ก.พ. คลอดกฎหมายฟันโกงสอบข้าราชการ คุก 10 ปี ผู้คุมสอบโดน 3 เท่า

ก.พ. คลอดกฎหมายฟันโกงสอบข้าราชการ คุก 10 ปี ผู้คุมสอบโดน 3 เท่า

ก.พ. เปิดฟังร่างกฎหมายปราบโกงสอบข้าราชการ อุดช่องโหว่ซื้อขายข้อสอบ-จ้างสอบ เพิ่มโทษคุกสูงสุด 10 ปี เจ้าหน้าที่รัฐโดน 2 เท่า ผู้คุมสอบโดน 3 เท่า ไล่ออก-เรียกคืนเงิน

SHORT CUT

  • สำนักงาน ก.พ. ได้เสนอร่างกฎหมายใหม่เพื่อเอาผิดการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะ
  • กำหนดบทลงโทษทางอาญาหลายระดับ โดยมีโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี สำหรับผู้เรียกรับสินบนเพื่อช่วยเหลือผลการสอบ
  • เพิ่มบทลงโทษเป็นทวีคูณ โดยหากผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจะโดนโทษ 2 เท่า และหากเป็นผู้คุมสอบหรือผู้จัดสอบจะโดนโทษหนักถึง 3 เท่า
  • ผู้ที่ทุจริตจะถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้ารับราชการตลอดชีวิต และหากเป็นเจ้าหน้าที่อยู่แล้วจะถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงถึงขั้นไล่ออก

ก.พ. เปิดฟังร่างกฎหมายปราบโกงสอบข้าราชการ อุดช่องโหว่ซื้อขายข้อสอบ-จ้างสอบ เพิ่มโทษคุกสูงสุด 10 ปี เจ้าหน้าที่รัฐโดน 2 เท่า ผู้คุมสอบโดน 3 เท่า ไล่ออก-เรียกคืนเงิน

ปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการสอบแทนกัน การซื้อขายข้อสอบ หรือการเรียกรับเงินสินบน เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและทำเป็นขบวนการ ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดฐานความผิดและบทลงโทษในเรื่องนี้ไว้เป็นการเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จึงต้องเสนอร่างกฎหมายใหม่เพื่อสร้างมาตรฐานความโปร่งใส คัดกรองคนดีเข้ามารับใช้ประชาชน

ครอบคลุมสนามสอบไหนบ้าง ใครคือกลุ่มเป้าหมาย

ร่างกฎหมายฉบับนี้ให้นิยาม 'การสอบบรรจุ' ไว้อย่างครอบคลุม ทั้งการสอบแข่งขัน การสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ตลอดจนการสอบวัดระดับความรู้ การสอบเลื่อนตำแหน่ง หรือการสอบอบรมที่มีผลต่อเงินเพิ่มพิเศษ โดยบังคับใช้กับหน่วยงานรัฐทุกประเภท ตั้งแต่กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ไปจนถึงองค์การมหาชน และครอบคลุมถึงผู้ให้บริการจัดสอบทั้งเอกชนและมหาวิทยาลัย

 

 

เปิดอัตราโทษอาญา สายสอบ-คนจ้างสอบ โดนถ้วนหน้า

  • เข้าสอบโดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขการสอบเพื่อประโยชน์โดยทุจริต จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • เข้าสอบแทนผู้อื่น หรือยินยอมให้ผู้อื่นสอบแทน จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้เงินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อให้ผลสอบเป็นประโยชน์โดยทุจริต จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • เรียก รับ หรือยอมจะรับเงินหรือประโยชน์ตอบแทนในลักษณะเดียวกัน จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ข่มขืนใจ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญผู้อื่นให้ร่วมดำเนินการเพื่อผลการสอบโดยทุจริต จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • เปิดเผย จำหน่าย หรือส่งมอบข้อสอบหรือคำตอบ จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้แสวงหา ล่วงรู้ หรือรับไว้ซึ่งข้อสอบหรือคำตอบ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • เปลี่ยนแปลง แก้ไข ดัดแปลง หรือทำลายข้อมูลการสอบหรือกระดาษคำตอบโดยมิชอบ จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ปลอมเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการสอบบรรจุ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

บวกโทษทวีคูณ เจ้าหน้าที่รัฐโดน 2 เท่า ผู้คุมสอบเจอ 3 เท่า

ไฮไลต์สำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการเพิ่มโทษทวีคูณเพื่อยับยั้งการโกง หากผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องระวางโทษเป็น 2 เท่า ของโทษปกติ และหากเป็น 'ผู้คุมสอบ' หรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดสอบครั้งนั้น จะโดนโทษหนักขึ้นเป็น 3 เท่า พร้อมมาตรการสั่งริบทรัพย์สินและเงินสินบนทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน

 

ไล่ออกสถานเดียว-ยึดเงินคืนย้อนหลัง

ในทางปกครองสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลคดีอาญา หากพบว่าทุจริตจะถูกขึ้นบัญชีดำกลาง ห้ามเข้ารับราชการตลอดชีวิต กรณีทุจริตก่อนเข้าทำงาน จะถูกสั่งให้ออกทันที และถูกเรียกคืนเงินเดือนพร้อมประโยชน์ตอบแทนย้อนหลังได้สูงสุดถึง 10 ปี ส่วนกรณีทุจริตขณะปฏิบัติงานอยู่ จะถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงและลงโทษไล่ออกสถานเดียว

ล้างบางรับจ้างจัดสอบ เอกชน-มหาวิทยาลัยโดนแบล็กลิสต์ 5 ปี

ไม่เพียงแค่ตัวบุคคล แต่สถาบันอุดมศึกษาหรือนิติบุคคลเอกชนที่รับจ้างจัดสอบ หากมีส่วนร่วม สนับสนุน หรือปล่อยปละละเลยจนเกิดการทุจริต จะถูกตัดสิทธิห้ามเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐเป็นเวลา 5 ปี โดยกระทรวงการคลังจะจัดทำรายชื่อไว้ พร้อมทั้งต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดสอบใหม่ทั้งหมดตามสัดส่วนความเสียหาย

ผสานกำลัง ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-ปปง. คุ้มครองคนแจ้งเบาะแส

ร่างกฎหมายมอบอำนาจให้ ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ ปปง. ร่วมสืบสวนสอบสวน พร้อมเปิดช่องทางแจ้งเบาะแสทางอิเล็กทรอนิกส์ หากพบเหตุทุจริตมีอำนาจสั่งระงับหรือยกเลิกการสอบได้ทันที[15] ที่สำคัญคือมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและพยานอย่างเด็ดขาด ห้ามผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจทางวินัย สั่งพักงาน หรือโยกย้ายกลั่นแกล้งโดยเด็ดขาด

related