
ครม. เปิดทางไฟเขียวแล้ว สำหรับแนวทางปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตาม พ.ร.บ. ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงภาครัฐได้ สะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น
ครม. เปิดทางไฟเขียวแล้ว สำหรับ แนวทางปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตาม พ.ร.บ. ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงภาครัฐได้ สะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น และชวนอ่านประโยชน์ 5 ข้อ ที่ประชาชนจะได้จากการที่ มี แนวทางปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้ง การ ติดต่อ , ขออนุมัติอนุญาต , สืบค้นข้อมูล , การจัดส่งใบอนุญาตและเอกสารอื่น , การติดตามสถานะหรือการแจ้งเตือน และการแสดงใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด ได้ง่ายขึ้น
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ เปิดไฟเขียว เริ่มได้เลย สำหรับ แนวทางวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 เพื่อใช้เป็นแนวทางให้หน่วยงานราชการได้ปฎิบัติตามอย่างชัดเจน ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2566
ทั้งนี้ พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 มีวัตถุประสงค์หลักในการขจัดปัญหาและอุปสรรคทางข้อกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นคำขอ ส่งหนังสือ ขอข้อมูล รายงาน ติดต่อ หรือแสดงเอกสารหลักฐานต่อหน่วยงานของรัฐ รวมถึงการติดต่อราชการระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2565
โดย พ.ร.บ. ฯ กำหนดให้หน่วยงานตามมาตรา 19 ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกันจัดทำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 240 วัน ล่าสุดในวันที่ 9 พฤษภาคม ครม. ได้เห็นชอบ แนวทางวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ที่หน่วยงานตามมาตรา 19 ได้ร่วมกันจัดทำเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติสำหรับหน่วยงานของรัฐที่มีความความพร้อมในระดับเริ่มต้นและระดับมาตรฐาน
โดยสาระสำคัญดังนี้ กำหนดกรอบการดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงาน อธิบายถึงขั้นตอนและเครื่องมือที่ใช้สำหรับวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชน
โดย 5 ประโยชน์ที่จะเกิดกับประชาชนกับ แนวทางปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตาม พ.ร.บ. ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565
1. ติดต่อ
2. ขออนุมัติอนุญาต
3. สืบค้นข้อมูล
4. การจัดส่งใบอนุญาตและเอกสารอื่น
5 การติดตามสถานะหรือการแจ้งเตือน และการแสดงใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด ได้ง่ายขึ้น
โดย แบ่งเป็น หน่วยงานที่มีความพร้อมระดับเริ่มต้นที่มีข้อจำกัดด้านบุคลากร เทคโนโลยี และงบประมาณ สามารถจัดทำบริการอย่างง่ายโดยอาศัยช่องทางอีเมล หรือสื่อสังคมออนไลน์
สำหรับหน่วยงานที่มีความพร้อมระดับมาตรฐานที่มีความพร้อม ทั้งบุคลากร เทคโนโลยี และงบประมาณสามารถใช้ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันเพื่อให้บริการประชาชน ซึ่งเนื้อหาได้ระบุรายละเอียดการดำเนินการโดยสังเขปสำหรับวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การจัดหา ทั้งด้านเทคโนโลยี และด้านการบริหารจัดการ (เช่น องค์ความรู้ บทบาทเจ้าหน้าที่ เป็นต้น) การนำไปใช้ให้สอดคล้องกับที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนข้อแนะนำ ข้อพึงระวังของการใช้เครื่องมือ
กำหนดวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการกำหนดแนวทางและมาตรฐานในการใช้ วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในการให้บริการประชาชน แบ่งเป็น หน่วยงานระดับเริ่มต้น และหน่วยงานระดับมาตรฐาน โดยทั้ง 2 ระดับ ซึ่งมีรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการ และการให้ข้อมูลสนับสนุน ดังนี้
- การสร้างช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรับเรื่องจากประชาชนและหน่วยงานอื่น
- การรับเรื่องจากประชาชนและหน่วยงานอื่น
- การดำเนินการภายในหน่วยงานหลังจากได้รับเรื่องทางอิเล็กทรอนิกส์
- การออกใบอนุญาต การแจ้งผลการพิจารณา หรือการออกหลักฐานอื่นใดให้ประชาชน ที่
ยื่นคำขอหรือติดต่อมาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
- การจัดทำฐานข้อมูลใบอนุญาตที่กฎหมายกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ ในที่เปิดเผย
- อื่น ๆ เช่น ช่องทางในการสอบถามข้อมูล คำแนะนาเพิ่มเติมจาก สำนักงาน ก.พ.ร.
นอกจากนี้ยังกำหนดให้หน่วยงานของรัฐนำงานบริการมาให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง ทั้ง Biz Portal สำหรับภาคธุรกิจ ผ่านเว็บไซต์ www.bizportal.go.th และ Citizen Portal สำหรับภาคประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อบูรณาการการให้บริการของหน่วยงาน บนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางที่ตอบโจทย์ประชาชนในมิติต่าง ๆ
• การติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์กับรัฐ สามารถใช้เป็นหลักฐานตามกฎหมายได้
ทราบกันหรือไม่ว่า การติดต่อระหว่างหน่วยงานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือประชาชนทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถใช้เป็นหลักฐานตามกฎหมายได้
โดยการสั่งการและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีกฎหมายกำหนดให้เป็นหนังสือ สามารถใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ เอกสารหลักฐานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถใช้เป็นหลักฐานเบิกจ่ายได้ โดยการตรากฎหมายฉบับนี้จะเป็นการขจัดอุปสรรคทางข้อกฎหมายของการดำเนินงานภาครัฐด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว ความประหยัด และความโปร่งใสตรวจสอบได้ในการปฏิบัติราชการ โดยหัวใจของการดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ จะมุ่งเน้นให้ประชาชนเกิดความสะดวกเป็นหลัก
*** ทั้งนี้ ประชาชน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://standard.dga.or.th/digital4citizen/