ภารกิจช่วยสุนัขบีเกิล 1,500 ตัวจากห้องทดลอง สู่ชีวิตใหม่ครอบครัวอุปภัมภ์

ภารกิจช่วยสุนัขบีเกิล 1,500 ตัวจากห้องทดลอง สู่ชีวิตใหม่ครอบครัวอุปภัมภ์

องค์กรพิทักษ์สัตว์ในสหรัฐฯ เข้าให้การช่วยเหลือบีเกิล 1,500 ตัว ออกจากสถานเพาะพันธุ์เพื่อการทดลอง ก่อนส่งตรวจสุขภาพ เตรียมหาบ้านใหม่ ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการช่วยเหลือสุนัขครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

SHORT CUT

  • องค์กรสวัสดิภาพสัตว์ในสหรัฐฯ ได้ช่วยเหลือสุนัขพันธุ์บีเกิลจำนวน 1,500 ตัว ออกจากฟาร์มเพาะพันธุ์เพื่อการวิจัยในห้องปฏิบัติการ
  • สุนัขพันธุ์บีเกิลมักถูกเลือกใช้ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากมีขนาดตัวเล็กและมีนิสัยอ่อนโยนไว้วางใจคน ทำให้ง่ายต่อการควบคุม
  • สุนัขทั้งหมดจะได้รับการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน และเตรียมความพร้อม ก่อนส่งต่อไปยังครอบครัวอุปถัมภ์เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

องค์กรพิทักษ์สัตว์ในสหรัฐฯ เข้าให้การช่วยเหลือบีเกิล 1,500 ตัว ออกจากสถานเพาะพันธุ์เพื่อการทดลอง ก่อนส่งตรวจสุขภาพ เตรียมหาบ้านใหม่ ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการช่วยเหลือสุนัขครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

สุนัขพันธุ์บีเกิลจำนวน 1,500 ตัว จากสถานเพาะพันธุ์และห้องทดลองวิจัย ได้รับการช่วยเหลือจากองค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ร่วมกันระดมทุน เพื่อขอซื้อและปล่อยน้องหมาเหล่านี้ให้เป็นอิสระ

สุนัขทั้งหมดจะได้รับการตรวจสุขภาพและรับการดูแลเฉพาะทาง ก่อนส่งต่อให้ครอบครัวอุปถัมภ์ที่พร้อมรับไปเลี้ยงดู

“ลอรี ซิมมอนส์” (Lauree Simmons) ประธานและผู้ก่อตั้งองค์กร Big Dog Ranch Rescue กล่าวว่า เมื่อสุนัขพันธุ์บีเกิลเหล่านี้ได้ออกมาสัมผัสพื้นหญ้าเป็นครั้งแรกในชีวิต น้องหมาแต่ละตัวเริ่มเข้าหาผู้คนภายในเวลาไม่นาน

พวกมันเริ่มเดินเข้ามาหาเรา ขอความสนใจ บางตัวปีนขึ้นไปนั่งบนตักคน ทุกตัวนิสัยอ่อนโยนมาก ฉันคิดว่าพวกมันชอบที่ได้รับความรัก และฉันเชื่อว่าพวกมันรู้ว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว

ภารกิจช่วยสุนัขบีเกิล 1,500 ตัวจากห้องทดลอง สู่ชีวิตใหม่ครอบครัวอุปภัมภ์

สุนัขเหล่านี้ได้รับการช่วยเหลือนำตัวออกมาจากฟาร์มริดจ์แกลน (Ridglan Farms) ในรัฐวิสคอนซินของสหรัฐฯ ฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขบีเกิลเพื่อการวิจัยในห้องปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ โดยมีสุนัขประมาณ 2,000 ตัวสับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ตลอดเวลา

“ซิมมอนส์” เปิดเผยว่า “บีเกิล” เป็นสุนัขสายพันธุ์ที่ใช้กันมากที่สุดในการทดลองทางวิทยาศาสตร์กับสัตว์ เนื่องจากมีขนาดตัวเล็กและมีนิสัยอ่อนโยน ทำให้ควบคุมได้ง่าย

องค์กร Big Dog Ranch Rescue และศูนย์เพื่อเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ (Center for a Humane Economy) ได้เจรจาข้อตกลงแบบเป็นความลับกับฟาร์มแห่งนี้ เพื่อซื้อสุนัขจำนวน 1,500 ตัวในราคาที่ไม่เปิดเผย ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มีขึ้นเพียงไม่นานหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย เพื่อสลายกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่พยายามนำสุนัขออกจากสถานที่ดังกล่าว เมื่อเดือนที่แล้ว

นอกจากนี้ ผู้ประท้วง ยังบุกเข้าไปในฟาร์ม เมื่อเดือนมีนาคม และนำสุนัขออกมาได้ 30 ตัว ก่อนนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมขบวนการ 63 คนในเวลาต่อมา

องค์กร Center for a Humane Economy กล่าวว่า ความพยายามนี้ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการการช่วยเหลือสุนัขที่มีการประสานงานกับหลายฝ่ายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และสะท้อนให้เห็นถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงที่กว้างขึ้นสู่การยุติการใช้สุนัขในการวิจัยที่รุกราน (Invasive Research)

ภารกิจช่วยสุนัขบีเกิล 1,500 ตัวจากห้องทดลอง สู่ชีวิตใหม่ครอบครัวอุปภัมภ์

ในตอนนี้สุนัขชุดแรกจำนวน 300 ตัว ได้รับการช่วยเหลือนำตัวออกจากฟาร์มแห่งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และจะทยอยเคลื่อนย้ายตัวอื่น ๆ ภายในสัปดาห์ถัดไป

องค์กรช่วยเหลือได้ตั้งพื้นที่พักพิงชั่วคราวขึ้นในรัฐวิสคอนซิน เพื่อให้สุนัขได้วิ่งเล่น พร้อมทั้งดำเนินการฉีดวัคซีน ฝังไมโครชิป ทำหมันและเตรียมตัวสำหรับการขนย้ายต่อไป โดยในตอนนี้บางส่วนถูกส่งไปยังศูนย์ของ Big Dog Ranch Rescue ในเขตปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ทางตอนใต้ของประเทศแล้ว 

“ซิมมอนส์” กล่าวว่า สุนัขที่อายุน้อยจะปรับตัวได้เร็วกว่า ส่วนสุนัขที่มีอายุมากอาจต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในปรับตัวกับชีวิตใหม่

เหตุใด “บีเกิล” จึงถูกใช้ในการทดลอง

สุนัขพันธุ์บีเกิลมักถูกเลือกเป็นเป้าหมายในการทดลองกับสัตว์ เพราะขนาดเล็กและมีนิสัยอ่อนโยน

“ซิมมอนส์” ให้ข้อมูลว่า สุนัขพันธุ์เบลเยียน มาลินอยส์ (Belgian Malinois) สุนัขต้อนแกะที่มีรูปร่างแข็งแรงที่มักเป็นตัวเลือกสำหรับงานตำรวจและทหารนั้นจะไม่ยอมถูกขังในกรงตลอดชีวิตเพื่อการทดลอง  แต่บีเกิลเป็นสุนัขที่ไว้ใจคนและให้อภัยง่าย จึงเป็นสุนัขที่ถูกเลือกมากที่สุดในการทดลองกับสัตว์ แล้วจะนำหนึ่งในสายพันธุ์ที่น่ารัก ใจดีและไว้ใจได้ที่สุดไปทารุณอย่างนั้นหรือ นี่เป็นสิ่งที่ผิด และควรต้องยุติ

ขณะนี้องค์กรได้รับใบสมัครขอรับเลี้ยงสุนัขจากมากกว่า 700 ครอบครัว แต่สุนัขยังต้องใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมสักระยะก่อนที่จะสามารถย้ายไปอยู่บ้านใหม่ได้ เนื่องจากต้องทำการคัดกรองผู้ที่สนใจรับเลี้ยง การย้ายสัตว์ไปยังศูนย์พักพิงแห่งต่าง ๆ รวมถึง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสุนัขพันธุ์บีเกิลเหล่านี้ได้รับฝึกฝนให้ขับถ่ายและใช้ชีวิตภายในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภารกิจช่วยสุนัขบีเกิล 1,500 ตัวจากห้องทดลอง สู่ชีวิตใหม่ครอบครัวอุปภัมภ์

การช่วยเหลือครั้งประวัติศาสตร์

ศูนย์เพื่อเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ (Center for a Humane Economy) ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการรณรงค์หลายปี แรงกดดันจากสาธารณชน และการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อสถานที่ดังกล่าว ก่อนจะนำไปสู่การเจรจาอันเข้มข้นหลายสัปดาห์ เพื่อขอซื้อสุนัขเหล่านี้

“แชนนอน คีธ” (Shannon Keith) ผู้ก่อตั้งและประธานโครงการ Beagle Freedom Project กล่าวว่า นี่คือช่วงเวลาที่เราพยายามผลักดันมาหลายปี เราได้สร้างระบบขึ้นเพื่อไม่เพียงแต่ช่วยเหลือสุนัขเหล่านี้ แต่ยังเพื่อมอบชีวิตใหม่ให้พวกมันนอกห้องทดลอง สุนัขทุกตัวจะได้รับการดูแล ฟื้นฟู และมีบ้านที่อบอุ่น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฟาร์มแห่งดังกล่าวมีสุนัขประมาณ 2,000 ตัว ทำให้ยังมีบีเกิลอีกหลายร้อยตัวที่ยังคงอยู่ในสถานที่ดังกล่าว โดยองค์กร ระบุว่า จะพยายามเจรจาเพื่อนำสุนัขที่เหลือออกมาเพิ่มเติมในอนาคต

ที่มา : Euro News

 

 

 

related