
SHORT CUT
Forbes เปิดโผ 50 มหาเศรษฐีไทยปี 2569 ‘เฉลิม อยู่วิทยา’ ครองเบอร์ 1 ต่อเนื่องปีที่ 3 ทรัพย์สินรวมเศรษฐีไทยพุ่ง 10% รับอานิสงส์ส่งออกฟื้น-กระแส AI มาแรงดันหุ้นพุ่ง
ปี 2569 นี้ ความมั่งคั่งรวมของมหาเศรษฐีไทย 50 อันดับแรกเพิ่มขึ้นถึง 10% คิดเป็นมูลค่ารวม 1.87 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ แม้ไทยจะเผชิญแรงกดดันด้านชายแดน แต่เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ 2.4% จากการบริโภคและส่งออกที่กลับมาเติบโต รวมถึงตลาดหุ้นที่แข็งแกร่งช่วยหนุนทรัพย์สินให้เพิ่มขึ้น
เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว ยังคงครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยทรัพย์สิน 1.54 ล้านล้านบาท ($4.7 หมื่นล้าน) โดยรายได้ของ Red Bull ทั่วโลกพุ่งทะยานกว่า 1.22 หมื่นล้านยูโร จากยอดขายเครื่องดื่มเกือบ 1.4 หมื่นล้านกระป๋องในปีที่ผ่านมา
อันดับ 2 ยังเป็นของ พี่น้องเจียรวนนท์ (CP) ที่มีทรัพย์สิน 1.2 ล้านล้านบาท โดยปีนี้มีการเคลื่อนไหวสำคัญในการเข้าซื้อหุ้นทรู คอร์ปอเรชั่น เพิ่มเติม
ขณะที่อันดับ 3 สารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าพ่อพลังงานกัลฟ์ เป็นผู้ที่ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเชิงมูลค่า (5.6 พันล้านเหรียญ) หลังรุกคืบถือหุ้นธนาคารกสิกรไทยเกือบ 10%
ตระกูลจิราธิวัฒน์ (เซ็นทรัล) ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ทรัพย์สินพุ่งกว่า 1 ใน 3 จากแผนขยายสาขาทั้งไทยและเวียดนาม
ส่วนอันดับ 5 คือ เจริญ สิริวัฒนภักดี ที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์
ปีนี้กระแส AI มาแรงมาก ส่งผลให้ จรีพร จารุกรสกุล (WHA) ทรัพย์สินพุ่ง 69% จากความต้องการ Data Center นอกจากนี้ยังมี บัญชา องค์โฆษิต (KCE) และ กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ (Gunkul) ที่กลับเข้าสู่ทำเนียบจากการทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ AI และพลังงานสะอาด
ปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าเศร้าจากการเสียชีวิตของมหาเศรษฐี 3 ท่าน คือ กฤตย์ รัตนรักษ์ (ช่อง 7), นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (BDMS) และ ชูชาติ พัชรชัย (เมืองไทย แคปปิตอล) ซึ่งทรัพย์สินได้ถูกส่งต่อให้กับทายาทและรวมอยู่ในรูปตระกูลเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไป
หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่มีการจัดเก็บข้อมูลการจัดอันดับ โดยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยอยู่ที่ 32.672 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สิ่งที่น่าสนใจคือ 'เกณฑ์ขั้นต่ำ' ในการติดอันดับปีนี้ขยับสูงขึ้นเป็น 555 ล้านเหรียญ (จากเดิม 420 ล้านเหรียญ) สะท้อนว่าความมั่งคั่งของกลุ่มบนสุดขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้เศรษฐกิจภาพรวมจะยังมีโจทย์ท้าทายรออยู่ก็ตาม