
SHORT CUT
ชาวอเมริกันทั่วประเทศรวมตัวชุมนุมแสดงจุดยืน 'วันแรงงานเข้มแข็ง' ด้วยการเรียกร้องให้ทุกคน ไม่ไปโรงเรียน ไม่ทำงาน และไม่ซื้อของ หวังใช้เศรษฐกิจกดดันรัฐบาล
ประชาชนชาวอเมริกันหลายพันคน ได้เข้าร่วมการประท้วงหยุดงานเนื่องในวันแรงงานสากล เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม 'May Day Strong' (วันแรงงานเข้มแข็ง) มีการเดินขบวน การชุมนุมและการประท้วงเกิดขึ้นกว่า 3,500 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าอาคารตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก
พวกเขาเรียกร้องให้ทุกคน 'ไม่ไปโรงเรียน ไม่ทำงาน ไม่ซื้อของ' เพื่อกดดันการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ และเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการ 'เก็บภาษีคนรวย' พร้อมถือป้ายข้อความต่างๆ เช่น คนงานคือพลัง, คนงานสำคัญกว่ามหาเศรษฐี และ ควรจัดงบเพื่อการศึกษาไม่ใช่สงคราม
หนึ่งในผู้จัดชุมนุมระบุว่า การประท้วงครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อส่งข้อความไปยังชนชั้นมหาเศรษฐีว่า แรงกาย การใช้จ่าย และการมีส่วนร่วมของชนชั้นแรงงานต่างหาก ที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจทั้งหมดดำเนินไปได้ และถ้าพวกเขาไม่ทำงาน เหล่ามหาเศรษฐีทั้งหลายก็จะไม่มีผลกำไร
นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนและเขตการศึกษาหลายแห่งต้องปิดทำการ เนื่องจากครูลาหยุดงานเพื่อเข้าร่วมการเดินขบวน ด้วยแนวคิดว่า 'อนาคตของเด็กสำคัญกว่าโรงเรียน'
ขณะที่มีผู้ประท้วงหลายคนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหลังก่อเหตุการณ์ความวุ่นวาย เช่น พยายามปิดกั้นทางเข้าออกของอาคาร ปิดกั้นการสัญจร เล่นดนตรีหรือก่อเสียงดัง ไปจนถึงการล่ามโซ่ตัวเองเอาไว้กับอาคารตลาดหลักทรัพย์
ผู้ประท้วงหลายกลุ่มยังเรียกร้องให้ยกเลิก ICE (สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ) และยุติการทำสงครามด้วย
กลุ่มพันธมิตร 'May Day Strong' ที่จัดการชุมนุมครั้งนี้ ประกอบด้วยสหภาพแรงงาน กลุ่มสิทธิผู้อพยพ องค์กรทางการเมือง เช่น พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยแห่งอเมริกา และผู้จัดประท้วงต่อต้านทรัมป์ (No King)