สถานทูตจีน เรียกร้องธุรกิจจีนในไทยเคารพกฎหมายท้องถิ่น และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

สถานทูตจีน เรียกร้องธุรกิจจีนในไทยเคารพกฎหมายท้องถิ่น และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ทูตจีนแถลงความร่วมมือไทย-จีน ย้ำธุรกิจจีนต้องเคารพกฎหมายไทย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม วอนอย่าเหมารวมจนกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมจับมือรัฐบาลแก้ปัญหาสินค้าราคาถูกทะลักเข้าไทย

SHORT CUT

  • สถานทูตจีนเรียกร้องให้ผู้ประกอบการและบริษัทจีนในไทยเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด
  • เอกอัครราชทูตจีนระบุว่ากรณีธุรกิจจีนที่ทำผิดกฎหมายเป็นเพียงกรณีเฉพาะราย ไม่ใช่ภาพรวมของนักลงทุนจีนทั้งหมด
  • จีนสนับสนุนให้ไทยปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่เตือนว่าการขยายความอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ถูกกฎหมาย

ทูตจีนแถลงความร่วมมือไทย-จีน ย้ำธุรกิจจีนต้องเคารพกฎหมายไทย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม วอนอย่าเหมารวมจนกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมจับมือรัฐบาลแก้ปัญหาสินค้าราคาถูกทะลักเข้าไทย

'จาง เจี้ยนเว่ย' เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แถลงข่าว ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและจีน หลัง 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง พบสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก 2026 ที่กรุงปักกิ่ง 

ทั้งนี้ จาง เจี้ยนเว่ย เปิดเผยว่า การเยือนครั้งนี้จะเป็นการเสริมสร้างรากฐานทางการเมืองของจีนและไทยให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อมุ่งสู่ประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตแห่งความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมต่างๆ อาทิ รถไฟฟ้าฟ้าความเร็วสูง ปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เศรษฐกิจการค้า และการต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์

 

 

ส่วนกรณีที่โรงงานและบริษัทจีนที่ละเมิดกฎหมายท้องถิ่นในไทยหรือทำลายสิ่งแวดล้อม เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า รัฐบาลจีนเรียกร้องให้ผู้ประกอบการจีนเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งร่วมพัฒนาให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกับท้องถิ่น จีนเข้าใจและสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ในการปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ย้ำว่าเป็นกรณีเฉพาะรายไม่ใช่ภาพรวมของชาวจีนที่มาทำธุรกิจในประเทศไทย 

"เราไม่ควรขยายความธุรกิจบางกรณีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะจะทำให้ผู้ที่ทำธุรกิจถูกกฎหมายรู้สึกว่าไทยไม่ชอบพวกเขาและกระทบกับความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจในอนาคต"

นอกจากนี้ จาง เจี้ยนเว่ย ยังกล่าวว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูงของจีนจะนำมาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกับพันธมิตร โดยเฉพาะไทยที่เป็นคู่ค้ามาอย่างต่อเนื่อง 13 ปี ทุนจีนและธุรกิจจีนในไทยเป็นความร่วมมือแบบก้าวไปข้างหน้าเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ประเทศ ควรเสริมสร้างความไว้วางในกันในเชิงยุทธศาสตร์ และรับมือความท้าทาย เร่งสร้างประชาคมไทย-จีนที่มีอนาคตร่วมกัน สนับสนุนกระบวนการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยทั้ง 2 ประเทศ และมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการส่งเสริมสันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค โดยจีนจะสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาลไทยชุดใหม่ให้ราบรื่น พร้อมเห็นว่า ทั้ง 2 ฝ่าย ควรกระชับความสัมพันธ์การแลกเปลี่ยนระดับสูง ใช้กลไกการสนทนาเชิงยุทธศาสตร์ 2 บวก 2 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้เกิดประโยชน์ ให้ความร่วมมือก้าวขึ้นไปอีกระดับ

 

ส่วนการหารือในการลงนาม MOU ได้มีการหารือถึงการเตรียมการแก้ปัญหาสินค้าราคาถูกจากจีนทะลักเข้ามายังไทยหรือไม่นั้น เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ระบุว่า รัฐบาลจีนเข้าใจข้อกังวลของธุรกิจไทยในการแข่งขันของ SMEs ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพสังคม ซึ่งในการเยือนครั้งนี้ ผู้นำทั้ง 2 ยังได้แลกเปลี่ยนถึงความร่วมมือ เสริมสร้างความยืดหยุ่นในการส่งเสริม SMEs ที่ตามแถลงการณ์ร่วม ระบุว่า ทั้ง 2 จะส่งเสริมความร่วมมืออีคอมเมิร์ซ-ศุลกากร และบังคับใช้กฎหมายป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้า รวมถึงในการเดินทางเยือนจีน

 

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย ยังได้ขอให้จีนส่งเสริมสินค้าคุณภาพสูงของไทย ทั้งผลไม้ และอาหาร ไปบุกตลาดจีน พร้อมยังสนับสนุนให้มีการรองรับสินค้าซึ่งกันและกัน โดยพยายามให้สินค้า GI ของไทย ทั้งข้าว มะขาม และส้มโอได้ลงทะเบียนในประเทศจีน ซึ่งคาดว่า จะแล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ พร้อมยังเห็นว่า ความร่วมมือในการยกระดับอุตสาหกรรม SMEs จะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถรับมือตลาดที่ไม่แน่นอนได้อย่างยั่งยืน และจีนก็พร้อมนำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพจากไทย

related