
SHORT CUT
บทจ. รุ่น 3 เปิดเวทีแรก เชิญที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานทูตจีน บรรยายยุทธศาสตร์การค้าไทย-จีน ชี้โอกาสทองสินค้าไทยสู่ตลาด 1,400 ล้านคน
สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน โดยสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน จัดการบรรยายครั้งแรกของหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน (บทจ.) หรือ บทจ. รุ่นที่ 3 โดยได้รับเกียรติจาก คุณจางเซียวเซียว ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ ‘บทบาทของจีนต่อการค้าไทยและการค้าโลก’ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ ห้องเพชรชมพู โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร
คุณจางเซียวเซียว กล่าวปาฐกถาว่า โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเข้าสู่ยุคแห่งความผันผวน ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า มาตรการกีดกันทางการค้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอน แต่ภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมากกว่าร้อยละ 60 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือและการพัฒนาร่วมกันของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค
ท่ามกลางความผันผวนของโลก ความสัมพันธ์ไทย-จีนถือเป็นตัวอย่างของความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน
แนวคิดที่ว่า 'จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน'” ไม่ใช่เพียงถ้อยคำเชิงสัญลักษณ์ แต่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่สั่งสมมายาวนาน ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สายสัมพันธ์ของประชาชนเชื้อสายจีนในไทย ตลอดจนความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการศึกษา
ประเทศไทยยังเป็นประเทศเดียวที่จีนใช้คำว่า 'พี่น้อง' เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระดับประเทศ และเมื่อปี 2568 ทั้งสองประเทศได้ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งยิ่งตอกย้ำมิตรภาพและความไว้วางใจที่มีต่อกัน
ในด้านเศรษฐกิจ คุณจางเซียวเซียว ระบุว่า จีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยต่อเนื่องยาวนานกว่า 13 ปี โดยปัจจุบันมีสินค้าเกษตรและอาหารของไทยกว่า 116 รายการ ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสู่ประเทศจีน
โดยเฉพาะ 'ผลไม้ไทย' ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ ทุเรียนไทย ที่ปัจจุบันกว่า 97% ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมดของไทย มุ่งสู่ตลาดจีน
ในปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกทุเรียนไปจีนมากกว่า 920,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้กับเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย
นอกจากการค้าแล้ว จีนยังเป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และพลังงานสะอาด การลงทุนเหล่านี้ไม่เพียงช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ยังสร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล
การขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีนในประเทศไทย ก่อให้เกิดการจ้างงานโดยตรงมากกว่า 10,000 ตำแหน่ง และเกิดการจ้างงานต่อเนื่องในห่วงโซ่อุปทานอีกกว่า 100,000 ตำแหน่ง
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการจีนยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาของไทยในการพัฒนาบุคลากร ผ่านโครงการฝึกอบรมและการส่งบุคลากรไทยไปศึกษาดูงานในประเทศจีน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานทูตจีน มองว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีนยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากตลาดจีนที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน และมีกลุ่มชนชั้นกลางขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
สินค้าและบริการคุณภาพจากไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร อาหาร ธุรกิจสุขภาพ การท่องเที่ยว หรืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ล้วนมีโอกาสขยายตลาดและเติบโตในประเทศจีนได้อีกมาก
ขณะเดียวกัน จีนกำลังเดินหน้าพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูง ทั้ง AI อุตสาหกรรมอวกาศ ระบบดิจิทัล และพลังงานสะอาด ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ไทยและจีนขยายความร่วมมือด้านการวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาอุตสาหกรรมมูลค่าสูงร่วมกัน
รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เช่น โครงการรถไฟจีน-ลาว และเครือข่ายขนส่งเชื่อมอาเซียน ที่จะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในช่วงท้ายของการบรรยาย คุณจางเซียวเซียว เสนอว่า ไทยและจีนควรเร่งขยายความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี สนับสนุนการลงทุนที่ยั่งยืน พัฒนาบุคลากรให้รองรับอุตสาหกรรมใหม่ และร่วมกันส่งเสริมระบบการค้าโลกที่เปิดกว้าง โปร่งใส และเป็นธรรม
ความสัมพันธ์ไทย-จีนในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการซื้อขายสินค้า แต่คือความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว ที่ตั้งอยู่บนรากฐานของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และผลประโยชน์ร่วมกัน
ทั้งสองประเทศจึงควรใช้โอกาสจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่ไร้รอยต่อ เพื่อก้าวไปข้างหน้าร่วมกันอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน พร้อมเป็นพลังสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้แก่ภูมิภาคในระยะยาว
ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณแจ๊คกี้ แซ่เฉิ่น อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และ นางสาวคัณธรส หาญไชยพิบูลย์กุล ผู้อำนวยการสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ร่วมให้การต้อนรับคุณจางเซียวเซียว ซึ่งการบรรยายได้รับความสนใจจากผู้เข้ารับการอบรมซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารจากภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ที่ต่างมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน
หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 3 จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน สถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ศูนย์เอเชีย-แอฟริกา China Media Group (CMG) และหอการค้าไทย-จีน ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย