
SHORT CUT
สรุปดราม่า ผู้ลงทะเบียน 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' เกือบครึ่ง ไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิ์ เกิดเสียงวิจารณ์มีหลายกรณีถูกมองว่าไม่เป็นธรรม กระบวนการอุทธรณ์เกิดความสับสน ประชาชนไม่สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขข้อมูลได้
หลังจากที่กระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ผลปรากฏว่า มีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ จำนวน 9.51 ล้านราย มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิ 9.31 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านราย
ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าประชาชนบางส่วนได้รับแจ้งไม่ผ่านการพิจารณาสิทธิ์ โดยสาเหตุที่พบได้แก่ ระบบตรวจพบว่ายังมีสถานะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา เป็นผู้ที่มีข้อมูลการถือครองรถยนต์เกินเกณฑ์ หรือมีข้อมูลรถยนต์ไม่เป็นปัจจุบัน เช่น รถที่ขายไปแล้วแต่ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์
นอกจากนี้ ยังมีบางกรณีที่ถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะคู่สมรส บิดา มารดา หรือบุตร ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติรับสิทธิ์ อีกทั้งเคยบวชมาแล้วก็ไม่ผ่านเกณฑ์เช่นกัน
จากรายงานของเพจเฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน"ถ้าคุณมั่นใจว่าจน! ใครไม่ผ่านเกณฑ์ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ข้อไหน! รู้สึกไม่ถูกต้อง-ไม่เป็นธรรม รบกวนส่งหลักฐานคำตอบจากคลังมาทางนี้
โดยมีชาวเน็ตส่งรายละเอียดเข้ามาเป็นจำนวนมาก เช่น
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุถึงประเด็นที่เกินขึ้น โดยเห็นว่ารัฐบาลมีการวางแผนพยายามจะลดจำนวนผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากตัวงบประมาณปีนี้ที่ตั้งไว้เพียง 42,000 ล้านบาท จากที่ปกติใช้อยู่ที่ 50,000 กว่าล้านบาท จึงมมองว่ารัฐบาลคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้นว่าจะต้องลดจำนวนผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ได้ให้เหลือประมาณ 9-10 ล้านคน
การตั้งเป้าดังกล่าวของรัฐบาล ทำให้มีการปรับเกณฑ์เข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดจำนวนของคนที่จะได้รับบัตร แต่วิธีการลดจำนวนทำให้หลายคนที่เป็นคนจนจริง และเดือดร้อนจริงต้องตกหล่น ภายหลังประกาศผล จะเห็นได้ว่าคนที่ตกหล่น มีคุณสมบัติเป็นคนที่เดือดร้อนจริง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องบางเกณฑ์เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง คุณสมบัติกลายเป็นไม่ถูก จากที่ไม่มีรถ ก็กลายเป็นมีรถ ไม่ใช่ของตัวเองแต่อาจมีคนเอาชื่อไปสวมสิทธิ์หรือบางกรณี ที่ดินที่ตัวเองมี ที่คิดว่าไม่มี ก็กลายเป็นมีที่ดินเกิน 10 ไร่ รถจักรยานยนต์มีเกินหนึ่งคัน แต่ถ้าลูกเอาชื่อไปใส่ ทำให้ตัวเองหลุด จากการที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเช่นเดียวกัน
ความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการจะกรองคนออกไปให้ได้มากที่สุดวันนี้ กลับกลายเป็นกรองคนที่เดือดร้อนจริงออกไปด้วยหรือไม่ กลายเป็นว่าคนที่มีรายได้น้อยส่วนหนึ่งจึงตกหล่น ก็ต้องรอดูว่ากระบวนการอุทธรณ์จะมีผลรวดเร็วแค่ไหน ซึ่งที่ผ่านมาคนที่ลงทะเบียนทางไหนไปก็ต้องไปอุทธรณ์ทางนั้น และไปที่ธนาคารกันเต็มไปหมด
ส่วนที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ว่าข้อมูลจากหน่วยไหนผิดก็ให้ติดต่อไปที่หน่วยงานนั้นตอนนี้ กรมการขนส่งทางบกที่เป็นเจ้าของข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองรถยนต์ก็สายไหม้ไปแล้ว โทรไม่ติด กี่เบอร์ที่ให้ไว้ก็ติดต่อไม่ได้ เป็นการสะท้อนถึงการทำงานของทางกระทรวงการคลังโดยสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังที่ยังไม่ได้เตรียมความพร้อมในกลไกของการอุทธรณ์ให้เรียบร้อย จำเป็นที่จะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานอื่น แต่หน่วยงานอื่นยังไม่ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการอุทธรณ์ในวันนี้ จึงกลายเป็นความสับสนอลหม่านโกลาหลอยู่ในตอนนี้
อยากให้ทางรัฐบาลรีบเร่งในการแก้ไขปัญหานี้ให้ได้สมกับความตั้งใจว่า ไหนๆ ก็อยากจะหาตัวคนที่เดือดร้อนจริงให้เจอ ก็อย่าให้ต้องมาหลุดตาข่ายการกรองที่มันถี่เกินไป เข้มงวดเกินไป จนทำให้คนที่เดือดร้อนจริงไม่ได้รับประโยชน์