
SHORT CUT
'แยม ฐปณีย์' โพสต์เปิดใจถึงมรสุมชีวิตช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หลังเจอขบวนการ IO แพร่ข่าวปลอมกล่าวหาว่าสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน
กลายเป็นประเด็นที่น่าเห็นใจและสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาข่าวปลอมในสังคมปัจจุบัน เมื่อล่าสุด น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย หรือ 'แยม' ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporter ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thapanee Eadsrichai ถึงความในใจถึงมรสุมชีวิตในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หลังตกเป็นเหยื่อของขบวนการดิสเครดิตและข่าวปลอมอย่างหนัก จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง โดยระบุข้อความทั้งหมดว่า
"เมื่อฉันไปพบนักจิตวิทยาครั้งแรก !!!
ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ยอมรับว่าชีวิตพังมาก ทั้งสภาพจิตใจและสภาพร่างกาย แม้เพื่อนๆหลายคนจะให้กำลังใจบอกว่า ชีวิตมึงอ่ะแยม เจอเรื่องหนักหน่วงมานับไม่ถ้วน แค่นี้ต้องผ่านไปได้ เหมือนทุกๆครั้ง
ก็ไม่ปฏิเสธว่าเจอมามากจริงๆ และก็ผ่านมาได้ แต่ครั้งนี้ยอมรับว่าหนักหน่วงจริงๆ พยายามบำบัด บริหารสภาพจิตใจ เหมือนที่เคยทำมาตลอด แต่ครั้งนี้เริ่มจะไม่ไหว เพราะมีหลายเรื่องที่หวาดหวั่น และหวาดกลัว ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว
"ตกลงสนับสนุนแบ่งแยกดินแดนเหรอ ที่มีข่าวจริงไหม"
ในงานทางราชการแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพ เราเจอคำถามนี้ซึ่งหน้า ก็ตกใจพอสมควรว่าการแพร่กระจายของข่าวปลอม และกระแสปลุกปั่นจาก IO มันกระพือไปไว และเข้าถึงผู้คนทั่วประเทศ
"อย่าให้จริงนะ ถ้าไปสนับสนุนพวกแบ่งแยกดินแดนจริง จะไม่เอาไว้เลยค่ะ"
ประโยคต่อมาที่เริ่มมีเสียงดังขึ้น จนเราต้องรีบบอกว่า ข่าวไม่จริงนะคะ หนูเป็นนักข่าวก็มีหน้าที่ทำข่าวค่ะ แล้วเราก็รีบเดินออกไป
หลังจากวันนั้นเราก็ซึมกับคำพูดนี้ จนรู้สึกท้อว่าเราจะทำยังไงกับการยับยั้งข่าวปลอมนี้ หรือชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง และขออย่าคิดอย่าแชร์เลย แต่พื้นที่สื่อสำหรับการชี้แจงของเรามีน้อยเกินไป และจากระบบวิธีการที่เราเห็นมันเป็นโครงสร้างใหญ่ ที่เรายากจะต่อกร ได้จริงๆ
การต่อสู้ของเราไม่ว่าจะเป็นการแจ้งความ 10 เพจ ทางสภ.เมืองยะลา บอกว่ารู้ตัวตนเพียง 1 เพจ ส่วนอีก 9 เพจไม่รู้ตัวตน ซึ่งต้องรอตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบกับเฟสบุ๊ก ซึ่งยืนยันว่าเราไม่ได้ต้องการจะดำเนินคดีหรอก แต่แค่อยากรู้ว่าเพจเหล่านั้นคือใคร เท่านั้นค่ะ
เรายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือถึง กสม.ได้รับเรื่องแล้ว รอกระบวนการในการตรวจสอบ เราพูดคุยกับนักวิชาการ นักสิทธิ เพื่อนสื่อ หาทางว่าจะทำยังไงให้หยุดขบวนการ IO ที่เชื่อได้ว่ามุ่งโจมตี ด้อยค่า ดิสเครดิต ความเป็นนักข่าวของเราไม่ให้น่าเชื่อถือ ซึ่งตอนนี้กำลังเห็นผล เพราะเราเริ่มท้อ กับการทำงานข่าว และเริ่มหวาดกลัว ว่าหากทำอะไรในเรื่องนั้นๆ จะถูกแขวน ถูกโจมตีอีก เรื่อยๆ และถูกผลิตซ้ำ ไปเรื่อยๆ จนเราขาดความเชื่อมั่น จนหวาดกลัว และไม่กล้าทำหน้าที่ของเราและเชื่อว่าจะมีคนตกในชะตากรรมเดียวกับเราอีก !!
ไม่ปฏิเสธค่ะว่า เราคิดวนไปวนมา ในขณะที่ข่าวซึ่งเราติดตามก็มีต่อเนื่องทุกวัน แต่ด้วยสภาพจิตใจ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเราน้อยลงเรื่อยๆจริง และเราก็มานั่งโทษตัวเองว่าทำไม่ได้ดั่งใจ
จริงๆแม้แต่จะเขียนเล่าเรื่องนี้ออกมา เราก็คิดวนไปวนมาอยู่หลายวันว่าจะเขียนไม่เขียน
วันนี้ได้พบนักจิตวิทยา ได้พูดคุย เราก็ยอมรับว่า เราเป็นคนที่รู้จิตใจตัวเอง เข้มแข็ง และจัดการปัญหาได้ดีมาตลอด แต่เราอยากมีเวลาให้เราได้พัก จมดิ่งกับความรู้สึกนี้ เพื่อที่เราจะกลับมายืนได้ใหม่
เวลา 1 ชั่วโมงในการพูดคุยจบลงไวมาก
สิ้นสุดบทสนทนา เราต้องหาที่นั่งเขียนข่าวที่ค้างอยู่ สุดท้ายก็ไม่ได้มีเวลาปล่อยให้ใจของเราได้พักเลยจริงๆ
ขอบคุณเพื่อนๆที่เป็นกำลังใจให้นะ อยู่ในใจเป็นหมื่นล้านคำ สู้แหละ !!"