
SHORT CUT
ก.พ. เปิดฟังร่างกฎหมายปราบโกงสอบข้าราชการ อุดช่องโหว่ซื้อขายข้อสอบ-จ้างสอบ เพิ่มโทษคุกสูงสุด 10 ปี เจ้าหน้าที่รัฐโดน 2 เท่า ผู้คุมสอบโดน 3 เท่า ไล่ออก-เรียกคืนเงิน
ปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการสอบแทนกัน การซื้อขายข้อสอบ หรือการเรียกรับเงินสินบน เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและทำเป็นขบวนการ ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดฐานความผิดและบทลงโทษในเรื่องนี้ไว้เป็นการเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จึงต้องเสนอร่างกฎหมายใหม่เพื่อสร้างมาตรฐานความโปร่งใส คัดกรองคนดีเข้ามารับใช้ประชาชน
ร่างกฎหมายฉบับนี้ให้นิยาม 'การสอบบรรจุ' ไว้อย่างครอบคลุม ทั้งการสอบแข่งขัน การสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ตลอดจนการสอบวัดระดับความรู้ การสอบเลื่อนตำแหน่ง หรือการสอบอบรมที่มีผลต่อเงินเพิ่มพิเศษ โดยบังคับใช้กับหน่วยงานรัฐทุกประเภท ตั้งแต่กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ไปจนถึงองค์การมหาชน และครอบคลุมถึงผู้ให้บริการจัดสอบทั้งเอกชนและมหาวิทยาลัย
ไฮไลต์สำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการเพิ่มโทษทวีคูณเพื่อยับยั้งการโกง หากผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องระวางโทษเป็น 2 เท่า ของโทษปกติ และหากเป็น 'ผู้คุมสอบ' หรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดสอบครั้งนั้น จะโดนโทษหนักขึ้นเป็น 3 เท่า พร้อมมาตรการสั่งริบทรัพย์สินและเงินสินบนทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน
ในทางปกครองสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลคดีอาญา หากพบว่าทุจริตจะถูกขึ้นบัญชีดำกลาง ห้ามเข้ารับราชการตลอดชีวิต กรณีทุจริตก่อนเข้าทำงาน จะถูกสั่งให้ออกทันที และถูกเรียกคืนเงินเดือนพร้อมประโยชน์ตอบแทนย้อนหลังได้สูงสุดถึง 10 ปี ส่วนกรณีทุจริตขณะปฏิบัติงานอยู่ จะถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงและลงโทษไล่ออกสถานเดียว
ไม่เพียงแค่ตัวบุคคล แต่สถาบันอุดมศึกษาหรือนิติบุคคลเอกชนที่รับจ้างจัดสอบ หากมีส่วนร่วม สนับสนุน หรือปล่อยปละละเลยจนเกิดการทุจริต จะถูกตัดสิทธิห้ามเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐเป็นเวลา 5 ปี โดยกระทรวงการคลังจะจัดทำรายชื่อไว้ พร้อมทั้งต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดสอบใหม่ทั้งหมดตามสัดส่วนความเสียหาย
ร่างกฎหมายมอบอำนาจให้ ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ ปปง. ร่วมสืบสวนสอบสวน พร้อมเปิดช่องทางแจ้งเบาะแสทางอิเล็กทรอนิกส์ หากพบเหตุทุจริตมีอำนาจสั่งระงับหรือยกเลิกการสอบได้ทันที[15] ที่สำคัญคือมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและพยานอย่างเด็ดขาด ห้ามผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจทางวินัย สั่งพักงาน หรือโยกย้ายกลั่นแกล้งโดยเด็ดขาด