การเมือง

ฝ่ายค้านให้ผ่าน “ร่างกม.งบฯ63” อ้างเห็นใจประชาชน ชี้ให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อ

“ฝ่ายค้าน” ให้ผ่าน ร่างกม. งบฯ อ้างเห็นใจ ปชช. “สุทิน” อภิปรายปิดท้าย บอกหมดหวังการใช้งบฯ 63 เหตุขาดแนวทางแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ-กระตุ้นเศรษฐกิจ

วานนี้ (19 ต.ค.62) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ช่วงอภิปรายสุดท้ายก่อนปิดการอภิปรายและลงมติ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ย้ำถึงการไม่ไว้วางใจต่อการจัดสรรงบประมาณ ตามร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2563

ทั้งนี้นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายปิดท้ายตอนหนึ่งด้วยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มองภาพใหญ่ไม่เป็น สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาต่อระบบคิด ที่ควรมองภาพระดับเล็กด้วย ซึ่งการจัดงบประมาณแผ่นดินภาพรวมไม่มีความหวังต่อการแก้ปัญหาให้ประเทศ โดยการจัดงบประมาณขาดดุล ต่อเนื่อง 6 ปี ตั้งแต่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งไม่มีความหวังว่าประเทศไทยจะหมดหนี้สินได้เมื่อใด

นอกจากนั้นในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจตนเชื่อว่าหลายประเทศประสบปัญหาเช่นกัน แต่กลุ่มประเทศเหล่านั้นแค่เซ แต่กรณีประเทศไทยเชื่อว่าจะล้ม เพราะได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่ภาพรวมของการจัดสรรงบประมาณ ปี 2563 สะท้อนให้เห็นภาพว่า ในปีหน้าภาวะประเทศจะเป็นหนี้สูงที่สุด ทั้งหนี้ครัวเรือน และภาวะความเหลื่อมล้ำจะเพิ่มสูง คนตกงานมากที่สุด กว่า 4 แสนคน และมีผู้ที่จบปริญญาตรี จะตกงานกว่า 3 แสนคน ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะต่ำที่สุด

“การจัดสรรงบประมาณเพื่อการลงทุนลดลง คือ การพัฒนาประเทศจะลดลงด้วย ผมต้องทวงจากท่าน คือ การปฏิรูปประเทศ แต่การปฏิรูปประเทศต้องปฏิรูปด้านการจัดสรรงบประมาณ ทั้งนี้ผมสงสัยว่ารัฐบาลจะลงทุนเป็นหรือไม่ เพราะลงทุนในโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ส่วนรายรับที่รัฐบาลประมาณการสูงกว่าความเป็นจริง กว่าแสนล้านบาท ถือว่าสวนทางกับความเป็นจริง เพราะเศรษฐกิจถดถอย การส่งออกจะถดถอย และการท่องเที่ยวจะลดลง ส่วนที่รัฐบาลตั้งความหวังไว้ที่โครงการอีอีซีเชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าลงทุน สำหรับการแก้ปัญหาของรัฐบาลเหมือนกับปวดท้อง แต่ซื้อยาแก้ปวดหัวมากิน เพราะรัฐบาลขาดประสิทธิภาพของการใช้จ่ายเงิน และทำให้การใช้จ่ายไม่คุ้มค่า ทั้งนี้รัฐบาลพยายามกระตุ้นการใช้จ่ายเงินแต่คือการสนับสนุนกลุ่มเจ้าสัว” นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวด้วยว่างบประมาณด้านความมั่นคงที่มากกว่าการพัฒนาคนและเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ทั้งนี้เข้าใจว่านายกฯ คือ ทหารเก่าอาจต้องศึกษาประวัติศาสตร์ที่พบว่าบางประเทศในยุคทำสงครามต้องสะสมอาวุธทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ แต่บางประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่นที่ยุคหลังสงครามตัดงบกลาโหม และความมั่นคง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจก้าวหน้า ดังนั้นขอให้รัฐบาลทบทวนงบประมาณของกระทรวงที่เกี่ยวกับความมั่นคงเพื่อพัฒนาคนและเศรษฐกิจ ส่วนกรณีการทำงบประมาณนอกกฎหมายงบประมาณและตรวจสอบไม่ได้ เช่น สั่งจ่ายงบสะสมท้องถิ่น ที่ไม่เป็นไปตามระเบียบวิธีงบประมาณ, งบกลาง พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นให้ตีความ อย่างไรตนขอให้รัฐบาลรับข้อเสนอแนะของฝ่ายค้านไปปรับปรุงในวาระสอง

“พวกผม 7 พรรคฝ่ายค้านจะให้โอกาสกับรัฐบาล เพราะใจไม่ด้านพอ ที่จะให้ ร่างพ.ร.บ. ตกสภาฯ เพราะนึกถึงชาวบ้าน ดังนั้นจะให้โอกาส แต่มีเงื่อนไขคือ การนำความเห็นไปปรับปรุง ในวาระสอง ซึ่งหวังว่าจะช่วยกันทำให้ดีที่สุด แต่หากไม่ทำในวาระสามพวกผมจะไม่ยกมือให้ แต่ตอนนี้พวกผมจะทำให้ผ่านไปได้เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า”​ นายสุทิน อภิปรายปิดท้าย

โดยผลการลงคะแนน ดังนี้

มีจำนวนผู้เข้าประชุม 486

เห็นด้วย 251 เสียง

ไม่เห็นด้วย 0 เสียง

งดออกเสียง 234 เสียง

ไม่ลงคะแนน 1 เสียง