พรรคพลังประชารัฐ ติวเข้มว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคกลาง มั่นใจ ได้ 150 ที่นั่ง ป้อง ประยุทธ์ ไม่ต้องลาออก หากเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อ ชี้ ความซื่อสัตย์เป็นจุดแข็ง

พปชร. ติวเข้มว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคกลาง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาแนวทางรับสมัครสมาชิกภาคกลางของพรรคในวันนี้ เพื่อต้องการชี้แจงเกี่ยวกับข้อกฎหมาย รวมถึง ระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้สมาชิกเข้าใจ เนื่องจากกฎหมายใหม่มีความแตกต่างจากกฎหมายเก่า โดยเฉพาะการหาเสียงเลือกตั้ง พร้อมยืนยันว่า กระแสของพรรคในภาคกลางดีมาก และเชื่อว่าหากสามารถลงพื้นที่ เพื่อนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน ก็มั่นใจว่า พรรคจะได้ที่นั่ง ส.ส. ทั้งประเทศ 150 ที่นั่ง แบ่งเป็น ภาคกลาง 40 ที่นั่ง ,ภาคอีสาน 50 -60ที่นั่ง ส่วนภาคใต้ อาจจะได้ที่นั่งไม่มากนัก เพราะเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ สำหรับภาคเหนือ ประชาชนให้การตอบรับดีและคาดว่า จะได้คะแนนสูสีกับพรรคเพื่อไทย

ขณะเดียวกันทางพรรคจะเน้นเรื่องการนำนโยบายการหาเสียงเป็นหลัก โดยยอมรับ มีนโยบายของรัฐบาลชุดนี้รวมอยู่ด้วย รวมถึง นโยบายที่พรรคจัดทำขึ้น ซึ่งจะเปิดเผยช่วงใกล้เลือกตั้ง

นายสุริยะ ยังกล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธจับมือพรรคพลังประชารัฐ ในการจัดตั้งรัฐบาลว่า หากพลังประชารัฐได้ที่นั่ง ส.ส. 150 คน ก็เชื่อว่า จะมีพรรคการเมืองอื่นๆ มาร่วมอย่างแน่นอน เพราะการจัดตั้งรัฐบาลไม่มีครั้งไหน ที่จัดตั้งไม่ได้

โดยขณะนี้มีการหยิบยกประเด็นที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นเผด็จการ มาโจมตี แต่เชื่อว่า ประชาชนเข้าใจว่า เหตุใด พลเอกประยุทธ์ จึงต้องเข้ายึดอำนาจและอยู่บริหารประเทศ เนื่องจากขณะนั้น เกิดความขัดแย้งของประชาชนสองฝ่าย และหากพลเอกประยุทธ์ ต้องการแสวงหาอำนาจจริง ก็คงไม่รอให้สถานการณ์ยืดเยื้อบานปลาย ดังนั้น การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างเผด็จการและประชาธิปไตย แต่เป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมือง


ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า พรรคพลังประชารัฐ ได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. 250 เสียง ในการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายสุริยะ ระบุว่า ถึง ส.ว. จะมีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่หากมีเสียง ส.ส. สนับสนุน ไม่เกินกึ่งหนึ่ง ก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้ ดังนั้น ส.ว. ไม่ได้ทำให้พรรคพลังประชารัฐ ได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น

นายสุริยะ ยังระบุว่า ไม่จำเป็นที่ พลเอกประยุทธ์ จะต้องลาออกจากตำแหน่ง หากประกาศความชัดเจน ว่าจะเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ เพราะที่ผ่านมา ไม่มีนายกฯ คนไหน ลาออก

ส่วนกรณีเครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอรัปชั่น ในจังหวัดราชบุรี ขึ้นป้ายสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ เพราะไม่โกงกิน นั้น นายสุริยะ ระบุว่า ความซื่อสัตย์ ถือเป็นจุดแข็งของพลเอกประยุทธ์ และสามารถทำให้ อยู่บริหารประเทศได้นาน 4 ปี