"ปิยบุตร" ชี้ "บิ๊กแดง" ไม่เข้าใจการเมืองยุคใหม่ "กระตุ้นแตกแยกระหว่างรุ่น"

13 ต.ค. 2562 เวลา 6:17 น.

"ปิยบุตร" โต้ "บิ๊กแดง" แสดงความเห็นโดยไม่เข้าใจการเมืองยุคใหม่ สร้างความเสียหายร้ายแรง ส่งผลกระทบความเชื่อมั่นต่อประเทศ ชี้ มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู กระตุ้นให้เกิดการแตกแยกระหว่างรุ่น ห่วงสร้างภาวะยุคสงครามเย็นให้ทหารเข้ามาปกครอง 

การบรรยายพิเศษของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) หัวข้อ “แผ่นดินของเรา ในมุมมองด้านความมั่นคง” กลายเป็นประเด็นที่ฝ่ายการเมืองออกมาตอบโต้แนวคิดของ ผบ.ทบ. โดยพรรคอนาคตใหม่(อนค.) 1 ใน 7 พรรคฝ่ายค้านที่รณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เปิดเวทีพรรค บรรยายพิเศษในหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย : บทบาทของประชาชนในการสร้างชาติ” ซึ่งมีเนื้่อหาในการโต้ตอบและชี้ประเด็นข้อกล่าวหาต่างๆ ทางการเมือง ต่อการบรรยายของ ผบ.ทบ.ที่แม้จะไม่ได้ระบุชื่อนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด แต่นายปิยะบุตร เชื่อว่าหมายถึงพรรคอนาคตใหม่และแกนนำ อาทิ ตัวเขาเอง หรือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค

นายปิยบุตร ระบุว่า การบรรยายของเขาเป็นปฏิกิริยาตอบโต้การบรรยายของ ผบ.ทบ. และต้องแก้ความเข้าใจผิดของ ผบ.ทบ. ซึ่งแทนที่จะนำเสนอแนวทางแก้ปัญหา แต่กลับทำให้คนในชาติแตกแยก แบ่งแยกแล้วปกครอง และตอกลิ่มให้เกิดการแตกแยกทางรุ่น หาก ผบ.ทบ.ฟังแล้วไม่รื่นหู ไม่สบายใจ ก็ต้องขออภัย แต่นี่คือมิติใหม่ในการสร้างบทสนทนากับ ผบ.ทบ.ในพื้นที่สาธารณะ

“ผมเชื่อว่าสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวบรรยายนั้น สะท้อนถึงวิธีคิดของ ผบ.ทบ. และกองทัพไทย ที่จะทำให้เกิดความแตกแยกกับคนในชาติ” นายปิยบุตร ระบุ

สอนสร้างชาติพึ่ง ปชช.  ประคองรัฐ

นายปิยบุตร เริ่มต้นการบรรยายด้วยการอธิบายคำว่า “ชาติ” และระบุว่าการสร้างชาติต้องสร้างจิตสำนึกร่วมกันของคนไทย ซึ่งความเป็นชาติไทยเพิ่งถูกสถาปนาผ่านการเขียนประวัติศาสตร์ของนักประวัติศาสร์ ผ่านการต่อสู้เพื่อปกป้องชาติ

ขณะที่โลกยุคสมัยใหม่ได้เกิดการเป็นชาติแบบใหม่ ซึ่งเรียกว่า Secularization of state แต่ก่อนองค์ประธานที่มีอำนาจสูงสุดของรัฐคือพระเจ้า พระมหากษัตริย์ และผู้นำทหาร ตนมองว่าต้องสร้างชาติในยุคปัจจุบันคือ การถอดอำนาจออกจากตัวบุคคล มาให้กับประชาชน หากต้องการให้คนในชาติยุคปัจจุบันมีจิตสำนึกร่วมกันต้องสร้างประชาชน เพื่อให้ประชาชนสร้างชาติ เมื่อประชาชนเป็นผู้สร้างชาติคนที่รวมตัวกันจะเกิดจิตสำนึกร่วมกัน เคารพ และเสียสละเพื่อสร้างชาติ ดังนั้นชาติจึงเท่ากับประชาชน หากไม่มีประชาชนจึงไม่มีชาติ หากประชาชนไม่ถูกสร้างและมีจิตสำนึกจะไม่มีวันสร้างชาติได้

เขายังนำเสนอว่า การสร้างชาติจำเป็นต้องสร้างคุณค่าพื้นฐานใหม่ 4 ประการ ประกอบด้วย เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน เคารพความเสมอภาคในสิทธิเสรีภาพ การพึ่งพาช่วยเหลือกันฉันมิตรอย่างเพื่อนร่วมชาติ และเคารพความแตกต่างหลากหลาย ทั้งนี้ผมขอชวนคนไทยฐานะประชาชนที่แม้ความเห็นแตกต่าง หรือทะเลาะ ขัดแย้ง หรือสนับสนุนฝ่ายการเมืองที่ต่างกัน ร่วมกันสร้างชาติและแผ่นดินของเราด้วยการเคารพความเป็นคนของผู้อื่น ยึดมั่นสิทธิเสรีภาพ เคารพความแตกต่างของบุคคลอื่น หากทำได้เชื่อว่าจะเกิดแผ่นดินของคนไทยและของเราทุกคน เพื่อให้เกิดความมั่นคงของประชาชน ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นความมั่นคงของรัฐ”

ทำลายความชอบธรรมการแก้รธน.

นายปิยบุตร กล่าวถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2560 ที่กำหนดเงื่อนไขการแก้ไขได้ทุกหมวด ทุกมาตรา แต่มีเงื่อนไขที่เขียนไว้ในมาตรา 255 และ 256 ที่ระบุว่าห้ามแก้ไข อาทิ รูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเปลี่ยนรูปของรัฐ การปกครอง ดังนั้นมาตรา 1 สามารถแก้ไขได้ แต่ต้องไม่มีผลที่ทำให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเปลี่ยนรูปของรัฐ การปกครองประเทศ ดังนั้นสิ่งที่ ผบ.ทบ.ระบุว่ามาตรา 1 แก้ไขไม่ได้ จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง

"ผมมองว่าเป็นความพยายามที่จะทำลายความชอบธรรมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ต้องการแก้ตามเงื่อนไขและกติกาที่กำหนดไว้ ไม่มีทางที่ส.ส.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเกินกรอบ ผมขอคิดให้ดี ระหว่างคนที่มีปากกา มีปาก มีมือ กับคนที่มีอาวุธ ใครกันแน่ที่ละเมิดมาตรา 1 เพราะที่ผ่านมา คณะรัฐประหารที่เข้ามาและฉีกรัฐธรรมนูญ เขามีโอกาสมากกว่า ที่จะแก้ไขมาตรา 1 เพราะการฉีกรัฐธรรมนูญคือการสร้างสูญญากาศ”

ชี้ภัยคุกคามแบบใหม่คือลอว์แฟร์

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวด้วยว่า หากกองทัพต้องการมีบทบาททางการเมืองและครองอำนาจต่อไป ต้องทำให้ประเทศมีวิกฤตตลอดเวลา เพื่อให้มีบทบาทในการแก้ไขวิกฤต เช่น กรณีการประดิษฐ์วาทกรรม ว่าด้วยการล้างสมองคนรุ่นใหม่ สำหรับในบทเรียนที่ผ่านมา จะพบคำว่าวงจรอุบาทว์ของการเมืองไทย ที่มีการเลือกตั้ง มีวิกฤตการเมือง และรัฐประหาร

ทั้งนี้ตนมองว่าวงจรอุบาทว์รูปแบบใหม่ คือ การตัดตอนหรือหยุดยั้งประชาธิปไตยด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร กรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ หรือ

Hybrid Warfare นั้น ในต่างประเทศ กลับมองประเทศไทย ว่า เป็น ระบอบลูกผสม หรือ Hybrid Regime ที่มีสาระสำคัญ คือ ใช้ระบบเลือกตั้งเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ สิ่งที่ ผบ.ทบ. ระบุถึง Warfare นั้นในเทรนด์ของโลก มีการพูดถึง Lawfare คือการใช้กฎหมายเพื่อทำลายคนเห็นต่างและคู่ต่อสู้ทางการเมือง แต่ตนไม่เช่ื่อว่าหากต้องการให้ประเทศพ้นวิกฤต ไม่สามารถฝากความหวังไว้กับคน 3 กลุ่ม คือ กองทัพ รัฐบาลสืบทอดอำนาจ และ สื่อมวลชนที่ยุยงปลุกปั่น ที่ลักษณะคล้ายกับดาวสยาม แต่เป็นยุค 4.0

เชิญผบ.ทบ.-กองทัพร่วมปฏิรูป

“ผมไม่เถียงที่ ผบ.ทบ. คิดว่าพวกเราเป็นซ้ายจัดดัดจริต ชอบปฏิวัติ แต่ผมศึกษาประวัติศาสตร์ทั่วโลก เพื่อเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเจอสถานการณ์แบบนั้น ผมมองว่าการเปลี่ยนแปลงแปลงในโลกมี 2 แบบคือ ปฏิวัติและปฏิรูป ซึ่งพรรคอนาคตใหม่พร้อมปฏิรูปประเทศไปพร้อมกับ ผบ.ทบ.​ ขอเชิญชวน ทหาร กองทัพ และชนชั้นนำ เลิกการสร้างศัตรูในใจ หรือมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ซึ่งปรากฎการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคือ การเมืองของคนหนุ่มสาวที่ตื่นรู้ อย่ามองว่าเป็นเพราะถูกยุยงปลุกปั่น เพราะวิธีคิดที่ว่า มีมาสเตอร์มายด์อยู่เบื้องหลัง คือไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหา ขอกองทัพอย่ากังวลใจกับพรรคอนาคตใหม่ แกนนำพรรค หรือคนที่สนับสนุนพรรค แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือการเมืองยุคใหม่”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด