สนช. เห็นด้วยใช้ใบขับขี่ดิจิทัล คาดอีก 6 เดือนบังคับใช้

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รับหลักการร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก เพื่อปรับกระบวนการออกใบสั่ง วิธีการชำระค่าปรับและการยึดใบอนุญาตขับขี่รวมถึงเห็นด้วยกับการใช้ใบขับขี่ดิจิทัล

วันนี้้ (17 ม.ค.) การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เป็นพิเศษ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงสาระสำคัญว่า เนื่องจากปัจจุบันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากผู้ขับขี่ขาดวินัยในการใช้รถใช้ถนน ประกอบกับ พระราชบัญญัติจราจรทางบก ปี 2522 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานและมีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน จึงสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และกลไกในการออกใบคำสั่งสำหรับผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับขี่ มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมดูแลและบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนและผู้ที่ใช้รถใช้ถนน โดยสาระสำคัญที่มีการปรับแก้ไข ประกอบด้วย การแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “ใบอนุญาตขับขี่” ให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ปรับปรุงกระบวนการออกใบสั่ง เมื่อเจ้าพนักงานจราจรพบผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้หรือตามกฎหมายอื่นเกี่ยวกับรถหรือการใช้ทาง

โดยเจ้าพนักงานจราจรจะตักเตือนหรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบได้ และในการออกใบสั่ง ถ้าเจ้าพนักงานจราจรไม่พบตัวผู้ขับขี่ให้ติดหรือผูกหรือแสดงใบสั่งไว้ที่รถ หากไม่สามารถติด ผูก หรือแสดงใบสั่งไว้ที่รถ หรืออาจไม่ทราบตัวผู้ขับขี่ ให้ส่งใบสั่งพร้อมด้วยพยานหลักฐานโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถ ส่วนการกำหนดวิธีการชำระค่าปรับตามใบสั่งให้ชำระค่าปรับโดยการส่งธนาณัติหรือส่งตั๋วแลกเงินของทางธนาคารโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือโดยชำระค่าปรับตามใบสั่งได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ และพนักงานสอบสวนทุกท้องที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ทั่วราชอาณาจักร

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้เจ้าพนักงานจราจรยึดใบอนุญาตขับขี่ได้ หากเห็นว่าผู้ขับขี่ไม่อยู่ในสภาพที่ขับรถต่อไปได้ หรือหากให้ขับรถต่อไปอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราวเพื่อมิให้ผู้นั้นขับรถ และให้คืนใบอนุญาตขับขี่นั้นเมื่อผู้ขับขี่อยู่ในสภาพที่สามารถขับรถต่อไปได้ รวมถึงการกำหนดโทษสำหรับผู้ขับขี่ที่ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรที่สั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ในกรณีผู้ขับขี่ไม่อยู่ในสภาพที่ขับรถต่อไปได้และผู้ขับขี่ที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการได้รับใบอนุญาตขับขี่และเพิ่มเติมข้อปฏิบัติในการขับขี่รถจักรยาน โดยห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถจักรยานขับขี่ในขณะเมาสุราหรือเมาอย่างอื่นด้วย

ด้านสมาชิก สนช. อภิปรายเห็นด้วยตามหลักการของร่างกฎหมายแต่มีข้อสังเกตกรณีการใช้ใบขับขี่แบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-License) ตามที่กรมการขนส่งทางบกเสนอนั้น ในชั้นกรรมาธิการต้องพิจารณาว่าหากจะให้การดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวจะเกินกว่าหลักการที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ด้วย ซึ่งหลังอภิปรายที่ประชุมมีมติรับหลักการ ด้วยคะแนนเห็นด้วย 157 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี และงดออกเสียง 2 เสียง พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 22 คน พิจารณาแปรญัตติภายใน 7 วัน มีระยะเวลาดำเนินงาน 45 วัน

ด้าน พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้ชัญชาการกองบัญชากาศึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า หลังจาก สนช. รับหลักการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. จราจรทางบก แล้วขั้นตอนต่อไปคือส่งต่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ทั้ง 22 คน พิจารณายกร่างภายใน 45 วัน และ แปรญัติ อีก7 วัน ก่อนมีผลบังคับใช้ คาดว่านับจากนี้ไปอีก 6 เดือน ซึ่งผู้ขับขี่รถใช้แอปพลิเคชั่นในมือถือแทนใบขับขี่ได้ทันที

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ระหว่างนี้ตำรวจและทางขนส่งทางบก ต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขแอบพลิเคชั่นให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ และ ปรับปรุงและพัฒนาข้อมูลทั้งหมดในระบบใบสั่งให้สอดคล้องกับข้อมูลของทางกรมขนส่งทางบก เพื่อให้การทำงานของทุกฝ่ายเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว โดยเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ต้องเร่งแก้ไข เรื่องการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำาวจ เรียกดูใบอนุญาติของผู้ขับขี่ ทางกรมขนส่งทางบก บอกว่า ขณะนี้มีผู้ขับขี่สนใจโหลดแอพพิเคชั่นดังกล่าวมาไม่ต่ำกว่า 8 แสนคนแล้ว