
SHORT CUT
เปิดประวัติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา หรือ บิ๊กราญ ผบ.ตร.คนใหม่ คนที่ 16 แม่ทัพสีกากีคนใหม่ที่โดดเด่นทั้งบู๊และบุ๋น เชี่ยวชาญด้านงานปฏิบัติการและสืบสวนสอบสวน
หลังจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดประชุม ก.ตร. โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อพิจารณาการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือก พล.ต.อ.สำราญ นวลมา หรือ บิ๊กราญ รอง ผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 3 ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ แทนที่พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ หรือบิ๊กต่าย ผบ.ตร. คนเดิม ที่จะเกษียณอายุราชการ
สำหรับ ขั้นตอนการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นประธานการประชุมวาระการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่จะเกษียณราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้
พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และกฎ ก.ตร. ได้ระบุไว้ว่า การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะต้องแล้วเสร็จภายใน 30 กรกฎาคม กรณีที่ในปีนั้น ผบ.ตร.เกษียณราชการ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ แคนดิเดต 4 ราย ประกอบด้วย
จะต้องออกจากห้องประชุมทันที โดยไม่มีสิทธิ์โหวตเลือก
เจาะลึกเส้นทาง 'พล.ต.อ.สำราญ'
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา หรือ "บิ๊กราญ" ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถือเป็นนายตำรวจที่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านงานปฏิบัติการและสืบสวนสอบสวน ซึ่งสร้างชื่อด้วยผลงานระดับประเทศไว้มากมาย
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เกิดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2516 ปัจจุบันอายุ 53 ปี เริ่มต้นปูรากฐานการศึกษาโดยจบระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนพรหมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางสีกากีโดยเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 34 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50
ด้านวิชาการของก็โดดเด่น โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมทั้งศึกษาต่อในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ยังผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมระดับหัวกะทิมากมาย ทั้งหลักสูตรสารวัตรที่สามารถสอบได้อันดับที่ 1 หลักสูตร VIP Protection หลักสูตรนเรศวร 261 ไปจนถึงการบินลัดฟ้าไปฝึกฝนยุทธวิธีระดับโลกในหลักสูตรยิงปืน SIG SAUER ACADEMY และหลักสูตรรับมือเหตุกราดยิง จากสหรัฐอเมริกา ทำให้กลายเป็นนายตำรวจที่ครบเครื่องทั้งทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
พล.ต.อ.สำราญ เริ่มต้นรับราชการในตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สน.พระโขนง ในปี 2540 ก่อนจะขยับเข้าสู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (191) และติดยศผู้กำกับการที่ สน.ดอนเมือง และ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.
จากนั้นด้วยผลงานที่โดดเด่นผลักดันให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับผู้นำ ทั้งผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.สปพ.) ในปี 2561 และขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ในปี 2564 ก่อนจะเลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. และก้าวสู่ตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ในเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา
พล.ต.อ.สำราญ อยู่เบื้องหลังการทลายเครือข่ายอาชญากรรมใหญ่ๆ ของประเทศในด้านยาเสพติด เป็นผู้สั่งการสกัดจับลอตใหญ่และยึดทรัพย์สินมหาศาล เช่น
อีกหนึ่งผลงานที่กำลังเป็นที่จับตา คือการเป็นผู้นำเปิดปฏิบัติการ "ถอดเกล็ดมังกร" ทลายเครือข่าย "พ่อทิพย์" คดีอาชญากรรมขบวนการสวมสิทธิ์แจ้งเกิดเท็จ เพื่อมอบสัญชาติไทยให้กับลูกของกลุ่มทุนจีนสีเทา โดยขบวนการนี้ใช้วิธีการจ้างวานชายสัญชาติไทยให้มาเซ็นชื่อรับรองเป็นบิดาในสูติบัตร เพื่อให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ล่าสุดหน่วยงานความมั่นคงกำลังเร่งขยายผลเส้นทางการเงินและผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด พร้อมเตรียมยกระดับคดีนี้ขึ้นเป็น "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" เพื่อจัดการขั้นเด็ดขาด
นอกจากนี้ ยังมีปฏิบัติการ "ปิดฉากแรงเงา" กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎรที่ จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงการกวาดล้างทุจริตสวมสิทธิ์ G-Code ดำเนินคดีกับอดีตปลัดอำเภอและเครือข่ายอย่างเด็ดขาด
การลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์วิกฤตของ พล.ต.อ.สำราญด้วยตนเอง ทั้งการนำชุดปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 เข้าคลี่คลายเหตุกราดยิงที่เทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา การลงพื้นที่คุมสถานการณ์เหตุกราดยิงที่จังหวัดเพชรบุรี และเหตุตำรวจคลั่งย่านสายไหม ไปจนถึงการบัญชาการยุทธการ "ดับแก๊ส" ควบคุมความไม่สงบของกลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง
ที่มา : เนชั่นทีวี