  7. ยำมาม่า โซเดียมมากกว่า 1,000 มิลลิกรัม
  8. แกงเขียวหวานไก่ โซเดียมประมาณ 870 มิลลิกรัม
  9. ต้มข่าไก่ โซเดียมประมาณ 854 มิลลิกรัม
  10. ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก โซเดียมประมาณ 842 มิลลิกรัม

สัญญาณเตือนว่าอาจกินเค็มเกินไป หากมีอาการต้องเริ่มระวัง

  • หน้าบวม มือบวม เท้าบวมตอนเช้า
  • กระหายน้ำตลอดเวลา
  • ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม
  • ปวดศีรษะบ่อย
  • ความดันสูง
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ

 

กินอาหารไทยยังไงให้ปลอดภัย 

แพทย์แนะว่าต้อง “กินอย่างมีชั้นเชิง” เพื่อลดภาระไต ดังนี้

  1. ลดการซดน้ำ อาหารไทยจำนวนมากโซเดียมซ่อนอยู่ในน้ำแกง น้ำซุป และน้ำยำ การกินแต่เนื้อและผักจะลดโซเดียมลงได้มาก
  2. สั่งร้าน “ลดเค็ม-ไม่ใส่ผงชูรส-งดเติมซอส”
  3. หลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุงบนโต๊ะ หลายคนกินก๋วยเตี๋ยวหรือส้มตำแล้วเติมน้ำปลาเพิ่ม เท่ากับเพิ่มโซเดียมแบบทวีคูณ
  4. กินผักผลไม้โพแทสเซียมสูงควบคู่ เช่น กล้วย ฝรั่ง แตงโม ผักใบเขียว ช่วยปรับสมดุลโซเดียมในร่างกาย
  5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่ไม่ใช่ข้ออ้างกินเค็ม น้ำช่วยการขับของเสีย แต่ไม่สามารถชดเชยการกินเค็มเรื้อรังได้ทั้งหมด
  6. ตรวจไตและวัดความดันอย่างน้อยปีละครั้ง โรคไตระยะแรกแทบไม่มีอาการ การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และค่า eGFR คือทางจับสัญญาณเร็วที่สุด

ที่มา : thansettakij 

related