ไทยลุยปราบ ‘นอมินีต่างชาติ’ สแกนพื้นที่ไหนลงทุนมากสุด?

ไทยลุยปราบ ‘นอมินีต่างชาติ’ สแกนพื้นที่ไหนลงทุนมากสุด?

ไทยลุยกวาดล้าง ‘นอมินีต่างชาติ’ เปิดแผนที่ธุรกิจเสี่ยง เมืองท่องเที่ยวไหนถูกจับตาหนักสุด วันนี้จะพามาส่องดูว่าเมืองไหนมากสุด

SHORT CUT

  • รัฐบาลสั่งลุยปราบ ‘นอมินีต่างชาติ’ ตรวจเข้มธุรกิจต้องสงสัยในเมืองท่องเที่ยว หลังพบใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติจำนวนมาก
  • พัทยาและภูเก็ต เป็นพื้นที่ถูกจับตาหนักสุด พบต่างชาติร่วมถือหุ้นหลายหมื่นราย ขณะเกาะสมุย เกาะพะงัน หัวหิน กระบี่ พังงา และปาย ก็อยู่ในข่ายตรวจสอบ
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพิ่มมาตรการคุมเข้มจดทะเบียนบริษัท บังคับตรวจเส้นทางการเงินผู้ถือหุ้นไทย และย้ำว่าการปราบนอมินีมีเป้าหมายเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ได้ปิดกั้นนักลงทุนต่างชาติ

ไทยลุยกวาดล้าง ‘นอมินีต่างชาติ’ เปิดแผนที่ธุรกิจเสี่ยง เมืองท่องเที่ยวไหนถูกจับตาหนักสุด วันนี้จะพามาส่องดูว่าเมืองไหนมากสุด

ปัญหา ‘นอมินีต่างชาติ’ ในเมืองท่องเที่ยวไทย ถูกยกระดับเป็นภารกิจเร่งด่วน หลัง ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ สั่งเดินหน้าตรวจเข้มธุรกิจต้องสงสัยทั่วประเทศ ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกกำลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหลายหน่วยงาน เปิดปฏิบัติการไล่ตรวจเครือข่ายถือหุ้นอำพรางในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ พบพฤติการณ์ใช้ ‘คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ’ เชื่อมโยงบริษัทกว่า 50,000 ราย เตรียมขยายผลสอบเชิงลึกต่อเนื่อง

‘พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์’ เปิดเผยว่า หลังลงพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรี และ สำราญ นวลมา เพื่อกวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่ใช้ช่องโหว่กฎหมายไทยแฝงตัวทำธุรกิจ พบว่าหลายพื้นที่ท่องเที่ยวมีสัดส่วนบริษัทที่ต่างชาติเข้าถือหุ้นจำนวนมากผิดสังเกต

ข้อมูลของกรมฯ ระบุว่า พื้นที่เสี่ยงสูงประกอบด้วย อำเภอบางละมุง หรือพัทยา มีบริษัทกว่า 33,000 ราย และมีต่างชาติร่วมถือหุ้นเกือบ 20,000 ราย ขณะที่จังหวัดภูเก็ต พบกว่า 29,000 บริษัท มีต่างชาติถือหุ้นกว่า 11,000 ราย ส่วนเกาะสมุย เกาะพะงัน หัวหิน กระบี่ พังงา และปาย ก็พบโครงสร้างถือหุ้นลักษณะใกล้เคียงกันจำนวนมาก

ไทยลุยปราบ ‘นอมินีต่างชาติ’ สแกนพื้นที่ไหนลงทุนมากสุด?

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมโฟกัสตรวจสอบบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่าย ‘นอมินี’ เช่น ให้คนไทยถือหุ้นตามสัดส่วนกฎหมาย แต่ให้อำนาจบริหารจริงอยู่ในมือชาวต่างชาติ หรือพบคนไทยรายเดียวถือหุ้นซ้ำในหลายบริษัทแบบผิดปกติ ซึ่งอาจเข้าข่ายช่วยเหลือคนต่างด้าวประกอบธุรกิจต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับสูงสุด 1 ล้านบาท

อีกด้าน กรมฯ ยังยกระดับมาตรการคุมเข้มการจดทะเบียนบริษัท ตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมา โดยกำหนดให้บริษัทกลุ่มเสี่ยงที่มีต่างชาติถือหุ้นต่ำกว่า 50% หรือมีต่างชาติเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ต้องยื่นเอกสารการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยเพื่อตรวจสอบว่า ‘ลงทุนจริง’ ไม่ใช่แค่ชื่อบังหน้า

นอกจากนี้ ผู้ยื่นจดทะเบียนยังต้องลงนามรับรองว่า ไม่มีการช่วยเหลือหรือสนับสนุนการทำธุรกิจในลักษณะนอมินี ซึ่งมาตรการดังกล่าวช่วยลดจำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงได้แล้วถึง 75%

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้ำว่า การเดินหน้าปราบนอมินีครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการปิดกั้นนักลงทุนต่างชาติ แต่เป็นการจัดระเบียบให้การแข่งขันทางธุรกิจเป็นธรรม ป้องกันการถือครองทรัพย์สินผ่านช่องโหว่ทางกฎหมาย และรักษาความเชื่อมั่นระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

related