ดราม่า 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' เสียงสะท้อนชาวบ้านถูดตัดสิทธิ์บัตรคนจน

ดราม่า 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' เสียงสะท้อนชาวบ้านถูดตัดสิทธิ์บัตรคนจน

สรุปดราม่า ผู้ลงทะเบียน 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' เกือบครึ่ง ไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิ์ เกิดเสียงวิจารณ์มีหลายกรณีถูกมองว่าไม่เป็นธรรม กระบวนการอุทธรณ์เกิดความสับสน ประชาชนไม่สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขข้อมูลได้

SHORT CUT

  • ผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเกือบครึ่ง (9.31 ล้านคน จาก 18.82 ล้านคน) ไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิ์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
  • สาเหตุการตัดสิทธิ์มีหลายกรณีที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรม เช่น ข้อมูลสถานะนักศึกษาที่ผิดพลาดในผู้สูงอายุ การถือครองรถยนต์เก่า หรือการถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีโดยญาติ
  • ฝ่ายค้านชี้ว่ารัฐบาลจงใจตั้งเกณฑ์ที่เข้มงวดเกินไปเพื่อลดจำนวนผู้รับสิทธิ์ตามงบประมาณที่ลดลง ส่งผลให้คนจนที่เดือดร้อนจริงจำนวนมากตกหล่น
  • กระบวนการอุทธรณ์เกิดความสับสน ประชาชนไม่สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขข้อมูลได้ สะท้อนถึงการขาดการเตรียมความพร้อมของภาครัฐ

สรุปดราม่า ผู้ลงทะเบียน 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' เกือบครึ่ง ไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิ์ เกิดเสียงวิจารณ์มีหลายกรณีถูกมองว่าไม่เป็นธรรม กระบวนการอุทธรณ์เกิดความสับสน ประชาชนไม่สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขข้อมูลได้

หลังจากที่กระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ผลปรากฏว่า มีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ จำนวน 9.51 ล้านราย มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิ 9.31 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านราย

ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม จำนวน 12.70 ล้านราย
  2. กลุ่มผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อยู่ในฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 0.74 ล้านราย
  3. กลุ่มผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่กระทรวงมหาดไทยสำรวจเพิ่มเติมในช่วงเปิดลงทะเบียน จำนวน 5.38 ล้านราย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าประชาชนบางส่วนได้รับแจ้งไม่ผ่านการพิจารณาสิทธิ์ โดยสาเหตุที่พบได้แก่ ระบบตรวจพบว่ายังมีสถานะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา เป็นผู้ที่มีข้อมูลการถือครองรถยนต์เกินเกณฑ์ หรือมีข้อมูลรถยนต์ไม่เป็นปัจจุบัน เช่น รถที่ขายไปแล้วแต่ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์

นอกจากนี้ ยังมีบางกรณีที่ถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะคู่สมรส บิดา มารดา หรือบุตร ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติรับสิทธิ์ อีกทั้งเคยบวชมาแล้วก็ไม่ผ่านเกณฑ์เช่นกัน

จากรายงานของเพจเฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน"ถ้าคุณมั่นใจว่าจน! ใครไม่ผ่านเกณฑ์ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ข้อไหน! รู้สึกไม่ถูกต้อง-ไม่เป็นธรรม รบกวนส่งหลักฐานคำตอบจากคลังมาทางนี้

โดยมีชาวเน็ตส่งรายละเอียดเข้ามาเป็นจำนวนมาก เช่น

  • โพสต์ภาพไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากผู้ลงทะเบียน เป็นนักเรียน นักศึกษา พร้อมข้อความ ระบุว่า 'อันนี้ของแม่ อายุ 60 กว่ายังเป็นนักศึกษา' 
  • โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายเข้ามาตอบคอมเม้นท์ว่า “แม่เราอายุ 76 ก็ขึ้นแบบนี้เหมือนกัน” ซึ่งกรณีนี้ระบุว่า ให้ติดต่อสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเพื่อตรวจสอบข้อมูล
  • ทำประกันชีวิตให้น้า โดยหักจากบัญชีเราค่าเบี้ยประกีนปีละ 14,640 บาทต่อปี เพื่อทำไว้กรณีเสียชีวิตจะได้มีเงินมาทำศพ และเราเป็นหลานยืมชื่อน้ามาซื้อหุ้น or แค่ 300 หุ้น ซื้ตอนนั้นหุ้นละ 18 บาท เป็นเงิน 5,400 ยาทซึ่งเป็นเงินเราซื้อ แต่น้าไม่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งน้าเป็นคนพิการด้วย
  • พ่อเป็นผู้พิการอายุ70 ได้บัตรทุกรอบ รอบนี้โดนตัดเพราะพ่อมีรถยนต์กระบะเก่าหนึ่งคันอายุรถมากกว่า25ปี เพราะเขาซื้อตั้งแต่ทำงานก่อสร้างมีรถคันนี้ไว้คนของ ไว้ทำมาหากิน แต่ตอนนี้รถก็ไม่ค่อยได้ใช้งานไม่คิดจะขายทิ้งเพราะพ่อรักมาก ตอนนี้กลายเป็นพ่อไม่จนเพราะรถที่เขารัก พ่อเศร้าเลย

'ศิริกัญญา' ติงใช้เกณฑ์เข้มงวดเกินไป คนจนจริงตกหล่นเพียบ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุถึงประเด็นที่เกินขึ้น โดยเห็นว่ารัฐบาลมีการวางแผนพยายามจะลดจำนวนผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากตัวงบประมาณปีนี้ที่ตั้งไว้เพียง 42,000 ล้านบาท จากที่ปกติใช้อยู่ที่ 50,000 กว่าล้านบาท จึงมมองว่ารัฐบาลคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้นว่าจะต้องลดจำนวนผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ได้ให้เหลือประมาณ 9-10 ล้านคน

การตั้งเป้าดังกล่าวของรัฐบาล ทำให้มีการปรับเกณฑ์เข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดจำนวนของคนที่จะได้รับบัตร แต่วิธีการลดจำนวนทำให้หลายคนที่เป็นคนจนจริง และเดือดร้อนจริงต้องตกหล่น ภายหลังประกาศผล จะเห็นได้ว่าคนที่ตกหล่น มีคุณสมบัติเป็นคนที่เดือดร้อนจริง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องบางเกณฑ์เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง คุณสมบัติกลายเป็นไม่ถูก จากที่ไม่มีรถ ก็กลายเป็นมีรถ ไม่ใช่ของตัวเองแต่อาจมีคนเอาชื่อไปสวมสิทธิ์หรือบางกรณี ที่ดินที่ตัวเองมี ที่คิดว่าไม่มี ก็กลายเป็นมีที่ดินเกิน 10 ไร่ รถจักรยานยนต์มีเกินหนึ่งคัน แต่ถ้าลูกเอาชื่อไปใส่ ทำให้ตัวเองหลุด จากการที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเช่นเดียวกัน 

ความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการจะกรองคนออกไปให้ได้มากที่สุดวันนี้ กลับกลายเป็นกรองคนที่เดือดร้อนจริงออกไปด้วยหรือไม่ กลายเป็นว่าคนที่มีรายได้น้อยส่วนหนึ่งจึงตกหล่น ก็ต้องรอดูว่ากระบวนการอุทธรณ์จะมีผลรวดเร็วแค่ไหน ซึ่งที่ผ่านมาคนที่ลงทะเบียนทางไหนไปก็ต้องไปอุทธรณ์ทางนั้น และไปที่ธนาคารกันเต็มไปหมด 

ส่วนที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ว่าข้อมูลจากหน่วยไหนผิดก็ให้ติดต่อไปที่หน่วยงานนั้นตอนนี้ กรมการขนส่งทางบกที่เป็นเจ้าของข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองรถยนต์ก็สายไหม้ไปแล้ว โทรไม่ติด กี่เบอร์ที่ให้ไว้ก็ติดต่อไม่ได้ เป็นการสะท้อนถึงการทำงานของทางกระทรวงการคลังโดยสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังที่ยังไม่ได้เตรียมความพร้อมในกลไกของการอุทธรณ์ให้เรียบร้อย จำเป็นที่จะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานอื่น แต่หน่วยงานอื่นยังไม่ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการอุทธรณ์ในวันนี้ จึงกลายเป็นความสับสนอลหม่านโกลาหลอยู่ในตอนนี้

อยากให้ทางรัฐบาลรีบเร่งในการแก้ไขปัญหานี้ให้ได้สมกับความตั้งใจว่า ไหนๆ ก็อยากจะหาตัวคนที่เดือดร้อนจริงให้เจอ ก็อย่าให้ต้องมาหลุดตาข่ายการกรองที่มันถี่เกินไป เข้มงวดเกินไป จนทำให้คนที่เดือดร้อนจริงไม่ได้รับประโยชน์ 

related