
SHORT CUT
CP ยื่นหนังสือถึง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อขอสิ้นสุดสัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ชี้ติดปม BOI เดินหน้าโครงการไม่ได้
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กลับมาอยู่ในจุดเปลี่ยนอีกครั้ง หลังบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ผู้รับสัมปทานโครงการในกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยื่นหนังสือถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอใช้สิทธิ์ยุติสัญญาร่วมลงทุน โดยระบุว่ายังไม่สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ส่งผลให้ไม่สามารถออกหนังสือเริ่มงานก่อสร้าง (Notice to Proceed : NTP) และเดินหน้าโครงการต่อได้
'อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง' ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ รฟท. เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ว่า บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ได้ทำหนังสือถึง รฟท. เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อขอใช้สิทธิ์เลิกสัญญาตามข้อ 6.2 ของสัญญาร่วมลงทุน พร้อมยืนยันว่าหากไม่มีการแก้ไขสัญญา โครงการจะไม่สามารถดำเนินการต่อได้
ทั้งนี้ รฟท. ได้รายงานผลการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ต่อที่ประชุมบอร์ด รฟท. โดยสรุปว่า ปัจจุบันมี 2 แนวทางสำหรับคลี่คลายปัญหาโครงการ
แนวทางแรก คือ เดินหน้าแก้ไขสัญญาตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) และมติคณะรัฐมนตรีที่เคยเห็นชอบไว้ หากได้รับไฟเขียว จะเสนอร่างแก้ไขสัญญาที่สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบแล้วเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก่อนลงนามแก้ไขสัญญาอย่างเป็นทางการ
ส่วนอีกแนวทาง คือ การยุติสัญญาร่วมลงทุน หาก กพอ. เห็นว่าไม่สามารถดำเนินการแก้ไขสัญญาได้ ซึ่งจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาข้อกฎหมายและสิทธิหน้าที่ของทั้งภาครัฐและเอกชนตามเงื่อนไขในสัญญา
หลังจากนี้ รฟท. จะเสนอผลการเจรจาต่อคณะกรรมการบริหารสัญญาร่วมลงทุนในการประชุมวันที่ 15 กรกฎาคม จากนั้นจะเสนอคณะกรรมการกำกับโครงการ ก่อนส่งเรื่องให้ กพอ. พิจารณาภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อกำหนดทิศทางของโครงการอย่างชัดเจน
ผู้ว่าการ รฟท. ระบุว่า หากสัญญาร่วมลงทุนสิ้นสุดลง จะส่งผลต่อการบริหารเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เนื่องจากสิทธิการบริหารมีความเชื่อมโยงกับสัญญาหลัก ขณะที่สัญญาเดินรถปัจจุบันจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569
รฟท. จึงอยู่ระหว่างจัดทำแผนรองรับเพื่อให้การให้บริการประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยอาจต้องหารือกับภาคเอกชนถึงแนวทางบริหารเดินรถในช่วงเปลี่ยนผ่าน อย่างไรก็ตาม รูปแบบการดำเนินการยังต้องพิจารณาตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับประเด็นการลงทุนของบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ที่ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น รฟท. อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดค่าใช้จ่าย รายได้ และดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปตัวเลขที่ชัดเจน ก่อนพิจารณาแนวทางดำเนินการและการเยียวยาตามเงื่อนไขของสัญญาในลำดับถัดไป