
SHORT CUT
ฮาโลวีน 2569 ปลุกเศรษฐกิจไทย 6,600 ล้านบาท เปิดเบื้องหลังธุรกิจผี ทำไมคนยอมจ่ายเงินซื้อความหลอน และแบรนด์เปลี่ยนเทศกาลผีให้เป็นขุมทรัพย์ได้อย่างไร
ฮาโลวีนปลุกเศรษฐกิจ! เทศกาลผีสร้างเม็ดเงินให้ธุรกิจอะไรบ้าง?
ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังต้องระมัดระวังและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น เทศกาลฮาโลวีนประจำปี 2569 กลับกลายเป็นจุดประกายสำคัญที่กระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบอย่างคึกคัก ไม่เพียงแต่สร้างสีสันให้สังคมไทยเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนยอดขายในหลากหลายภาคธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดฮาโลวีนในประเทศไทยปีนี้สูงถึง 6,600 ล้านบาท หรือประมาณ 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 9.6% ต่อปี จนถึงปี 2576
Stats N Data รายงานว่า ธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุด ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนาเปิดแคมเปญ "Thailand's Halloween Fest 2026" ทั่วประเทศ เปลี่ยนสาขาให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั่วคราว รองลงมาคือร้านค้าปลีกสินค้าตกแต่งและเครื่องแต่งกาย เช่น มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. ที่นำเสนอสินค้ากว่า 100 รายการ ราคาเริ่มต้นเพียง 15 บาท รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวและสถานบันเทิง โดยเฉพาะถนนข้าวสารและภูเก็ตที่จัดกิจกรรมต่อเนื่อง 2 วันเต็ม นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ออกเมนูพิเศษจำกัดเวลา เพื่อดึงดูดลูกค้าให้จ่ายเงินเพิ่ม
ชุดผีหนึ่งคืน ขยะอีกเป็นปี! เปิดต้นทุนแฝงของเทศกาลฮาโลวีน
มหาวิทยาลัยมิชิแกน เผยผลการวิจัยว่า ชุดฮาโลวีนประมาณ 80-83% ทำจากพลาสติกและโพลีเอสเตอร์ ส่วนใหญ่สวมเพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง วัสดุเหล่านี้ย่อยสลายยากใช้เวลาถึง 20-200 ปี และระหว่างนั้นปล่อยไมโครพลาสติกสู่แหล่งน้ำและห่วงโซ่อาหาร หากคิดเป็นปริมาณ พลาสติกจากชุดที่ถูกทิ้งในแต่ละปีเทียบเท่าขวดน้ำพลาสติกถึง 83 ล้านขวด
สำนักงานสถิติแห่งชาติ สะท้อนสถานการณ์ในไทยว่า สัดส่วนการนำชุดและของตกแต่งฮาโลวีนกลับมาใช้ซ้ำมีน้อยกว่า 13% และด้วยพื้นที่ฝังกลบขยะที่มีจำกัด ขยะจากเทศกาลจึงกลายเป็นภาระสิ่งแวดล้อมระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญเสนอทางออกคือการแลกเปลี่ยนชุด การเย็บเองจากเสื้อผ้าที่มีอยู่ และการเลือกซื้อวัสดุที่ย่อยสลายได้แทนพลาสติก
เทศกาลผี โอกาสทอง E-Commerce! สินค้าอะไรขายดีช่วงฮาโลวีน?
รายงานตลาดอีคอมเมิร์ซ 2026 ระบุว่า แพลตฟอร์มออนไลน์กลายเป็นสนามรบหลัก ยอดคำสั่งซื้อเริ่มพุ่งตั้งแต่กลางเดือนกันยายน สูงสุดช่วง 10 วันก่อนวันฮาโลวีน และลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน
National Retail Federation เปิดเผยข้อมูลสินค้าขายดี 5 กลุ่ม ได้แก่ 1. เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์เสริมชุดแฟนซี วิกผม หน้ากาก โดยเฉพาะชุดตัวละครจากภาพยนตร์และซีรีส์ยอดฮิต 2. ของตกแต่งฟักทองประดับ ไฟกระพริบ แมงมุมปลอม มีอัตรากำไรสูงถึง 60-80% 3. เครื่องสำอางเอฟเฟกต์ สีเพ้นท์หน้า เลือดเทียม คอนแทคเลนส์ลายพิเศษ สินค้าขนาดเล็ก กำไรดี ส่งง่าย 4. ชุดสำหรับสัตว์เลี้ยง ตลาดที่เติบโตเร็วมาก เจ้าของยอมจ่ายเพื่อให้สัตว์เลี้ยงถ่ายรูปสวยๆ 5. ชุดรวมปาร์ตี้ ลูกโป่ง ธง ถ้วยจานกระดาษ การขายเป็นชุดรวมช่วยเพิ่มมูลค่าคำสั่งซื้อได้ดีเยี่ยม
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทิ้งท้ายว่า ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพเทศกาลที่ไม่ได้มีเพียงความสนุกสนาน แต่เต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือตอบรับ เพื่อให้เทศกาลผีปีต่อๆ ไปยังคงคึกคักโดยไม่ทิ้งมลพิษไว้ให้คนรุ่นหลัง