
SHORT CUT
จับตาวิกฤต กสทช. หลังศาลปกครองยกฟ้องคดี 'หมอสรณ' ขาดคุณสมบัติ อดีตผู้พิพากษาเตือนหมดอำนาจเปิดประชุมเสี่ยงอาญา ล่าสุดส่งสัญญาณถอยยื่นหนังสือลาประชุม 1-2 ต.ค.
วันที่ 30 กันยายน 2569 มีรายงานว่าวานนี้ (29 ก.ย.) สำนักงาน กสทช. เผยแพร่บันทึกข้อความจากงานเลขานุการประธาน กสทช. แจ้งถึงเลขาธิการ กสทช. กรณีการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นวันที่ 1-2 ตุลาคม 2569 โดยระบุว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีภารกิจสำคัญระหว่างวันที่ 30 ก.ย.-4 ต.ค. จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมและทำหน้าที่ประธานได้
อย่างไรก็ตาม ศ.คลินิก นพ.สรณ ระบุว่า ปัจจุบันยังมีระเบียบวาระคั่งค้างจำนวนมาก จึงเสนอให้กรรมการ กสทช. คนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมเป็นการเฉพาะสำหรับการประชุมครั้งนี้ ตามระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บอร์ดสามารถเดินหน้าพิจารณาวาระต่างๆ ได้
โดยการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 มีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 1 และ 2 ตุลาคม เวลา 09.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมสายลม 1021 ชั้น 2 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช.
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ยกฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 ซึ่ง ศ.คลินิก นพ.สรณ ยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ระบุว่าเจ้าตัวขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
ศาลมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง ส่งผลให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ยังคงมีผล โดยระบุว่ามีความผิดจริงในประเด็นสำคัญเกี่ยวข้องกับการรับค่าตอบแทนจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กันยายน คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติให้ออกมาตรการบังคับทางปกครองเพื่อให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้มีคำสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ชี้แจงข้อกฎหมายว่า เมื่อศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้องและไม่ได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ จึงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ทันที ทำให้ นพ.สรณ หมดอำนาจในฐานะประธาน กสทช. ไปแล้ว
อดีตผู้พิพากษาอาวุโส ยังเตือนด้วยว่า การที่ นพ.สรณ ร่วมกับรักษาการเลขาธิการ กสทช. กำหนดวันประชุมวันที่ 1-2 ตุลาคม ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากฝืนปฏิบัติหน้าที่หรือจัดประชุมต่อไป จะมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาจากกรรมการ กสทช. รายอื่น
อดีตผู้พิพากษาอาวุโส ระบุว่า กสทช. เป็นองค์กรกลุ่มตามกฎหมายเฉพาะ และปัญหาความล่าช้าและความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มาจากกรณีประธาน กสทช. และรักษาเลขาธิการ กสทช. ดำเนินการร่วมกัน จนส่งผลกระทบต่อการทำงานขององค์กร ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตามกฎหมาย กสทช. ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องจนสุดทางแล้ว โดยได้นำความขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่มา : nationtv , FB วัส ติงสมิตร