
SHORT CUT
'สิริพงศ์' รมช.คมนาคม ลงพื้นที่กรมการขนส่งทางบก ติดตามกรณีข้อมูลรั่วไหล เร่งอุดช่องโหว่ไซเบอร์ พร้อมเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง
วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) เวลา 15.30 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ ณ อาคาร 9 ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมการขนส่งทางบก เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีข้อมูลยานพาหนะถูกเผยแพร่บนสื่อออนไลน์
ในการนี้ นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์ โดยมีทีม ThaiCERT จากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ เข้าร่วมให้ข้อมูลและติดตามการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบเบาะแสและร่องรอยที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อหาสาเหตุและข้อเท็จจริงที่ชัดเจน โดยทีม ThaiCERT ได้เข้าประจำการภายในกรมการขนส่งทางบก เพื่อร่วมรวบรวมข้อมูลและพิสูจน์หลักฐานทางเทคนิคผ่านกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล หรือ Digital Forensics อย่างเป็นระบบ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเชื่อมต่อผ่านระบบ API และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก
นายสิริพงศ์ได้กำชับให้ตำรวจไซเบอร์และทีม ThaiCERT เร่งดำเนินการสืบสวน ติดตาม และนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าจะอำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกยกระดับมาตรการตรวจสอบระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบช่องโหว่ ตลอดจนเร่งจัดทำแผนป้องกันและรับมือเหตุการณ์ในอนาคต เพื่อรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโดยด่วน
กรมการขนส่งทางบกชี้แจงว่า ปัจจุบันมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 63 หน่วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ
สำหรับข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้น แม้จะเป็นข้อมูลจริง แต่เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับยานพาหนะ ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงินหรือธุรกรรมสำคัญอื่น ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ ส่งต่อ หรือนำไปใช้ในทางมิชอบ อาจมีความผิดตามกฎหมายและจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
เตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาส
กรมการขนส่งทางบกขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพอาจนำข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ เช่น หมายเลขทะเบียน ยี่ห้อรถ หรือชื่อผู้ครอบครอง มาใช้ประกอบการแอบอ้าง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม
กรมการขนส่งทางบกยืนยันว่า ไม่มีนโยบายโทรศัพท์สอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้ประชาชนโอนเงินเพื่อชำระค่าปรับหรือภาษี รวมถึงไม่มีนโยบายส่งลิงก์ผ่านข้อความ SMS หรือแอปพลิเคชัน Line เพื่อให้ประชาชนทำธุรกรรมใด ๆ
หากได้รับสายโทรศัพท์หรือข้อความที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ขอให้ประชาชนตั้งสติและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ โดยห้ามกดลิงก์ ห้ามดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก ห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และห้ามทำธุรกรรมทางการเงินตามคำกล่าวอ้างโดยเด็ดขาด
กรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองข้อมูลของประชาชนอย่างเต็มที่
ประชาชนที่มีเบาะแสหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง