เปิดสถิติคดีไซเบอร์ พบ กทม. ครองแชมป์ ผู้เสียหายโดนหลอกเยอะสุด

เปิดสถิติคดีไซเบอร์ พบ กทม. ครองแชมป์ ผู้เสียหายโดนหลอกเยอะสุด

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีไซเบอร์ กทม. เสียหายพุ่ง 63 ล้าน เตือนภัยหลอกลงทุนฮิตอันดับ 1

SHORT CUT

  • กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่มีผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายจากคดีฉ้อโกงออนไลน์สูงสุดในประเทศ ด้วยมูลค่ากว่า 63.3 ล้านบาทในรอบสัปดาห์ล่าสุด
  • สถิติรวมทั่วประเทศในรอบสัปดาห์ (9-15 ส.ค. 69) มีคดีไซเบอร์เกิดขึ้น 6,060 คดี สร้างความเสียหายรวมกว่า 260 ล้านบาท
  • กลุ่มผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือเพศหญิง โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานอายุระหว่าง 21-30 ปี

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีไซเบอร์ กทม. เสียหายพุ่ง 63 ล้าน เตือนภัยหลอกลงทุนฮิตอันดับ 1

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดเผยสถิติการรับแจ้งคดีฉ้อโกงออนไลน์ผ่าน Thaipoliceonline ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (9-15 ส.ค. 2569) รวมทั้งสิ้น 6,060 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 260 ล้านบาท ซึ่งถือว่าลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าเล็กน้อย

แม้ว่า ‘การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ’ จะครองแชมป์คดีที่มีจำนวนมากที่สุดถึง 4,682 คดี (คิดเป็น 77.3% ของคดีทั้งหมด) แต่ประเภทคดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าสูงสุดกลับเป็น "การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน" ที่พุ่งสูงเกือบ 80 ล้านบาท (คิดเป็น 30.7%) ด้านพื้นที่รับแจ้งความพบว่า กรุงเทพมหานคร มีมูลค่าความเสียหายสูงสุดถึง 63.3 ล้านบาท (138 คดี) ตามด้วย นนทบุรี 2.6 แสนบาท และ เชียงใหม่ 1.1 ล้านบาท

ข้อมูลทางสถิติด้านผู้เสียหายระบุว่า เพศหญิงยังคงตกเป็นเหยื่อมากกว่าเพศชาย โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี (วัยทำงาน) ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดต่อเนื่องหลายเดือน ซึ่งมักตกเป็นเหยื่อ 3 อันดับแรก ได้แก่ หลอกซื้อขายสินค้า หลอกแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น และหลอกเสนอผลประโยชน์

เปิดสถิติคดีไซเบอร์ พบ กทม. ครองแชมป์ ผู้เสียหายโดนหลอกเยอะสุด

ACSC จึงออกเตือนภัยการลงทุนด้วย 3 มาตรการป้องกันสำคัญ:

  • ตรวจสอบความมีตัวตนผ่านแอป SEC Check First ของ ก.ล.ต. เพื่อยืนยันว่าบริษัทและผู้แนะนำได้รับการอนุญาตจริง
  • เช็กบัญชีโอนเงิน ต้องเป็นชื่อบริษัทนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากเป็นบัญชีบุคคลธรรมดาถือเป็นมิจฉาชีพ 100%
  • ระวังแอปพลิเคชันปลอม ที่มิจฉาชีพทำเลียนแบบองค์กรจริงลงใน Store และอย่าหลงเชื่อผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้รายงานผลการปราบปรามตามแนวชายแดน ได้แก่ การจับกุมชายไทยลักลอบข้ามแดนไปกัมพูชาทำเว็บพนัน, การรับตัวคนไทย 207 คนจาก สปป.ลาว ที่ไปทำงานแอดมินเว็บพนันกลับมาดำเนินคดี และการร่วมกับตำรวจทางหลวงจับกุมเครือข่ายนำพาชาวจีน 5 รายลักลอบเข้าเมืองทาง จ.ลำปาง เพื่อไปทำงานสร้างแอปพลิเคชันให้แก๊งสแกมเมอร์ใน จ.ตาก

อย่างไรก็ตาม ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ACSC ได้ประสานงานร่วมกับกลุ่มธนาคารและตำรวจท้องที่ เข้ายับยั้งและช่วยเหลือเหยื่อได้ทันท่วงทีรวม 13 ราย ป้องกันความเสียหายได้กว่า 6 แสนบาท เช่น กรณีเหยื่อชายวัย 21 ปี ใน จ.ตรัง ที่ถูกแก๊งแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นค่ายมือถือและตำรวจ สภ.เมืองระนอง หลอกข่มขู่โอนเงินไป ปปง. จนสูญเงินกว่า 5.8 แสนบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าอธิบายกลโกงและแนะนำการอายัดบัญชีผ่านสายด่วน 1441 ทันที