
ประธานสภา กทม. แจงปมกดบัตรแทนกัน ยันต้องมีผู้ร้องเรียนก่อนตั้งสอบจริยธรรม ด้านเพื่อน ส.ก. รุมจี้ให้เร่งตรวจสอบหาข้อเท็จจริง หวั่นละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ม.157 ย้ำพร้อมสอบโปร่งใสหากได้รับเรื่อง
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลา 10.25 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 3) ซึ่งมีนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ในระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม กรณีการเสียบบัตรและกดบัตรลงคะแนนแทนกันในการประชุมสภากรุงเทพมหานครซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ
ภัทราภรณ์ ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นร่วมกับสำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานครพบว่า ภายในห้องประชุมสภามีกล้องบันทึกภาพ 3 ตัว โดย 1 ตัวจับภาพไปยังบัลลังก์ประธาน และอีก 2 ตัวจับภาพสมาชิก แต่ระบบจะบันทึกภาพเฉพาะเมื่อมีการเปิดไมโครโฟนอภิปรายและซูมผู้พูดอัตโนมัติ ไม่ได้บันทึกภาพมุมกว้างตลอดเวลาเหมือนกล้องวงจรปิด อีกทั้งภายในห้องประชุมไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด ส่วนระบบถ่ายทอดสดมี 4 กล้อง ประกอบด้วย 2 กล้องถ่ายจากด้านหลังสมาชิกไปยังบัลลังก์ประธาน และอีก 2 กล้องถ่ายจากด้านหน้าฝั่งซ้ายและขวาเพื่อเก็บภาพรวม ซึ่งประชาชนสามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดได้
ประธานสภา กทม. ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่าเจ้าหน้าที่จะดึงบัตรสมาชิกออกทุกครั้งเมื่อสมาชิกไม่อยู่ในห้องประชุมว่า แนวปฏิบัติดังกล่าวเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ข้อเท็จจริงพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดึงบัตรออกทุกใบ โดยยกตัวอย่างการประชุมเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่เคยมีสมาชิกไม่อยู่ในห้องจนต้องดึงบัตรออกและลงคะแนนใหม่
สำหรับการประชุมครั้งล่าสุด จากการตรวจสอบภาพถ่ายทอดสดพบว่า ขณะมีการตรวจสอบองค์ประชุม ว่าที่ร้อยตรี ไซรามและนายภัทรศักดิ์ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่ชื่อของทั้งสองยังปรากฏเป็นองค์ประชุม เนื่องจากบัตรยังเสียบค้างอยู่ ขณะเดียวกันจะเห็นเจ้าหน้าที่ทยอยดึงบัตรของสมาชิกคนอื่นที่ไม่อยู่ในห้องออก แต่ไม่ได้ดึงบัตรของทั้งสองคน โดยประเด็นนี้สามารถตรวจสอบผ่านวิดีโอย้อนหลังได้
ภัทราภรณ์ กล่าวว่า ได้รับทราบว่าตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนมายังประธานสภา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำว่า หากได้รับเรื่องแล้วจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียม
“ในฐานะประธานสภา ไม่มีอำนาจวินิจฉัยหรือชี้ถูกชี้ผิดสมาชิก เพราะมีศักดิ์เท่ากันจากการเลือกตั้ง สิ่งที่ทำได้คือดำเนินการตามกระบวนการเมื่อได้รับหนังสือร้องเรียน” ภัทราภรณ์ กล่าว
ด้านนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก. เขตคลองสาน กล่าวว่า จากคำชี้แจงของประธานมีอยู่ 2 ประเด็น คือการที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดึงบัตรของสมาชิกที่ไม่อยู่ในห้องประชุมออก และประเด็นที่นายภัทรศักดิ์ไม่ได้อยู่ในห้องช่วงตรวจสอบองค์ประชุม แต่ภายหลังกลับเข้ามา ทั้งนี้เห็นด้วยกับความเห็นของนายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. เขตบางรัก ที่ระบุว่าบัตรไม่สามารถกดเองได้ ต้องมีผู้กด จึงเห็นว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ผู้กดบัตร ไม่ใช่เจ้าหน้าที่
ประธานสภา กทม. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากคลิปถ่ายทอดสดเห็นชัดว่าในช่วงตรวจองค์ประชุม ว่าที่ร้อยตรี ไซรามและนายภัทรศักดิ์ไม่ได้อยู่ในห้อง ก่อนที่นายภัทรศักดิ์จะเดินกลับเข้ามาและลงคะแนนตามที่ได้ชี้แจงไว้ ซึ่งต้องแยกเป็นคนละประเด็นกับการตรวจองค์ประชุม
นายนภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย อภิปรายว่า ระบบลงคะแนนครั้งนี้ไม่ต่างจากการเลือกประธานสภา โดยเมื่อประธานเปิดระบบ สมาชิกทั้ง 41 คน รวมถึงนายภัทรศักดิ์และว่าที่ร้อยตรี ไซราม มีสถานะพร้อมลงคะแนน ซึ่งสะท้อนว่าบัตรทั้งสองใบถูกยืนยันตัวตนไว้แล้ว แม้เจ้าของบัตรจะไม่อยู่ในห้อง พร้อมระบุว่ามีสมาชิกหลายคนเห็นนายภัทรศักดิ์เดินเข้ามากดปุ่มของตนเองก่อน แล้วเอื้อมมือไปกดของว่าที่ร้อยตรี ไซราม อีกทั้งนายภัทรศักดิ์ก็ยอมรับเองว่าได้กดปุ่มของว่าที่ร้อยตรี ไซราม จึงเห็นว่าควรตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมทันที และหากละเลยอาจมีประเด็นความรับผิดตามกฎหมาย
ต่อมา นภาพลย้ำอีกครั้งว่า แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน ประธานสภาก็ควรสั่งให้สำนักงานเลขานุการฯ รวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะเป็นหน้าที่ของหัวหน้าฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมระบุว่า หากไม่มีการดำเนินการ ก็อาจมีผู้ไปร้องต่อ ป.ป.ช. และดำเนินคดีตามมาตรา 157 รวมทั้งอาจมีหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยเข้ามาในอนาคต
ประธานสภาฯ ยืนยันอีกครั้งว่า กล้องภายในห้องประชุมจะบันทึกเฉพาะช่วงมีการเปิดไมโครโฟน ไม่ได้บันทึกภาพมุมกว้างตลอดเวลา
นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ส.ก. เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กล่าวว่า ตนและสมาชิกอีกหลายคนเห็นกับตาว่านายภัทรศักดิ์กดปุ่มของตนเองก่อน แล้วจึงเอื้อมมือไปกดปุ่มของว่าที่ร้อยตรี ไซราม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นการกดผิดจริง เหตุใดจึงไม่รีบแจ้งต่อที่ประชุมทันที แต่ปล่อยให้มีการอภิปรายและตรวจสอบอยู่นานก่อนออกมาชี้แจง
ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก. เขตลาดกระบัง เห็นว่า ประเด็นดังกล่าวควรเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสภากรุงเทพมหานคร
วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก. เขตมีนบุรี เห็นว่า หากประธานสภา กทม. จะรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นก็ควรมีเอกสารประกอบและเปิดเผยรายละเอียดการตรวจสอบ
ฉัตรชัย หมอดี ส.ก. เขตบางนา เห็นว่าประเด็นความผิดนี้ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ
ช่วงท้าย ภัทราภรณ์ ชี้แจงว่า สิ่งที่ตรวจสอบเบื้องต้นมีเพียงข้อมูลเรื่องระบบกล้อง การถ่ายทอดสด และคลิปที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งจะจัดทำเอกสารและให้สำนักงานเลขานุการสภากทม. ส่งรายละเอียดให้สมาชิกตามที่ร้องขอ พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า เมื่อได้รับหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ จะเร่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและจริยธรรมโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก