
SHORT CUT
'อนุชา'ประชาธิปัตย์ เปิดพิมพ์เขียวแก้ปัญหากทม. เน้นการเข้าถึงระบบขนส่งภายใน 100 เมตร ตั๋วร่วม 40 บาท และการประกาศสงครามกับคอร์รัปชันด้วยระบบ "ส่องรัฐ" เพื่อกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวทีดีเบต Nation Election DEBATE: ผู้ว่าฯ กรุงเทพ โอกาสของคนเมือง เนชั่นทีวี ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า เปิดฉากเวทีประชันความคิดโค้งสุดท้าย 'ผู้ว่าฯ กรุงเทพ โอกาสของคนเมือง' กับ 4 แคนดิเดตตัวตึง
อนุชา บรรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 5 จาก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมขับเคลื่อนการรณรงค์หาเสียงผ่านแคมเปญการสื่อสาร ‘กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more สะดวก สะอาด สบาย’ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเมืองหลวง
ได้ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์บนเวที โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาพื้นฐานผ่านนโยบายหลัก 5 ด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง นโยบายที่สำคัญประกอบด้วยการ ปฏิรูประบบขนส่งมวลชน โดยเน้นการเชื่อมต่อการเดินทางให้สะดวกขึ้น และการจัดการ ขยะครบวงจร เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการลดมลพิษ ด้านสังคมมุ่งเน้นการจัดตั้ง ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ และการพัฒนาระบบ สาธารณสุขใกล้บ้าน ให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษา ส่วนในมิติเศรษฐกิจมีการสนับสนุน ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และวินมอเตอร์ไซค์ให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างเป็นระเบียบผ่านการจัดสรรพื้นที่และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย ท้ายที่สุดเขาให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้าง ความโปร่งใส โดยใช้แพลตฟอร์มตรวจสอบเพื่อขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงาน กทม. ให้หมดไป
อนุชามีแนวคิดให้ กทม. เข้ามาบริหารจัดการรถเมล์ ขสมก. เอง เพื่อจัดเส้นทางเดินรถแบบเบ็ดเสร็จ โดยเน้นการทำระบบ "Feeder" ทั้งรถ EV และเรือในคลอง เพื่อให้ประชาชนเดินจากบ้านไม่เกิน 100 เมตรก็เจอระบบขนส่ง นอกจากนี้ยังชูระบบ "ตั๋วร่วม" ราคา 40 บาทตลอดสาย โดยใช้ระบบ Clearing House เพื่อลดค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อน
อนุชาประกาศชัดเจนว่า 'รับไม่ได้' กับการทุจริตในทุกระดับ โดยจะนำแพลตฟอร์ม 'ส่องรัฐ' มาใช้เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ให้โปร่งใส จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความผิดปกติในการประมูลโครงการขนาดใหญ่ที่มีราคาห่างจากงบกลางเพียงหลักแสนบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาจะเข้าไปกวาดล้างตั้งแต่วันแรก
นโยบายคือ 'คนกับเมืองต้องอยู่ด้วยกันได้' โดยจะทำการ X-ray พื้นที่ทั้ง 50 เขตเพื่อจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย มีการตีเส้นแบ่งเขตฟุตบาทให้ชัดเจนระหว่างทางเดินกับพื้นที่ขายของ และให้ลงทะเบียนผู้ค้าให้เรียบร้อย รวมถึงการพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพให้ทันสมัยและขยับขยายพื้นที่เพื่อรองรับคนตกงาน
อนุชาเน้นการทำงานเชิงรุก โดยให้สำนักงานเขตและฝ่ายโยธาออกตรวจความมั่นคงของอาคารและพื้นที่เสี่ยงทันทีโดยไม่ต้องรอให้ประชาชนแจ้ง มาตรฐานการก่อสร้างต้องเป็นระดับสากลและเป็น Universal Design ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่แค่มาตรฐานแบบไทยๆ อีกต่อไป
เสนอการจัดเทศกาลตลอด 12 เดือน โดยเน้น Soft Power และการเล่าเรื่อง (Storytelling) แทนการขายแบบยัดเยียด เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวริมคลองและชุมชนเก่าโดยคงวิถีชีวิตเดิมไว้เพื่อเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว
ศูนย์เด็กเล็กจะเปิดรับตั้งแต่ 06.00 - 20.00 น. เพื่อให้พ่อแม่ไปทำงานได้สบายใจ พร้อมเพิ่มบุคลากรและโภชนาการที่เหมาะสม ส่วนผู้สูงอายุ กทม. จะสร้างบ้านพักคนชราที่สามารถพักค้างคืนได้ (Residential) ไม่ใช่แค่ศูนย์ไปเช้าเย็นกลับ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
เสนอให้มีการ แก้ไข พ.ร.บ. บริหารราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2528 เพื่อรวมงบประมาณที่ซ้ำซ้อนจากหลายหน่วยงานมาไว้ที่จุดเดียว เพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำท่วม จราจร และขยะ มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเป็นการเพิ่มอำนาจให้ กทม. บริหารจัดการภาพรวมได้เบ็ดเสร็จ