
SHORT CUT
สหรัฐฯ และอิหร่านยิงปะทะกันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้สถานการณ์หยุดยิงตึงเครียดขึ้น และก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อยุติสงคราม
ความพยายามที่จะยุติสงครามดูเหมือนจะหยุดชะงักลง เมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านต่างยิงปะทะกันในอ่าวเปอร์เซีย ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีฐานทัพของอิหร่าน หลังจากที่อิหร่านยิงขีปนาวุธ โดรน และเรือเล็กโจมตีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ 3 ลำที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซมุ่งหน้าไปยังอ่าวโอมาน
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า 'ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังคงมีผลอยู่' และการที่อิหร่านโจมตีเรือพิฆาตของสหรัฐฯ นั้น นับเป็นเพียง 'เรื่องเล็กน้อย' และการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านของสหรัฐฯ เป็นเพียง 'การแตะต้องอย่างอ่อนโยน'
ทรัมป์กล่าวด้วยว่า “เรือพิฆาตทั้งสามลำไม่ได้รับความเสียหาย แต่ฝ่ายโจมตีของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก พวกเขาถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงพร้อมกับเรือเล็กจำนวนมาก”
การโจมตีตอบโต้กันครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในบรรดาเหตุการณ์พลิกผันที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงการเริ่มต้นปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ในวันจันทร์ เพื่อเปิดช่องแคบให้เรือขนส่งสินค้าผ่านไปมาได้อีกครั้ง ตามมาด้วยการเปลี่ยนใจของทรัมป์ในเวลาต่อมาอย่างกะทันหัน ที่สั่งยุติปฏิบัติการดังกล่าว อ้างว่าการเจรจาสันติภาพได้ 'มีความคืบหน้าอย่างมาก'
ทรัมป์ย้ำด้วยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะประเด็นความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอ 'คำตอบ' จากอิหร่าน โดยหวังว่าจะเป็นคำตอบที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเริ่มต้นกระบวนการเจรจาอย่างจริงจังได้
ขณะที่รัฐบาลอิหร่านยังไม่ได้ไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับการกลับมาเจรจาอีกครั้ง และผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถานระบุว่าสถานการณ์ยังคงซับซ้อน ซึ่งหมายความว่าการเจรจาอาจจะไม่ราบรื่นนัก