
SHORT CUT
จากฟิลิปปินส์ สู่เวทีโลก เมื่อคุณเอวา ชาวเอเชียคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์นักสังคมสงเคราะห์นานาชาติ มองไทยเป็นต้นแบบที่ดีด้านการจัดการภัยพิบัติ และสังคมแห่งการช่วยเหลือกันและกัน
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และองค์กรวิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์แห่งชาติของฟิลิปปินส์ (Philippine Association of Social Workers, Incorporated - PASWI) ได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์ ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายงานองค์กรสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์สู่ระดับสากล
ในโอกาสนี้ ประเทศไทยยังได้ต้อนรับและแสดงความยินดีกับ คุณเอวา ปอนเซ เด เลออน (Eva P. Ponce de Leon) อดีตประธานระดับชาติของสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์นักสังคมสงเคราะห์นานาชาติ (IFSW) ซึ่งเป็นตัวแทนของนักสังคมสงเคราะห์มากกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก
ก่อนที่จะเดินทางไปเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการที่เมืองไรน์เฟลเดนของสวิตเซอร์แลนด์ คุณเอวาเผยกับ SPRiNG ว่า เป้าหมายหลักของเธอหลังจากนี้ คือการสร้าง 'สังคมแห่งการเอื้ออาทร' (Caring Society) หรือ 'เมืองแห่งการเอื้ออาทร' (Caring City) เพราะมองว่าเมืองที่ดีไม่ควรวัดจากโครงสร้างพื้นฐาน แต่ควรมองถึงความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน
โดยคุณเอวาได้แรงบันดาลใจจากประเทศไทย ที่กำลังก้าวเข้าสู่ 'สังคมผู้สูงอายุ' อย่างเต็มตัว จากสัดส่วนผู้สูงอายุที่สูงมาก แต่กลับยังสามารถดูแลผู้สูงอายุในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการที่ผู้คนในสังคมหันมาเกื้อกูลและดูแลซึ่งกันและกันมากขึ้น ทำให้เธอได้เรียนรู้หลายสิ่งจากประเทศไทย จึงอยากจะเดินตามรอย และนำแนวทางเหล่านั้นไปเสนอในเวทีระดับโลก
คุณเอวายังให้ความสำคัญกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบมากมาย โดยเชื่อมั่นในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ว่าเราทุกคนต้องร่วมสร้างประโยชน์จากการทำงานในวันนี้ไปถึงคนรุ่นหลัง เพื่อรักษาและดูแลสิ่งแวดล้อม ปกป้องต้นไม้ และรักษาแหล่งน้ำของโลกให้ยั่งยืน
ในขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น คุณเอวามองว่าวิธีช่วยเหลือผู้คนที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเยียวยา แต่เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือตั้งแต่ก่อนเกิดภัยพิบัติ
"ฉันเกิดในจังหวัดที่พายุเข้าตลอดเวลา นั่นคือภูมิภาคบิโคล ในฟิลิปปินส์ เมื่ออากาศร้อนก็ร้อนจัด พอฝนตกก็ตกหนักจนน้ำท่วมไปหมด ไหนจะภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว แล้วยังมีความเสี่ยงจากมนุษย์อย่างอัคคีภัยอีก ทั้งหมดนี้สร้างความเสียหายให้ผู้คนอย่างมาก ฉันจึงมองว่า การสร้างความยืดหยุ่น ล้มแล้วลุกไว ควรถ่ายทอดเข้าไปในชุมชนและตัวผู้คนตั้งแต่แรก เตรียมพร้อมก่อนที่ภัยพิบัติจะมาถึง ไม่ใช่แค่มาช่วยเหลือหลังจากเกิดภัยพิบัติแล้ว"
คุณเอวายังยกตัวอย่างการเกิดภัยพิบัติในประเทศไทย ที่มักจะมีความช่วยเหลือเข้าไปหาคนในพื้นที่ทันที เธอนิยามว่า มันเหมือนกับการสร้างบ้านที่ต้องทำหลังคาให้แข็งแรงตั้งแต่แรก เพื่อที่เวลาฝนตก น้ำท่วม หรือพายุเข้า เราจะรู้สึกปลอดภัย ไม่ใช่มาสร้างหลังคาหลังจากฤดูฝนผ่านไปแล้ว การช่วยเหลือผู้คนก็ต้องมองในมุมนี้เช่นกัน
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้คุณเอวารู้สึกชื่นชมและมองประเทศไทยเป็นต้นแบบ คือการสร้าง 'หัวใจแห่งจิตอาสา' ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับการช่วยเหลือสังคมได้โดยไม่ต้องยึดติดกับตำแหน่งหรือหน้าที่ ทำให้สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ (NCSWT) ที่มีอาสาสมัครในเครือข่ายมากถึง 2 ล้านคน มีอาสาสมัครในระดับชุมชน มีกลุ่มคนที่ยินดีจะคอยช่วยเหลือกันและกันโดยไม่ต้องรอแค่รัฐบาล โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มคนที่ถูกมองไม่เห็น ซึ่งต้องมีใครสักคนพูดแทนพวกเขา
"ถ้าชุมชน ถ้าคุณ ฉัน และทุกคน ช่วยกันดูแลความปลอดภัยของเด็กๆ ช่วยกันปกป้องไม่ให้เด็กโดนทำร้าย โลกเราจะน่าอยู่ขึ้นมาก มันเป็นเรื่องของทุกคนจริงๆ"