svasdssvasds

ก้าวแรก 'กฎหมายชาติพันธุ์' ศมส. เตรียมพร้อมระบบขึ้นทะเบียนกลุ่มฯ

ก้าวแรก 'กฎหมายชาติพันธุ์' ศมส. เตรียมพร้อมระบบขึ้นทะเบียนกลุ่มฯ

ศมส. เปิดฉากเวิร์กชอปเตรียมระบบขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ ก้าวสำคัญสู่การบังคับใช้ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ 2568 มุ่งสร้างระบบข้อมูล ยกระดับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และผลักดันความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นทุนทางสังคมที่ยั่งยืนของไทย

SHORT CUT

  • ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อน "กฎหมายชาติพันธุ์"
  • สาระสำคัญคือการพัฒนาระบบการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ให้เป็นรูปธรรมตามที่กฎหมายกำหนด
  • การขึ้นทะเบียนนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างฐานข้อมูลที่ชัดเจนสำหรับใช้ในการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย

ศมส. เปิดฉากเวิร์กชอปเตรียมระบบขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ ก้าวสำคัญสู่การบังคับใช้ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ 2568 มุ่งสร้างระบบข้อมูล ยกระดับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และผลักดันความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นทุนทางสังคมที่ยั่งยืนของไทย

วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ก้าวแรกของกฎหมายชาติพันธุ์: การประชุมเตรียมความพร้อมสู่ระบบขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ.2568” ณ หอประชุม ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กล่าวว่า วันนี้คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของสังคมไทย ในการยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการยกระดับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย การประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นถือเป็นสัญญาณสำคัญของการก้าวสู่ยุคใหม่ของการมีส่วนร่วมในการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมไทยที่ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และภาษา ซึ่งต่างมีประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาที่มีคุณค่า การยอมรับและเคารพความหลากหลายดังกล่าว จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมที่เป็นธรรมและยั่งยืน

ก้าวแรก 'กฎหมายชาติพันธุ์' ศมส. เตรียมพร้อมระบบขึ้นทะเบียนกลุ่มฯ

ผศ.ดร.แพร กล่าวด้วยว่า การมีกฎหมายชาติพันธุ์ของประเทศไทยได้สะท้อนให้เห็นพัฒนาการสำคัญของสังคมไทย ที่กำลังก้าวไปสู่การสร้างระบบนโยบายสาธารณะที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น โดยกฎหมายได้กำหนดให้มีการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มชาติพันธุ์จากทั่วประเทศ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสะท้อนข้อมูล สถานการณ์ และข้อเสนอเชิงนโยบาย ผ่านกลไกสำคัญคือ สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์

ผศ.ดร.แพร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนกลไกตามกฎหมายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีระบบข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นระบบ ดังนั้น กระบวนการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ จึงถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาระบบข้อมูลที่จะสะท้อนตัวตน ประวัติศาสตร์ วิถีวัฒนธรรม และการกระจายตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย แต่การมีกฎหมายเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้เจตนารมณ์ของกฎหมายสามารถเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และที่สำคัญที่สุด คือเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์จากทั่วประเทศ

ก้าวแรก 'กฎหมายชาติพันธุ์' ศมส. เตรียมพร้อมระบบขึ้นทะเบียนกลุ่มฯ

ดิฉันเชื่อมั่นว่า กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ได้รับการคุ้มครอง” ตามกฎหมายเท่านั้น แต่เป็น “พลังสำคัญของสังคมไทย” ที่มีบทบาทในการรักษามรดกทางวัฒนธรรม ความรู้ท้องถิ่น และความหลากหลายของสังคมไทยในโลกปัจจุบันที่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความหลากหลายทางวัฒนธรรมจึงไม่ใช่อุปสรรคของการพัฒนา แต่เป็น ทุนทางสังคมที่สำคัญของประเทศ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในฐานะหน่วยงานวิชาการด้านมานุษยวิทยาและวัฒนธรรมของประเทศ มีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงความรู้ นโยบาย และการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้การขับเคลื่อนกฎหมายด้านชาติพันธุ์ของประเทศไทยเป็นไปบนพื้นฐานของความรู้ทางวิชาการ ความเข้าใจทางวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมในครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันพัฒนาแนวทางการดำเนินงานที่จะทำให้กลไกตามกฎหมายสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการร่วมกันวางรากฐานของสังคมไทยที่เคารพความหลากหลายยอมรับความแตกต่าง และให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกกลุ่มวัฒนธรรม ผศ.ดร.แพร กล่าวทิ้งท้าย