ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา สั่งรื้อถอน 'สุสานยิว' เคลื่อนย้ายศพใน 7 วัน พบใบอนุญาตหมดอายุ

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา สั่งรื้อถอน 'สุสานยิว' เคลื่อนย้ายศพใน 7 วัน พบใบอนุญาตหมดอายุ

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทราออกคำสั่งเด็ดขาด สั่งรื้อ 'สุสานยิว' บางคล้า หลังพบตั้งขัดกฎหมายและใบอนุญาตหมดอายุ จี้เคลื่อนย้าย 4 ศพพ้นพื้นที่ภายในกำหนด 7 วัน

SHORT CUT

  • ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งให้รื้อถอนสุสานชาวยิวในอำเภอบางคล้า และเคลื่อนย้ายศพทั้งหมดภายใน 7 วัน
  • สาเหตุของคำสั่งเกิดจากใบอนุญาตประกอบกิจการของสุสานได้หมดอายุลง และที่ตั้งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน
  • จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบหลุมศพ 4 หลุมที่ถูกฝังหลังจากใบอนุญาตสิ้นสุดลง โดยบางหลุมมีการระบุปีเสียชีวิตล่วงหน้าเป็นปี ค.ศ. 2025 และ 2026

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทราออกคำสั่งเด็ดขาด สั่งรื้อ 'สุสานยิว' บางคล้า หลังพบตั้งขัดกฎหมายและใบอนุญาตหมดอายุ จี้เคลื่อนย้าย 4 ศพพ้นพื้นที่ภายในกำหนด 7 วัน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราทันที เมื่อทางจังหวัดได้มีคำสั่งทางปกครองขั้นเด็ดขาดเกี่ยวกับสถานฝังศพของต่างชาติ โดยล่าสุด นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ลงนามเซ็นคำสั่งทางปกครอง เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับสุสานและฌาปนสถานของชาวยิวในพื้นที่อำเภอบางคล้า ถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดตั้งสุสานที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบราชการ

เปิดปมขัดแย้ง "ใบอนุญาตหมดอายุ" แต่ยังใช้ฝังศพ

จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า สุสานชาวยิวภายใต้ชื่อ "JEWISH CEMETRY THAILAND" ตั้งอยู่ที่ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า โดยใบอนุญาตประกอบกิจการเดิมของสุสานแห่งนี้ได้หมดอายุลงตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2566 และทางนายอำเภอบางคล้า ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีคำสั่ง "ไม่อนุญาต" ให้ต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าว เนื่องจากตรวจพบว่าที่ตั้งของสุสานไม่เป็นไปตามเกณฑ์และเงื่อนไขทางกฎหมาย

ชำแหละกฎหมาย ทำไมสุสานนี้ถึง "ผิดเกณฑ์"

เหตุผลสำคัญที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่สามารถต่อใบอนุญาตให้ได้ เนื่องจากสถานที่ตั้งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา 12 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528 ประกอบกฎกระทรวง (พ.ศ. 2543) ข้อ 4 (4) ส่งผลให้การเก็บหรือฝังศพในสุสานแห่งนี้หลังจากใบอนุญาตสิ้นสุดลง ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 6, 7 และ 10 ของกฎหมายฉบับเดียวกันทันที

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา สั่งรื้อถอน 'สุสานยิว' เคลื่อนย้ายศพใน 7 วัน พบใบอนุญาตหมดอายุ

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา สั่งรื้อถอน 'สุสานยิว' เคลื่อนย้ายศพใน 7 วัน พบใบอนุญาตหมดอายุ

ยื้อในชั้นศาลปกครองระยอง แต่คำสั่งจังหวัดมีผลทันที

ที่ผ่านมา ทางผู้ดำเนินการแทน บริษัท กาน ชาบาด จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดูแลสุสาน ได้เลือกใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรม ยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลปกครองระยอง เพื่อขอความเป็นธรรมในการดำเนินกิจการต่อ ซึ่งปัจจุบันคดีนี้ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล แต่ในทางปกครองเพื่อความสงบเรียบร้อยของท้องถิ่น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราจึงจำเป็นต้องออกคำสั่งปกครองเข้าควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

บุกตรวจพื้นที่ เจอ 4 หลุมศพปริศนา คาเต็นท์น้ำเงิน

ก่อนนำมาสู่คำสั่งรื้อถอน เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. 69 คณะเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอบางคล้า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางคล้า และ อบต.เสม็ดใต้ ได้ลงพื้นที่ตรวจค้นสุสานอย่างละเอียด [4, 22] และต้องตะลึงเมื่อพบหลุมฝังศพถึง 4 หลุมในพื้นที่ แบ่งเป็นหลุมริมกำแพงท้ายที่ดิน 1 หลุม หลุมฝังศพโบกปูนปิดสนิทพร้อมแผ่นป้ายระบุปีเสียชีวิต ค.ศ. 2025 และ 2026 จำนวน 2 หลุมภายในเต็นท์สีน้ำเงิน และหลุมที่ยังไม่มีการโบกปูนปิดปากหลุมหรือติดป้ายอีก 1 หลุมในบริเวณใกล้เคียงกัน

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา สั่งรื้อถอน 'สุสานยิว' เคลื่อนย้ายศพใน 7 วัน พบใบอนุญาตหมดอายุ

เจาะลึกพิกัดที่ดิน "เสม็ดใต้" จุดเผชิญหน้าทางข้อพิพาท

พิกัดของสุสานเจ้าปัญหาแห่งนี้ตั้งอยู่บนโฉนดที่ดินเลขที่ 1515 หมู่ที่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเดิมทีเป็นพื้นที่เงียบสงบ แต่การเข้ามาจัดตั้งสุสานชาวยิวโดยขัดต่อกฎเกณฑ์ผังเมืองและระเบียบสาธารณสุขของไทย ได้กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งและการร้องเรียนของคนในพื้นที่ จนนำไปสู่การตรวจสอบร่วมกันของหลายหน่วยงาน 

ขีดเส้นตาย 7 วัน ต้องรื้อถอนและย้ายศพทั้งหมด

บทสรุปสุดท้ายคือ คำสั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 2037/2569 ลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ สั่งให้ "รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และเคลื่อนย้ายศพทั้งหมด" ไปฝังหรือเก็บในสุสานเอกชนรายอื่นที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริง โดยขีดเส้นตายต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันทราบคำสั่งนี้ พร้อมทั้งมอบหมายให้นายอำเภอบางคล้าเกาะติดสถานการณ์และรายงานผลอย่างใกล้ชิด

related