เจาะงบน้ำท่วมกทม. ปี 70 'เขตสวนหลวง' ได้งบมากที่สุด 563.5 ล้าน

เจาะงบน้ำท่วมกทม. ปี 70 'เขตสวนหลวง' ได้งบมากที่สุด 563.5 ล้าน

เจาะงบน้ำท่วม กทม. ปี 70 กว่า 5.3 พันล้าน ดินแดงท่วมซ้ำซาก 57 ครั้ง ได้งบอันดับ 38 สวนทางหนองแขมท่วม 0 ครั้งแต่ได้งบเขตสูงสุด

SHORT CUT

  • กทม. ตั้งงบประมาณป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมปี 2570 รวมทั้งสิ้น 5,309.68 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงบของสำนักการระบายน้ำสำหรับโครงการขนาดใหญ่
  • การจัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้องกับสถิติน้ำท่วมจริง โดยเขตดินแดงที่ท่วมบ่อยที่สุด (57 ครั้ง) ได้งบเพียง 4.3 ล้านบาท ขณะที่เขตหนองแขมซึ่งไม่มีประวัติน้ำท่วมกลับได้งบรายเขตสูงสุดถึง 209 ล้านบาท
  • งบประมาณส่วนใหญ่เน้นการลงทุนในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนและอุโมงค์ระบายน้ำ โดยเขตสวนหลวงได้รับงบรวมสูงสุดจากโครงการอุโมงค์ระบายน้ำ แม้จะไม่ได้เป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมบ่อยที่สุด

เจาะงบน้ำท่วม กทม. ปี 70 กว่า 5.3 พันล้าน ดินแดงท่วมซ้ำซาก 57 ครั้ง ได้งบอันดับ 38 สวนทางหนองแขมท่วม 0 ครั้งแต่ได้งบเขตสูงสุด

เปิดร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570 พบว่า กทม. มีการตั้งงบประมาณที่เกี่ยวกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมไว้รวมทั้งสิ้น 5,309.68 ล้านบาท ตัวเลขนี้คือเงินภาษีของคนกรุงที่ถูกจัดสรรลงไปเพื่อสู้กับปัญหาน้ำท่วมขัง แต่คำถามสำคัญคือ เงินจำนวนมหาศาลนี้ถูกกระจายลงไปในพื้นที่ที่เดือดร้อนที่สุดจริงหรือไม่

เปิดงบฯ สำนักการระบายน้ำ VS 50 สำนักงานเขต

เมื่อสแกนโครงสร้างงบประมาณ 5,309.68 ล้านบาท จะเห็นการแบ่งเค้กออกเป็น 2 ก้อนใหญ่

  • งบสำนักการระบายน้ำ ก้อนใหญ่ที่สุด 4,520.55 ล้านบาท เน้นโครงการขนาดใหญ่และภาพรวมเมือง
  • งบสำนักงานเขต 50 เขต: รวม 789.13 ล้านบาท สำหรับการจัดการน้ำท่วมในระดับย่อยของแต่ละท้องที่

เจาะงบน้ำท่วมกทม. ปี 70 'เขตสวนหลวง' ได้งบมากที่สุด 563.5 ล้าน

ดินแดง แชมป์ท่วมซ้ำซาก 57 ครั้ง แต่ได้งบหล่นไปอันดับ 38

ข้อมูลสถิติน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักปี 2567-2568 ชี้ว่าเขตดินแดง ครองแชมป์น้ำท่วมขังมากที่สุดถึง 57 ครั้ง จากรายงานรวม 841 ครั้งทั่วกรุง แต่เมื่อเปิดงบปี 2570 กลับพบว่า เขตดินแดงจัดอยู่อันดับที่ 38 ด้านงบประมาณน้ำท่วม โดยได้งบรายเขตเพียง 4.30 ล้านบาท ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเพียงค่าขุดลอกท่อและบำรุงรักษาประจำปีเท่านั้น

หนองแขม ท่วม 0 ครั้ง แต่ได้งบเขตสูงสุด 209 ล้าน

ในทางกลับกัน เขตหนองแขม ซึ่งไม่มีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักเลยในปี 2567-2568 กลับได้รับการจัดสรรงบน้ำท่วมรายเขตสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 209.41 ล้านบาท (คิดเป็น 26.54% ของงบเขตทั้งหมด) โดยก้อนใหญ่กว่า 203.30 ล้านบาท เป็นการทุ่มสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองตาปลั่ง 1 และคลองราษฎร์สามัคคี ซึ่งเป็นรูปแบบงบประมาณที่สูงต่อเนื่องเหมือนตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

เจาะงบน้ำท่วมกทม. ปี 70 'เขตสวนหลวง' ได้งบมากที่สุด 563.5 ล้าน

'สวนหลวง' ครองแชมป์งบรวม 563 ล้าน กับเมกะโปรเจกต์อุโมงค์

หากรวมงบทั้งจากสำนักการระบายน้ำและงบสำนักงานเขตเข้าด้วยกัน เขตสวนหลวง ได้รับงบประมาณสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวม 563.50 ล้านบาท โดยก้อนใหญ่ถึง 350 ล้านบาท เป็นงบผูกพันสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง

แม้สถิติการท่วมขังของเขตสวนหลวงจะอยู่ที่ 24 ครั้ง (อันดับที่ 18 ของ กทม.) ตามมาด้วยเขตลาดกระบัง (264.44 ล้านบาท), เขตประเวศ (262.67 ล้านบาท), เขตดอนเมือง (245.44 ล้านบาท) และเขตดุสิต (215.28 ล้านบาท)

เจาะงบอุโมงค์ระบายน้ำ & เขื่อน

เมื่อวิเคราะห์เนื้องบประมาณของสำนักการระบายน้ำ 4,520.55 ล้านบาท พบว่าหมดไปกับ การก่อสร้างมากที่สุดถึง 62.43% (2,822.01 ล้านบาท) โดยแบ่งเป็น

  • งบสร้างเขื่อน: 1,150.16 ล้านบาท
  • งบสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ: 1,087.67 ล้านบาท
  • งบซ่อมแซมและขุดลอกระบบ: 1,455.31 ล้านบาท
  • งบเดินระบบและบริหารอุโมงค์ระบายน้ำ: 157.45 ล้านบาท ภาพรวมจึงยังคงเน้นการลงโครงสร้างพื้นฐานคอนกรีตขนาดใหญ่มากกว่าการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงบริหารจัดการ

เจาะงบน้ำท่วมกทม. ปี 70 'เขตสวนหลวง' ได้งบมากที่สุด 563.5 ล้าน

 

กางอันดับงบรายเขต จากร้อยล้าน ถึงเขตที่ได้งบไม่ถึง 2 ล้าน

ช่องว่างงบประมาณรายเขตเหลื่อมล้ำอย่างเห็นได้ชัด เขตชั้นนอกบางเขตได้งบก่อสร้างเขื่อนระดับร้อยล้าน ขณะที่เขตชั้นในอย่าง เขตสัมพันธวงศ์ ได้งบแก้ท่วมน้อยที่สุดเพียง 1.15 ล้านบาท ตามด้วยเขตปทุมวัน (1.38 ล้านบาท), เขตราชเทวี (1.48 ล้านบาท) และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย (1.89 ล้านบาท) นอกจากนี้ ยังมีอีก 10 เขตที่ไม่ปรากฏงบระบุพื้นที่จากสำนักการระบายน้ำเลย เช่น เขตราษฎร์บูรณะ, ตลิ่งชัน และทุ่งครุ

โครงสร้างงบประมาณปี 2570 สะท้อนรูปแบบเดิมที่เน้นงบผูกพันเมกะโปรเจกต์ข้ามปี คำถามสำคัญทางนโยบายถึงผู้บริหาร กทม. คือ เหตุใดพื้นที่ท่วมซ้ำซากถี่ที่สุดอย่างดินแดงจึงได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียงแค่น้ำซึมผายมือ

การจัดทำงบประมาณในอนาคตจึงควรปรับการกระจายงบให้ยึดตาม 'ความเสี่ยงและสถิติน้ำท่วมจริง' เพื่อให้เงินภาษีตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างตรงจุดที่สุด

ที่มา : rocketmedialab 

related