SOH เปิดรายงานเครือข่าย IO บนเฟซบุ๊ก โจมตีนักสิทธิมนุษยชนหญิงชาวไทย

SOH เปิดรายงานเครือข่าย IO บนเฟซบุ๊ก โจมตีนักสิทธิมนุษยชนหญิงชาวไทย

รายงานฉบับใหม่พบปฏิบัติการข้อมูลบิดเบือนบนเฟซบุ๊กโจมตีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวไทย องค์กร Stop Online Harm เรียกร้อง Meta ตำรวจ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจสอบเครือข่ายและระบุตัวผู้กระทำผิด ไม่ใช่เพียงลบโพสต์

SHORT CUT

  • องค์กร Stop Online Harm (SOH) เปิดเผยรายงานการสืบสวนที่พบเครือข่ายบนเฟซบุ๊กซึ่งประสานงานกันเพื่อเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนโจมตีคุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงในชายแดนใต้
  • รูปแบบการโจมตีมีการสร้างเรื่องเล่าว่าเป็น 'นักสิทธิโจร' บิดเบือนคำพูดจริงของเป้าหมาย และมีการคุกคามทางเพศสภาพ โดยพบพฤติกรรมการโพสต์ข้อความซ้ำๆ กันในหลายบัญชี
  • SOH เรียกร้องให้ Meta, ตำรวจ และรัฐบาลไทย ดำเนินการตรวจสอบเครือข่ายดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ไม่ใช่เพียงแค่ลบโพสต์หรือบัญชี

รายงานฉบับใหม่พบปฏิบัติการข้อมูลบิดเบือนบนเฟซบุ๊กโจมตีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวไทย องค์กร Stop Online Harm เรียกร้อง Meta ตำรวจ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจสอบเครือข่ายและระบุตัวผู้กระทำผิด ไม่ใช่เพียงลบโพสต์

กรุงเทพฯ – Stop Online Harm (SOH) เผยแพร่รายงานสอบสวนฉบับใหม่ “ข้อมูลบิดเบือนโจมตีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย: กรณี 'อัญชนา หีมมิหน๊ะ' ซึ่งบันทึกการโจมตีด้วยข้อมูลบิดเบือนอย่างต่อเนื่องและมีการประสานงานกันบนเฟซบุ๊ก ต่อคุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประธานกลุ่มด้วยใจ ที่ทำงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย

SOH วิเคราะห์โพสต์จำนวน 15,814 โพสต์จาก 11 บัญชีเฟซบุ๊ก ที่เผยแพร่ระหว่างเดือนมกราคม 2567 ถึงกรกฎาคม 2569 และพบ 260 โพสต์จาก 10 บัญชีที่พุ่งเป้าโจมตีอัญชนาโดยตรง ซึ่งมียอดการมีส่วนร่วม (engagement) รวม 44,313 ครั้ง

 

ข้อค้นพบหลัก

4 เรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกัน การโจมตีใช้ข้อกล่าวหาหลักเดียวกัน คือ อัญชนาเป็น 'นักสิทธิโจร' ไม่ใช่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่แท้จริง โดยมีเรื่องเล่าย่อย เช่น การกล่าวหาว่าเธอสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบหรือแนวคิดแบ่งแยกดินแดน หรือเลือกนิ่งเฉยเมื่อพลเรือนได้รับผลกระทบจากความรุนแรง

บิดเบือนบริบท ไม่ใช่การสร้างข้อมูลเท็จทั้งหมด เนื้อหาส่วนใหญ่ตีความโพสต์และคำพูดจริงของอัญชนาให้มีความหมายตรงข้ามกับสิ่งที่เธอพยายามสื่อ หรือนำเหตุการณ์จริงมาสนับสนุนข้อกล่าวหาเดิม ทำให้ตรวจจับและพิสูจน์ได้ยากขึ้น

สัญญาณการประสานงานที่ชัดเจน SOH พบข้อความที่คล้ายกัน 4,607 คู่ และข้อความที่คัดลอกมาวางเหมือนกันทุกตัวอักษร 483 คู่ข้ามบัญชีต่าง ๆ โดยมักโพสต์ห่างกันเพียงไม่กี่นาทีหรือไม่กี่วัน ภาพแคปหน้าจอโพสต์ส่วนตัวของอัญชนาถูกนำไปโพสต์ซ้ำพร้อมคำบรรยายที่บิดเบือน ทั้งนี้ SOH ระบุว่า การพิสูจน์ว่าเข้าข่าย 'พฤติกรรมที่ประสานเชื่อมโยงกันอย่างไม่เป็นธรรมชาติ' (Coordinated Inauthentic Behavior) ตามนิยามของ Meta ต้องอาศัยข้อมูลเจ้าของบัญชีและผู้ดูแลเพจจากแพลตฟอร์มและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่ง SOH ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง

การคุกคามทางเพศสภาพ (TFGBV) 59 โพสต์ (22.7%) มีสัญญาณการโจมตีบนฐานเพศสภาพ เช่น การใช้คำนำหน้าชื่อเชิงดูหมิ่น คำดูถูกเรื่องรูปร่างหน้าตาและอายุ และการเปรียบเทียบกับสัตว์ หรือลดทอนความเป็นมนุษย์

อาจละเมิดนโยบายแพลตฟอร์ม 44 โพสต์ (16.9%) อาจละเมิดมาตรฐานชุมชนของ Meta ว่าด้วยการกลั่นแกล้งและการคุกคาม และอีก 67 โพสต์มีข้อกล่าวหาร้ายแรง ซึ่ง SOH เห็นว่า Meta ควรพิจารณาเพิ่มเติม

การบังคับใช้ระดับบัญชีไม่เพียงพอ เมื่อเพจหนึ่งที่โจมตีอัญชนาซ้ำ ๆ ถูกระงับ เพจนั้นได้ชวนผู้ติดตามไปยังเพจใหม่ 'V.2' และต่อมาเพจเดิมถูกกู้คืน แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายและฐานผู้ติดตามสามารถอยู่รอดได้แม้บัญชีถูกลบเป็นรายบัญชี

บริบทที่เกี่ยวข้อง

เนื่องจากงานของคุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ เกี่ยวข้องกับการติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เธอเคยตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาททางอาญา 2 คดี ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ฟ้อง คดีหนึ่งถูกถอนฟ้องในปี 2560 อีกคดีศาลพิพากษายกฟ้องในช่วงปลายปี 2568

ในเดือนมิถุนายน 2569 ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีที่คุณอัญชนาและคุณอังคณา นีละไพจิตรเป็นผู้ฟ้อง โดยมีคำสั่งให้สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากปฏิบัติการข่าวสาร (IO) บนเว็บไซต์ Pulony Blogspot ซึ่งทำการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนโจมตีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

สัญญาณการโจมตีที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการประสานงานที่พบในรายงานของ SOH มีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปแบบพฤติกรรมที่เคยถูกบันทึกเอาไว้ในรายงานของ X (2563) และ Meta (2564) ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มเคยดำเนินการลบเครือข่ายบัญชีที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน และ มีพฤติกรรมการประสานงานเพื่อโจมตีนักกิจกรรมในพื้นที่มาก่อน โดยรายงานของ SOH จำกัดเฉพาะระดับรูปแบบพฤติกรรม มิได้ระบุหรือยืนยันความเชื่อมโยงกับหน่วยงานใดเป็นโดยเฉพาะ ทั้งนี้ SOH ยังพบรูปแบบการโจมตีคุณอัญชนา ที่คล้ายกับปฎิบัติการข้อมูลบิดเบือนที่คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย นักข่าว เคยประสบ ตามรายงานของ iLaw (2569)

ในปี 2569 อัญชนาเข้าแจ้งความเหตุการโจมตีด้วยข้อมูลบิดเบือนสองครั้ง คือ เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ และ 22 กรกฎาคม 2569 แต่จวบจนปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการได้ และทั้ง 11 บัญชีเป้าหมายยังคงดำเนินการและเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนต่อคุณอัญชนาได้ตามปกติ

 

SOH เรียกร้องให้

 

Meta เร่งตรวจสอบทั้ง 11 บัญชีและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการทางกฎหมาย และจัดตั้งช่องทางเฉพาะสำหรับรับเรื่องร้องเรียนจากนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักข่าว และผู้ขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะที่ถูกโจมตีด้วยข้อมูลบิดเบือน

เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย เร่งสอบสวนปฏิบัติการนี้ และขอความร่วมมือจาก Meta เพื่อระบุตัวผู้อยู่เบื้องหลัง

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สนับสนุนการสอบสวน จัดตั้งกลไกเฝ้าระวังและตอบสนองอย่างรวดเร็ว และพัฒนามาตรการระดับชาติเพื่อป้องกันไม่ให้การคุกคามออนไลน์ยกระดับเป็นความรุนแรงในโลกจริง

 

"อัญชนาทำสิ่งที่ผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงออนไลน์ควรทำ คือแจ้งความต่อตำรวจและรายงานต่อ Meta แต่จนถึงขณะนี้ บัญชีที่คุกคามยังคงเปิดใช้งานได้ตามปกติ และยังไม่มีผู้ต้องสงสัยถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เราขอเรียกร้องให้ Meta ตำรวจ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการตามหลักฐานในรายงานฉบับนี้ ในการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบัญชีดังกล่าว และจัดการให้ผู้อยู่เบื้องหลังข้อมูลบิดเบือนต้องรับผิดชอบ" — สายใจ เลี้ยงพันธุ์สกุล CEO และผู้ก่อตั้งองค์กร Stop Online Harm

 

"ความไร้ประสิทธิภาพของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายในการนำตัวผู้กระทำความรุนแรงออนไลน์เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทำให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนต้องเผชิญกับปฏิบัติการข้อมูลบิดเบือนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมุ่งทำลายงานที่พวกเขาทำและสร้างผลกระทบทางร่างกายและจิตใจ ด้าน Meta เองต้องมีความรับผิดชอบ และต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานจากภาครัฐของไทยเพื่อปกป้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจากการคุกคามบนแพลตฟอร์มของตน ดิฉันหวังว่าความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นระหว่างแพลตฟอร์มและหน่วยงานรัฐจะนำมาซึ่งความยุติธรรม" — อัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานสมาคมด้วยใจเพื่อกิจการมนุษยธรรม

 

อ่านรายงานฉบับเต็ม:

ภาษาไทย: bit.ly/3VS85we

ภาษาอังกฤษ: bit.ly/4y1MwXC

อ่านรายงานอื่น ๆ ของ Stop Online Harm: https://www.stoponlineharm.org/research

 

เกี่ยวกับ Stop Online Harm: 
Stop Online Harm (SOH) เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่นำโดยผู้หญิงและผู้รอดพ้นจากภัยคุกคามทางออนไลน์ ซึ่งมุ่งสร้างความสามารถในการรับมือกับความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ (Technology-Faciliated Gender-Based Violence หรือ TFGBV)  เรามีบริการ 'รถพยาบาลออนไลน์' (Online Ambulance) ซึ่งให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้เสียหายจากเหตุคุกคามออนไลน์ เช่น การลบเนื้อหาที่เป็นอันตราย การให้การสนับสนุนด้านจิตใจ การช่วยเหลือทางกฎหมาย และการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานดิจิทัลและตรวจสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์

related