
ย้อนรอย พระกรณียกิจ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ "เจ้าหญิงนักกฎหมาย" ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อกระบวนการยุติธรรม จุดเริ่มต้นเส้นทางอัยการที่อุดรธานี
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมุ่งมั่นในการศึกษาด้านนิติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ทรงสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมาย (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา โดยวิทยานิพนธ์ของพระองค์มุ่งเน้นสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองสิทธิผู้ถูกกล่าวหา
พระองค์ทรงเริ่มต้นรับราชการในสายงานกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มภาคภูมิในตำแหน่ง อัยการผู้ช่วย ในปี พ.ศ.2549 และทรงปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานอัยการสูงสุดหลายแห่ง อาทิ อัยการจังหวัดอุดรธานี พัทยา หนองบัวลำภู และระยอง โดยทรงดำรงตำแหน่งสูงสุดในสายงานคืออัยการผู้เชี่ยวชาญ
.
พระองค์ทรงเป็นข้าราชการที่ตั้งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ โดยทรงยึดหลักนิติธรรมที่ต้องเข้าถึงคนทุกระดับอย่างเท่าเทียม
พระกรณียกิจที่โดดเด่นคือการริเริ่ม "โครงการกำลังใจ" (Inspire Project) เมื่อปี พ.ศ.2549 ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากการที่พระองค์ได้เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลางขณะยังทรงเป็นนักศึกษา - ทรงพบเห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำของผู้ต้องขังหญิง
สิ่งที่ท่านทำ ไม่ได้เพียงแต่ประทานความช่วยเหลือด้านวัตถุสิ่งของ แต่ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการฝึกอาชีพ เช่น การทำอาหาร การเกษตร รวมถึงการดูแลเด็กติดผู้ต้องขังและหญิงตั้งครรภ์ให้ได้รับสวัสดิภาพทางการแพทย์
ท่านทรงขยายผลไปยังกลุ่มเยาวชนที่กระทำผิดผ่านโครงการด้านธรรมะและจิตอาสา เพื่อให้พวกเขาได้รับ 'โอกาส' ในการกลับตัวเป็นพลเมืองดีและไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ
.
พระปรีชาสามารถของพระองค์เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล ทรงริเริ่ม 'โครงการกำลังใจ' เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง
และทรงเป็นกำลังสำคัญผลักดัน 'ข้อกำหนดกรุงเทพ' (The Bangkok Rules) จนสหประชาชาติ หรือ (UN) ให้การรับรองเป็นมาตรฐานโลกฉบับแรกในการคุ้มครองสิทธิสตรีในเรือนจำ
นอกจากนี้ยังทรงได้รับการแต่งตั้งจาก UNODC ให้เป็นทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทผู้นำที่ใช้กฎหมายช่วยเหลือสังคม